บันทึกหน้า 4

สถานการณ์เลือดไหลออกจาก “พรรคประชาธิปัตย์” ยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง อย่างสัปดาห์นี้ มติคณะรัฐมนตรี ที่ตั้ง นางสาวรัชดา ธนาดิเรก อดีตรองโฆษกรัฐบาลสมัยรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา มาเป็นกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ก็จะทำงานกับ ภราดร ปริศนานันทกุล รมต.สำนักนายกฯ จากพรรคภูมิใจไทย และมีการเปิดเผยในเวลาต่อมาว่า ดร.รัชดาได้ไปสมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยเรียบร้อยแล้ว ก็ทำให้พรรคประชาธิปัตย์เสียอดีต สส.กทม. ที่ถือว่าเป็นนักการเมืองคุณภาพอีกคนหนึ่งของพรรค ปชป.ไป โดยคาดว่าการย้ายไปภูมิใจไทยรอบนี้ของ ดร.รัชดา อาจจะเกิดจากความสัมพันธ์อันดีกับ ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี

สมัยเป็นรองโฆษกรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ ทำให้สนิทกันมาก รวมถึง อ้น-ทิพานัน ศิริชนะ สส.บัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ อดีตผู้สมัคร สส.กทม. พรรคพลังประชารัฐ ตอนปี 2562 ที่อนาคตอาจตามมาอีกคนหากเคลียร์อะไรบางอย่างได้ ส่วนว่า ดร.รัชดาจะลงสมัคร สส.กทม.ระบบเขตหรือไม่ คงต้องรอดูอีกสักระยะ เพราะต้องยอมรับความจริงว่า ภูมิใจไทยยังมีปัญหาเรื่องการเจาะพื้นที่กรุงเทพฯ ที่คนเมืองหลวงยังไม่ค่อยตอบรับเท่าที่ควร ถือเป็นการบ้านข้อใหญ่ของภูมิใจไทย หากต้องการมี สส.และต้องการคะแนนใน กทม.

..ขณะเดียวกัน ก็มีข่าวว่า กลุ่มเสี่ยต่อ หรือกลุ่มเพื่อนเฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และอดีต รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก็ได้ออกจากพรรคประชาธิปัตย์เพื่อไปอยู่กับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ที่พรรค “กล้าธรรม”เรียบร้อยแล้วเช่นกัน โดยมีรายงานผ่านสื่อว่า เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายนที่ผ่านมา นายเฉลิมชัยยื่นหนังสือลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคต่อสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เป็นที่เรียบร้อย และหลังการลาออกของนายเฉลิมชัย จะมีกลุ่มสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และ สส.ภาคกลางบางส่วน ซึ่งอยู่ในสังกัด “กลุ่มเพื่อนเฉลิมชัย” ทยอยลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อรวมกลุ่มย้ายเข้าสังกัดพรรคกล้าธรรม จากการเจรจาเบื้องต้น กลุ่มนายเฉลิมชัยจะเข้ามาร่วมเป็น “หุ้นส่วนทางการเมือง” กับพรรคกล้าธรรม โดยตั้งเป้าเพิ่มจำนวน สส.ให้ได้ไม่น้อยกว่า 20 ที่นั่ง เพื่อขยายฐานจากพรรคขนาดกลางสู่พรรคขนาดใหญ่ในสภาผู้แทนราษฎร นอกจากนี้ยังมีรายงานเพิ่มเติมว่า จะมี สส.พรรคประชาธิปัตย์อีกหลายรายทยอยลาออกตามมา เพื่อเข้าร่วมในนาม “กลุ่มเพื่อนเฉลิมชัย” ภายในพรรคกล้าธรรม ซึ่งจะทำให้พรรคมีศักยภาพทางการเมืองเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ก่อนเข้าสู่การเลือกตั้งครั้งหน้า...เลือดไหลออกจากพรรคประชาธิปัตย์อย่างต่อเนื่องแบบนี้ ทางอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ชุดปัจจุบัน ก็ต้องไปขบคิดวางแผนทางการเมืองกันว่า จะใช้โอกาสนี้สร้างพรรคประชาธิปัตย์ขึ้นมาใหม่กันเลยดีหรือไม่ ที่ก็อาจทำให้การเลือกตั้งที่จะมีขึ้น อาจได้ สส.ไม่มากนัก ที่ก็ต้องยอมรับสภาพ แต่ก็อาจหวังไปถึงในอนาคต ที่พรรคประชาธิปัตย์จะกลับมาได้อีกครั้งในการเลือกตั้งรอบถัดจากปี 2569 หากสามารถเซตระบบ เซตคน ทำผลงานทั้งในสภาและนอกสภาได้ดี ก็ไม่แน่ ประชาธิปัตย์ อาจกลับมาฟื้นได้อีกรอบ เพียงแต่เลือกตั้งปีหน้า ก็อาจต้องยอมเหนื่อยหนักในการประคองพรรคทำศึกเลือกตั้งไปก่อน แล้วไปหวังผลในอนาคตกันต่อไป

