
เป็นการตอกย้ำอีกครั้งหนึ่งถึงสายสัมพันธ์ของราชวงศ์อาณาจักรภูฏานที่มีความผูกพันแนบแน่นกับพระราชวงศ์ไทย เมื่อ “สมเด็จพระราชาธิบดี จิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก” แห่งราชอาณาจักรภูฏาน เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย “สมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา วังชุก” มาทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะหน้าพระโกศพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง พร้อมทั้งทรงลงพระปรมาภิไธยและพระนามาภิไธยถวายความอาลัย อีกทั้งทรงเข้าร่วมพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ในช่วงค่ำ
๐ ต้องบอกว่าเป็น ความฟีเวอร์อย่างแรงของ “คนละครึ่งพลัส” วันแรก เพราะแค่ชั่วโมงแรก ก็มีเงินสะพัดกว่า 35 ล้านบาทแล้ว และยังไม่ถึงเที่ยงก็มียอดขายประมาณ 350 ล้านบาท งานนี้เลยทำให้ “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังยืนยันเฟส 2 นั้นมีแน่นอน ในขณะที่ “ลวรณ แสงสนิท” ปลัดกระทรวงการคลังก็เตือนผู้ได้รับสิทธิกว่า 20 ล้านคนว่าอย่ามัวเอ้อระเหย โดยอย่างน้อยต้องใช้จ่ายภายในวันที่ 11 พ.ย.2568 มิเช่นนั้นวงเงิน 2,000 บาทและ 2,400 บาท จะถูกริบคืน เดี๋ยวจะหาว่าไอ้ปื๊ดไม่เตือน ...๐
แล้วก็ขำไม่ออกอีกเช่นกัน เพราะยังไม่พ้นวันดี “พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย” ผบช.ก. พร้อมด้วย “พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์” ผบก.ปอศ. และคณะ ร่วมกับ “วินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ” ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังก็จับแก๊งฉ้อโกงโดยแลกสิทธิโครงการคนละครึ่งพลัสเป็นเงินสดเสียแล้ว งานนี้ ตำรวจและคลังต้องเชือดไก่ให้ลิงดู เพื่อไม่ให้มีปัญหาเพิ่มอีกในอนาคต เพราะอย่าลืมว่าโครงการนั้นลากยาวไปถึงสิ้นปี ...๐
ไม่รู้ว่าเป็น “มหาโชค” ของพรรคภูมิใจไทยแกนนำรัฐบาลหรือไม่ เพราะเดิมโครงการคนละครึ่งนั้นในรัฐบาลเพื่อไทยก็มีผู้เสนอให้ฟื้นโครงการมาทำ เพราะชาวบ้านก็ติดใจ แต่ รัฐบาล “แพทองธาร ชินวัตร” กลับกลัวเสียชื่อว่าไปลอกการบ้านลุงตู่ และดันทุรังจะแจกเงินหมื่น ซึ่งก็ทำได้เพียงแค่กระจุกเดียว แทนที่จะได้คำชมแต่กลับมีแต่คำด่าว่าไม่สมราคาคุยในการหาเสียง ที่บอกว่าคนอายุ 16 ปีขึ้นไปได้ทุกคน และทุกวันนี้ ชาวบ้านเขายังข้องใจและติดใจกันอยู่เลยว่า “แอปพลิเคชันทางรัฐ” ที่สร้างขึ้นมานั้น ใช้เงินลงทุนไปเท่าไหร่กันแน่ เพราะรูปแบบและหน้าตาที่ดูแล้วเหมือนเด็กหัดทำและใช้แค่แจกเงินหมื่นเดี๋ยวเดียวนั้น คุ้มค่าหรือไม่อย่างไร ...๐
ที่ขำไม่ออกอีกคือ ผู้ปกป้องและรับหน้าเสื่อเรื่องดังกล่าว อย่าง “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” อดีต รมช.การคลัง ก็มีชื่อเต็งจ๋าแซงทางโค้งจะมานั่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยแทน “อุ๊งอิ๊ง” เสียด้วยในการประชุมพรรควันฮัลโลวีนนี้ แหม! ที่ได้แรงเชียร์อาจเพราะต้องการปลอบใจที่ “สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” อดีตหัวหน้าพรรค พท.ไขก๊อกออกจากพรรคหรือไม่อย่างไร ที่สำคัญบรรดาคอการเมืองทั้งหลายเขาบอกว่า ในเมื่อชงชื่อ “จุลพันธ์” เป็นหัวหน้าพรรคแล้ว การหาเสียงก็ชูสโลแกนไปเลยว่า เลือกเพื่อไทยได้กาสิโนแน่ เพราะตอนเป็น รมช.การคลังก็เป็นตัวตั้งตัวตีหลักในการผลักการดันเรื่อง “เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์” ที่มีกาสิโนสอดไส้อยู่มิใช่เหรอ ...๐
หันมาส่องเรื่อง “แร่หายาก” หรือ “แร่แรร์เอิร์ธ” กันบ้าง เพราะการดอดไปเซ็นเอ็มโอยูของ “นายกฯ หนู” กับ “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่เพิ่งบ่นว่าอดนั่งผู้นำสมัยที่ 3 เพราะแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ทันนั้น ทำให้คนไทยส่วนใหญ่ตาสว่างและเพิ่งรู้ว่าเมืองไทยมีแร่หายากกับชาวบ้านชาวช่องเขาด้วย ที่สำคัญเรื่องดังกล่าวก็เรียก “แขก” ให้รัฐบาลน่าดู ไม่ว่าจะเป็นนักร้องอย่าง “ศรีสุวรรณ จรรยา” หรือพลพรรคฝ่ายค้าน โดยเฉพาะเพื่อไทยที่เรียกว่าพลาดแบบตกม้าตายในเรื่องนี้ทั้งที่ไม่น่าเป็นไปได้ …๐
หันมาดูสภาสูงว่าด้วยมติฟัน “นันทนา นัทวโรภาส” สว.อิสระในประเด็นผิดจริยธรรมร้ายแรงกันบ้าง ซึ่งล่าสุด “พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว” แกนนำคณะ สว.สำรองก็ไม่พลาดที่จะเดินทางมาเพื่อมอบดอกไม้และให้กำลังใจ ในขณะที่ เจ้าตัวก็ยังดันทุรังลากว่าเป็น “นิติสงคราม” งานนี่เลยทำให้ “พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์” สว.ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภาออกมาบอกว่า ถ้าไม่เป็นธรรม เมื่อไปถึงชั้น ป.ป.ช.ก็น่าจะพิสูจน์ทราบได้ ดูง่ายๆ ขนาด “อังคณา นีละไพจิตร” สว.อิสระที่มักเห็นดีเห็นงามตามกันในหลายๆ เรื่อง แม้จะยกแม่น้ำทั้งห้าบอกว่า “นันทนา” ไม่ควรถูกโทษผิดจริยธรรมร้ายแรง ก็ยังบอกว่าเป็นความผิดในส่วนที่ 4 จริยธรรมอันเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกและกรรมาธิการ ตามข้อ 31 ส่อเสียดหรือลดทอนคุณค่า แต่ “สว.อังคณา” ต้องไม่ลืมว่า คนที่กินภาษีประชาชนนั้น หากทำผิดต้องโดนลงโทษและมีความรับผิดชอบมากกว่าปุถุชนทั่วไปนะจ๊ะ ไม่ใช่ทำผิดแล้วได้รับลดหย่อนโทษ อันนั้นมันจะเหมือนกับวีไอพีชั้น 14 ที่ตอนนี้รับกรรมอยู่ในคุกนะตัวเอง ...๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
บันทึกท่ามกลางอากาศร้อน แต่ยังร้อนไม่เท่ากับบรรยากาศด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในบ้านเรา เพราะ "หน้าตา ครม.ชุดใหม่" ทำท่าว่ามิได้ไฉไลไปกว่าเก่า เพราะยังคงยึดโยงอยู่กับวัฒนธรรม "แบ่งโควตา" เก้าอี้สนองก๊วนแก๊งบ้านเล็กบ้านใหญ่เหมือนเดิม .
บันทึกหน้า 4
ท่วมท้น! 293 เสียง "อนุทิน ชาญวีรกูล" ฉลุยนายกฯ สมัย 2 ถึงจะโดนฝ่ายค้านรุมอภิปรายกังขาปมจริยธรรมในเรื่องคดีฮั้ว สว. ก็ตาม "
บันทึกหน้า 4
ต้องบอกว่าการเลือกตั้งเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ได้ถึงทางแยกที่สำคัญประการหนึ่ง เมื่อศาล รัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 รับคำร้องที่ “ผู้ตรวจการแผ่นดิน” ขอให้พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ในการจัดพิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มีการใช้รหัสแท่งหรือบาร์โค้ดและรหัสคิวอาร์ ที่จะทำให้การออกเสียงลงคะแนนไม่ได้เป็นไปโดยลับตามรัฐธรรมนูญ
บันทึกหน้า 4
สงครามสหรัฐ-อิสราเอลบุกอิหร่าน ส่งผลกระทบไปทั่วโลก โดยเฉพาะการขนส่งน้ำมันดิบผ่านช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้ ประเทศไทยก็โดนกันทั่วหน้า ประชาชนแตกตื่นแห่ไปเติมน้ำมัน แต่ปั๊มไม่มีน้ำมันพร้อมขึ้นป้าย "อยู่ระหว่างการขนส่ง" และในวันที่ 18 ส.ค.
บันทึกหน้า 4
ท่ามกลางสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่กำลังส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานทั่วโลก หนึ่งในประเด็นที่เริ่มถูกจับตาในประเทศไทยคือ ความเสี่ยงเรื่องการขาดแคลนน้ำมัน ซึ่งถือเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รัฐบาลจึงเริ่มออกมาตรการประหยัดพลังงานในภาครัฐ เช่น การให้หน่วยงานราชการและรัฐวิสาหกิจทำงานที่บ้าน หรือ Work from Home (WFH) ลดการเดินทาง รวมถึงชะลอการดูงานต่างประเทศ
บันทึกหน้า 4
เลือกกันไปเรียบร้อยตำแหน่งประธานและรองประธานสภาผู้แทนราษฎร โผไม่พลิก “โสภณ ซารัมย์” จากพรรคภูมิใจไทยนั่งตำแหน่งประธาน เอาชนะ “ไอติม-พริษฐ์ วัชรสินธุ” จากพรรคประชาชนไปด้วยคะแนน 289 ต่อ 123 คะแนน ที่น่าสนใจคือ มีผู้งดออกเสียงมากถึง 80 เสียง และบัตรเสียอีก 5 ใบ

