บันทึกหน้า 4

เป็นการตอกย้ำอีกครั้งหนึ่งถึงสายสัมพันธ์ของราชวงศ์อาณาจักรภูฏานที่มีความผูกพันแนบแน่นกับพระราชวงศ์ไทย เมื่อ “สมเด็จพระราชาธิบดี จิกมี เคเซอร์ นัมเกล วังชุก” แห่งราชอาณาจักรภูฏาน เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย “สมเด็จพระราชินีเจตซุน เพมา วังชุก” มาทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะหน้าพระโกศพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนี พันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง พร้อมทั้งทรงลงพระปรมาภิไธยและพระนามาภิไธยถวายความอาลัย อีกทั้งทรงเข้าร่วมพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ในช่วงค่ำ

ต้องบอกว่าเป็น ความฟีเวอร์อย่างแรงของ “คนละครึ่งพลัส” วันแรก เพราะแค่ชั่วโมงแรก ก็มีเงินสะพัดกว่า 35 ล้านบาทแล้ว และยังไม่ถึงเที่ยงก็มียอดขายประมาณ 350 ล้านบาท งานนี้เลยทำให้ “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังยืนยันเฟส 2 นั้นมีแน่นอน ในขณะที่ “ลวรณ แสงสนิท” ปลัดกระทรวงการคลังก็เตือนผู้ได้รับสิทธิกว่า 20 ล้านคนว่าอย่ามัวเอ้อระเหย โดยอย่างน้อยต้องใช้จ่ายภายในวันที่ 11 พ.ย.2568 มิเช่นนั้นวงเงิน 2,000 บาทและ 2,400 บาท จะถูกริบคืน เดี๋ยวจะหาว่าไอ้ปื๊ดไม่เตือน ...๐

แล้วก็ขำไม่ออกอีกเช่นกัน เพราะยังไม่พ้นวันดี “พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย” ผบช.ก. พร้อมด้วย “พล.ต.ต.ทัศน์ภูมิ จารุปรัชญ์” ผบก.ปอศ. และคณะ ร่วมกับ “วินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ” ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลังก็จับแก๊งฉ้อโกงโดยแลกสิทธิโครงการคนละครึ่งพลัสเป็นเงินสดเสียแล้ว งานนี้ ตำรวจและคลังต้องเชือดไก่ให้ลิงดู เพื่อไม่ให้มีปัญหาเพิ่มอีกในอนาคต เพราะอย่าลืมว่าโครงการนั้นลากยาวไปถึงสิ้นปี ...๐

ไม่รู้ว่าเป็น “มหาโชค” ของพรรคภูมิใจไทยแกนนำรัฐบาลหรือไม่ เพราะเดิมโครงการคนละครึ่งนั้นในรัฐบาลเพื่อไทยก็มีผู้เสนอให้ฟื้นโครงการมาทำ เพราะชาวบ้านก็ติดใจ แต่ รัฐบาล “แพทองธาร ชินวัตร” กลับกลัวเสียชื่อว่าไปลอกการบ้านลุงตู่ และดันทุรังจะแจกเงินหมื่น ซึ่งก็ทำได้เพียงแค่กระจุกเดียว แทนที่จะได้คำชมแต่กลับมีแต่คำด่าว่าไม่สมราคาคุยในการหาเสียง ที่บอกว่าคนอายุ 16 ปีขึ้นไปได้ทุกคน และทุกวันนี้ ชาวบ้านเขายังข้องใจและติดใจกันอยู่เลยว่า “แอปพลิเคชันทางรัฐ” ที่สร้างขึ้นมานั้น ใช้เงินลงทุนไปเท่าไหร่กันแน่ เพราะรูปแบบและหน้าตาที่ดูแล้วเหมือนเด็กหัดทำและใช้แค่แจกเงินหมื่นเดี๋ยวเดียวนั้น คุ้มค่าหรือไม่อย่างไร ...๐

ที่ขำไม่ออกอีกคือ ผู้ปกป้องและรับหน้าเสื่อเรื่องดังกล่าว อย่าง “จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์” อดีต รมช.การคลัง ก็มีชื่อเต็งจ๋าแซงทางโค้งจะมานั่งหัวหน้าพรรคเพื่อไทยแทน “อุ๊งอิ๊ง” เสียด้วยในการประชุมพรรควันฮัลโลวีนนี้ แหม! ที่ได้แรงเชียร์อาจเพราะต้องการปลอบใจที่ “สมพงษ์ อมรวิวัฒน์” อดีตหัวหน้าพรรค พท.ไขก๊อกออกจากพรรคหรือไม่อย่างไร ที่สำคัญบรรดาคอการเมืองทั้งหลายเขาบอกว่า ในเมื่อชงชื่อ “จุลพันธ์” เป็นหัวหน้าพรรคแล้ว การหาเสียงก็ชูสโลแกนไปเลยว่า เลือกเพื่อไทยได้กาสิโนแน่ เพราะตอนเป็น รมช.การคลังก็เป็นตัวตั้งตัวตีหลักในการผลักการดันเรื่อง “เอนเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์” ที่มีกาสิโนสอดไส้อยู่มิใช่เหรอ ...๐

หันมาส่องเรื่อง “แร่หายาก” หรือ “แร่แรร์เอิร์ธ” กันบ้าง เพราะการดอดไปเซ็นเอ็มโอยูของ “นายกฯ หนู” กับ “โดนัลด์ ทรัมป์” ประธานาธิบดีสหรัฐ ที่เพิ่งบ่นว่าอดนั่งผู้นำสมัยที่ 3 เพราะแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ทันนั้น ทำให้คนไทยส่วนใหญ่ตาสว่างและเพิ่งรู้ว่าเมืองไทยมีแร่หายากกับชาวบ้านชาวช่องเขาด้วย ที่สำคัญเรื่องดังกล่าวก็เรียก “แขก” ให้รัฐบาลน่าดู ไม่ว่าจะเป็นนักร้องอย่าง “ศรีสุวรรณ จรรยา” หรือพลพรรคฝ่ายค้าน โดยเฉพาะเพื่อไทยที่เรียกว่าพลาดแบบตกม้าตายในเรื่องนี้ทั้งที่ไม่น่าเป็นไปได้ …๐

หันมาดูสภาสูงว่าด้วยมติฟัน “นันทนา นัทวโรภาส” สว.อิสระในประเด็นผิดจริยธรรมร้ายแรงกันบ้าง ซึ่งล่าสุด “พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว” แกนนำคณะ สว.สำรองก็ไม่พลาดที่จะเดินทางมาเพื่อมอบดอกไม้และให้กำลังใจ ในขณะที่ เจ้าตัวก็ยังดันทุรังลากว่าเป็น “นิติสงคราม” งานนี่เลยทำให้ “พิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์” สว.ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภาออกมาบอกว่า ถ้าไม่เป็นธรรม เมื่อไปถึงชั้น ป.ป.ช.ก็น่าจะพิสูจน์ทราบได้ ดูง่ายๆ ขนาด “อังคณา นีละไพจิตร” สว.อิสระที่มักเห็นดีเห็นงามตามกันในหลายๆ เรื่อง แม้จะยกแม่น้ำทั้งห้าบอกว่า “นันทนา” ไม่ควรถูกโทษผิดจริยธรรมร้ายแรง ก็ยังบอกว่าเป็นความผิดในส่วนที่ 4 จริยธรรมอันเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของสมาชิกและกรรมาธิการ ตามข้อ 31 ส่อเสียดหรือลดทอนคุณค่า แต่ “สว.อังคณา” ต้องไม่ลืมว่า คนที่กินภาษีประชาชนนั้น หากทำผิดต้องโดนลงโทษและมีความรับผิดชอบมากกว่าปุถุชนทั่วไปนะจ๊ะ ไม่ใช่ทำผิดแล้วได้รับลดหย่อนโทษ อันนั้นมันจะเหมือนกับวีไอพีชั้น 14 ที่ตอนนี้รับกรรมอยู่ในคุกนะตัวเอง ...๐

 

ท.ศักดิ์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน

บันทึกหน้า 4

โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ปฏิเสธว่า ไม่เคยพูดว่า ภท.จะได้ สส. 200 ที่นั่ง ความจริงแล้วสื่อถามนำ นายอนุทินก็รับลูกไปตามน้ำ แต่ภายใน ภท.ประเมินกันว่าจะได้ สส.เขตประมาณ 150-160 ที่นั่ง

บันทึกหน้า 4

การเมืองไทยในห้วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งครั้งนี้ กำลังสะท้อน “รอยเดิมที่ไม่เคยหาย” และ “บทเรียนที่บางฝ่ายยังดื้อจะไม่เรียนรู้” ไม่ว่าจะเป็นฝั่งพรรคส้ม หรือฝั่งฝ่ายอนุรักษนิยมเองก็ตาม

บันทึกหน้า 4

เห็นนักการเมืองมักเสนอตัดงบประมาณกองทัพ งานด้านความมั่นคง อย่างภาคภูมิใจ แต่น้อยคนที่จะเสนอตัดงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับตัวเองโดยตรง นั่นคือเงินเดือน สส. ค่าตอบแทน รวมไปถึงผู้ช่วย สส. ที่แต่ละปีใช้งบประมาณแผ่นดินจำนวนมาก ยิ่งช่วงหาเสียงเลือกตั้งแบบนี้ก็ยิ่งแล้วใหญ่ หาพรรคการเมืองที่ชูนโยบายรัดเข็มขัดรัฐสภา เพื่อช่วยลดงบประมาณแผ่นดินยามประเทศเจอวิกฤตเศรษฐกิจไม่ได้เลย

บันทึกหน้า 4

"แบงก์ชาติ" ออกโรงเอง! "วิทัย รัตนากร" ผู้ว่าการ ธปท. สายบู๊ นั่งเก้าอี้ไม่ถึง 4 เดือน ลุยปราบทุนเทา ล่าสุดโชว์ผลงานช่วยจับซื้อเสียง หลังได้กลิ่นตุๆ ในช่วง 2 สัปดาห์นี้ มีการถอนเงินสดก้อนใหญ่ประมาณ 450 ล้านบาท

บันทึกหน้า 4

เรียกว่าเริ่มเข้าสู่โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งแล้ว พรรคการเมืองต่างๆ ก็เริ่มปล่อยหมัดเด็ดหมัดน็อกออกมากันยกใหญ่ โดยใน ค่ายน้ำเงินของ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นอกจากเดินสายหาเสียงแบบออร์แกนิกแล้ว