การเมืองในสภาช่วงนี้ คลายความร้อนแรงไปเยอะเพราะอยู่ในช่วงปิดสมัยประชุมสภา กลับมาเปิดอีกทีก็หลัง 12 ธ.ค. อย่างไรก็ตาม มีสัญญาณการเมืองออกมาว่าอาจจะขอให้มีการเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ที่เป็นข้อตกลงสำคัญทางการเมืองระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชน ในการที่สส.พรรคประชาชนโหวตให้อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ โดยเรื่องนี้มีการเปิดเผยอย่างชัดเจนจาก ภราดร ปริศนานันทกุล รมต.สำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ที่กล่าวถึงความคืบหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญในชั้น กมธ. โดยเฉพาะความเห็นต่างเรื่องที่มาของ ส.ส.ร. ว่า คิดว่าไม่มีปัญหา สำหรับเรื่อง ส.ส.ร. วันนี้ทุกคนเห็นตรงกันหมดแล้ว โดยเฉพาะเรื่องของกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ ที่มี 35 คน ยืนยันว่ามีแน่นอน ส่วนเรื่องสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญยังมีความเห็นที่แตกต่างกัน ขณะนี้อยู่ระหว่างช่วงเจรจาเหตุเจรจาผลเพื่อไม่ให้ขัดคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ พร้อมกับบอกว่า ความเห็นส่วนตัว หากจะเปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ สามารถทำได้ โดยคงเป็นช่วงธันวาคม ประมาณวันที่ 8-10 ธันวาคม เพื่อลงมติในวาระสามให้ทันก่อนปีใหม่..หากเป็นไปตามนี้ คือทั้งฝ่ายพรรคประชาชน ภูมิใจไทย และกลุ่ม สว. ตกลงกันได้ มีการยอมถอยให้กัน ก็น่าจะทำให้การแก้ไข รธน.อาจจะผ่านรัฐสภาในวาระสามได้ หลังก่อนหน้านี้มีการมองกันว่า สว.อาจตั้งป้อมสกัดโหวตคว่ำในวาระสาม.

 

เสือภูเขา

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

“ตรุษจีนปีม้า” 17 กุมภาพันธ์นี้ ก็หวังว่าประเทศไทยคงได้เฉลิมฉลองอย่างสนุก เพราะ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ ควงคู่ศรีภรรยา “ธนนนท์ นิรามิษ” ไปร่วมเฉลิมฉลองงานตรุษจีนเมื่อวันพุธที่ 11 ก.พ.2569

บันทึกหน้า 4

ผลการเลือกตั้ง สส.เมื่อวันที่ 8 ก.พ. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ชนะอันดับหนึ่งแบบถล่มทลาย ได้ 193 เสียง พรรคประชาชน (ปชน.) 118 พรรคเพื่อไทย (พท.) 74 พรรคกล้าธรรม (กธ.) 58 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 22 เซียนการเมือง

บันทึกหน้า 4

เรียกได้ว่า หักปากกาเซียน กันทั้งประเทศ สำหรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่พรรคน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย ผงาดขึ้นมาแบบเหนือความคาดหมาย กวาดคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่งอย่างขาดลอย ด้วยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการถึง 194 เสียง ทิ้งห่างพรรคประชาชนที่ตามมาเป็นอันดับสอง 116 เสียง และพรรคเพื่อไทยที่ได้เพียง 76 เสียง

บันทึกหน้า 4

บันทึกไว้ให้ช่วยกันจดจำว่า การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 ก.พ.2569 เป็นการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นตามกระบวนการยุบสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นการเลือกตั้งตามครรลองประชาธิปไตยปกติ ไม่ใช่การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นหลังการยึดอำนาจหรือรัฐประหารหรือมีการฉีกรัฐธรรมนูญ

บันทึกหน้า 4

ใกล้ปิดฉาก "เลือกตั้ง 2569" เริ่มต้นชะตาบ้านเมืองรอบใหม่ วันอาทิตย์นี้ตัดสินสีไหนจะเข้าวิน ระหว่างน้ำเงินภายใต้การนำของ "นายกฯ หนู" อนุทิน ชาญวีรกูล" กับส้ม ของ "หัวหน้าเท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

บันทึกหน้า 4

นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน