บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด การประชุม ครม.เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย มอบหมายให้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และ รมว.คมนาคม เป็นประธานการประชุม เนื่องจากนายกฯ ติดภารกิจเข้าร่วมการประชุมสุดยอดอาเซียน ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย โดยนายกฯ มีข้อสั่งการฝากให้ช่วยชี้แจงว่า "รัฐบาลไม่เคยมีมติหรือข้อสั่งการให้หน่วยงานราชการ รวมไปถึงภาคเอกชน งดการจัดกิจกรรมใดเป็นการเฉพาะ การจัดกิจกรรมทั้งของส่วนราชการและเอกชน โดยเฉพาะกิจกรรมที่จัดขึ้นตามวัฒนธรรมและประเพณีก็ยังคงจัดได้

โดยขอความร่วมมือให้ใช้ดุลพินิจ ปรับรูปแบบให้เหมาะสมและสมพระเกียรติ เพื่อแสดงออกถึงความเคารพและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง" แต่ความสับสนก็มาจากคนในรัฐบาลนั่นแหละ ทั้งที่เคยมีประเพณีปฏิบัติกันอยู่แล้ว ส่วนพวกปฏิปักษ์ต่อสถาบันก็สันดานเดิม หาเรื่องเซาะกร่อนบ่อนทำลาย แล้วชอบอ้างสิทธิมนุษยชนชน คนเท่ากัน แต่กลับละเมิดสิทธิคนร่วมชาติเดียวกัน...0

 ควันหลง นายกฯ อนุทิน ลงนามสันติภาพกับ ฮุน มาเนต นายกฯ กัมพูชา ที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ โดยมี โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ และ อันวาร์ อิบราฮิม นายกฯ มาเลเซีย เป็นสักขีพยาน คนไทยเลือดรักชาติไม่ไว้วางใจว่าเขมรจะทำตามข้อตกลงทั้ง 4 ข้อ ก็ต้องทำใจรอการดำเนินการต่อจากนี้ หากเขมรเบี้ยวอีก กองทัพไทยต้องจัดหนักๆ ไม่งั้นจะถูกกล่าวหาว่าอ่อนข้อให้เขมรเกินไป แต่ที่ดรามากรณี นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ว่าไทยกับกัมพูชาล้ำแดนกันทั้งสองฝ่าย นายอนุทิน ได้กล่าวขอโทษด้วยที่ทำให้เกิดความสับสน พร้อมชี้แจงว่า “ไม่ได้บอกว่าไทยรุกล้ำกัมพูชา ผมบอกว่าถ้า เพราะเมื่อวานขาดคำพูด คำว่าพื้นที่อ้างสิทธิ ซึ่งก็คือคำที่เป็นคำอย่างเป็นทางการ ตรงนั้นมีคนไทยอยู่ และมีคนกัมพูชาอยู่ ถ้าเราตกลงกันได้แล้ว ถ้าเขาอ้างสิทธิของเขาได้ และเรายอมรับได้ เราก็ต้องกลับมาในดินแดนของเรา และเขาก็ต้องกลับไปในดินแดนของเขา” ตามหลักการก็พูดถูก แต่ถ้าสื่อสารไม่รัดกุมก็งานเข้าได้ ความจริงตลอดเขตแดน 798 กม. ในการกำหนดเขตแดนย่อมมีได้-มีเสียทั้งสอง แต่ส่วนที่เสียหากอธิบายไม่เคลียร์อาจมองว่าสูญเสียอธิปไตยได้ โดยเฉพาะเรื่อง MOU 43 ที่มองว่ายึดแผนที่ 1:200,000 แต่ในทางปฏิบัติ พล.ท.ชาคร บุญภักดี เจ้ากรมแผนที่ทหาร ก็บอกว่าไม่ได้ยึดแผนที่ 1:200,000 แต่ยึดสันปันน้ำตามสนธิสัญญา ประเด็นทางเทคนิคแบบนี้ต้องให้ฝ่ายปฏิบัติชี้แจง จะได้สยบดรามาได้...0

ดรามาอีกเรื่อง การลงนามบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU ว่าด้วยความร่วมมือในการพัฒนาของห่วงโซ่อุปทานของแร่สำคัญ แรร์เอิร์ธ (Rare Earth) ระหว่างไทยและสหรัฐ ที่มีความกังวลว่าไทยจะเสียความสมดุลทางภูมิรัฐศาสตร์กับมหาอำนาจระหว่างสหรัฐกับจีน ซึ่งจีนห้ามส่งออกไปสหรัฐ ผู้รับผิดชอบเรียงหน้าชี้แจงกันเป็นแถว นายปกรณ์​ นิลประพันธ์​ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา​ ยืนยันว่า "ไม่ถือเป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 เป็นเพียงความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ไม่มีผลผูกพันตามกฎหมายระหว่างประเทศ"นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และ รมว.การคลัง บอกว่า "เป็นการปูทางเจรจาภาษีสหรัฐ หวังใช้ความสัมพันธ์ที่ดีลดจาก 19% เพื่อเพิ่มความแข่งขันในอาเซียน" แรร์เอิร์ธ เป็นวัตถุดิบสำคัญของโลก เป็นส่วนประกอบสำคัญของเทคโนโลยีที่เกี่ยวกับวิถีชีวิตคนสมัยใหม่ ขั้นตอนการทำเหมืองและสกัดแร่ส่งกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างมาก เนื่องจากมีกัมมันภาพรังสีปนเปื้อน ประเทศจีนผลิตได้มากที่สุด มีปริมาณสำรองถึง 44 ล้านตัน หรือเกือบครึ่งหนึ่งของปริมาณสำรองทั่วโลก การริเริ่มนำแร่หายากมาใช้เป็นประโยชน์กับประเทศ เกมเจรจาต่อรองระหว่างประเทศมีได้-มีเสีย อยู่ที่การรักษาความสมดุลอย่างไร...0

ครบ 1 เดือน รัฐบาลนายอนุทินแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ชาวบ้านกำลังพึงพอใจกับนโยบายคนละครึ่งพลัส แต่ก็มีเรื่้องร้อนๆ มากระแทกรัฐบาล โดยเฉพาะการแพ้เกมร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญและคนในรัฐบาลเอี่ยวแก๊งสแกมเมอร์ จนมีข่าวว่านายกฯ จะยุบสภาก่อนกำหนด วันที่ 31 ม.ค.2569 เมื่อถามถึงไทม์ไลน์การยุบสภายังเหมือนเดิมใช่หรือไม่ นายกฯ ได้แต่พยักหน้ารับ พร้อมกล่าวว่า "เหมือนเดิม"  ต้องรอลุ้นเปิดสภา 12 ธ.ค. จะรู้ว่าเหมือนเดิมหรือไม่? แต่ก็โล่งอกไปสำหรับเรื่องม็อบหน้าทำเนียบฯ เมื่อเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูประเทศไทย (คปท.) นำโดย นายพิชิต ไชยมงคล แถลงยุติการชุมนุม หลังปักหลักมากว่า 270 วัน ถือว่าเหมาะสมกับสถานการณ์ แต่ไม่หยุดเคลื่อนไหว เพราะปัญหาต่างๆ ยังไม่ไว้วางใจ โดยมีข้อเสนอยื่นให้กับรัฐบาล 3-4 เรื่อง หลังเลือกตั้งต้นปีหน้าคงต้องมาว่ากันใหม่...0.

 

แซมซาย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

“ตรุษจีนปีม้า” 17 กุมภาพันธ์นี้ ก็หวังว่าประเทศไทยคงได้เฉลิมฉลองอย่างสนุก เพราะ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ ควงคู่ศรีภรรยา “ธนนนท์ นิรามิษ” ไปร่วมเฉลิมฉลองงานตรุษจีนเมื่อวันพุธที่ 11 ก.พ.2569

บันทึกหน้า 4

ผลการเลือกตั้ง สส.เมื่อวันที่ 8 ก.พ. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ชนะอันดับหนึ่งแบบถล่มทลาย ได้ 193 เสียง พรรคประชาชน (ปชน.) 118 พรรคเพื่อไทย (พท.) 74 พรรคกล้าธรรม (กธ.) 58 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 22 เซียนการเมือง

บันทึกหน้า 4

เรียกได้ว่า หักปากกาเซียน กันทั้งประเทศ สำหรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่พรรคน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย ผงาดขึ้นมาแบบเหนือความคาดหมาย กวาดคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่งอย่างขาดลอย ด้วยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการถึง 194 เสียง ทิ้งห่างพรรคประชาชนที่ตามมาเป็นอันดับสอง 116 เสียง และพรรคเพื่อไทยที่ได้เพียง 76 เสียง

บันทึกหน้า 4

บันทึกไว้ให้ช่วยกันจดจำว่า การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 ก.พ.2569 เป็นการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นตามกระบวนการยุบสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นการเลือกตั้งตามครรลองประชาธิปไตยปกติ ไม่ใช่การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นหลังการยึดอำนาจหรือรัฐประหารหรือมีการฉีกรัฐธรรมนูญ

บันทึกหน้า 4

ใกล้ปิดฉาก "เลือกตั้ง 2569" เริ่มต้นชะตาบ้านเมืองรอบใหม่ วันอาทิตย์นี้ตัดสินสีไหนจะเข้าวิน ระหว่างน้ำเงินภายใต้การนำของ "นายกฯ หนู" อนุทิน ชาญวีรกูล" กับส้ม ของ "หัวหน้าเท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

บันทึกหน้า 4

นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน