
เห็นมาดเงียบๆ สุขุมจริงจัง แต่ใครที่ได้ใกล้ชิด “พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์” รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมป้ายแดง ต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ท่านเป็นคนอัธยาศัยดี มีน้ำใจและติดดินสุดๆ โดยเฉพาะกับชาวอีสาน ที่ถือเป็นถิ่นเก่าของอดีตนายตำรวจมือปราบคนนี้ หลังรับราชการอยู่ในพื้นที่มานานกว่า 40 ปี
ว่ากันว่า "บิ๊กรุท" ไม่ติดหรูติดแบรนด์ แต่หลงใหลของพื้นบ้านไทยแท้ โดยเฉพาะของจากอีสาน ทั้งผ้าไหม ผ้าฝ้าย และของกินบ้านๆ ด้วยถือเป็นเสน่ห์ความเป็นไทย และเป็นวิถีที่เลี้ยงดูผู้คนในพื้นที่ที่เขารักและผูกพัน
แต่สิ่งที่เจ้าตัว “นิยม” มากกว่าอะไรทั้งหมด คือแนวทางการทำงานตามแบบฉบับของ “ไอดอลในดวงใจ” อย่าง “บิ๊กอู๋” พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว อดีต ผบ.ตร.และรัฐมนตรีจากเมืองนครพนม และยังเป็นที่รักของเหล่านักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่น 40 ที่เปรียบเสมือนครูผู้ให้คำแนะนำในชีวิตราชการ
“บิ๊กอู๋” เคยสอนว่า "เมื่อมีโอกาสได้รับตำแหน่ง จงทำให้เต็มกำลัง ไม่ว่าจะอยู่ได้นานแค่ไหน เพราะตำแหน่งกับอำนาจมีวันหมด แต่คุณความดีจะอยู่ยืนยาว" ซึ่งได้กลายเป็นคติประจำใจของตนตั้งแต่การทำงานราชการ ก่อนมาดำรงตำแหน่ง “รมว.ยุติธรรม” จนถึงทุกวันนี้
แม้จะเพิ่งก้าวเข้าสู่สนามการเมืองในรัฐบาลเฉพาะกิจ แต่แนวคิดการทำงานยังคงเป็นแบบเดิม คือยึดมั่นใน “ระเบียบ กฎหมาย และความยุติธรรม” ไม่ใช่แค่ทำให้สำเร็จ แต่ต้อง “ทำให้ถูกต้อง” ด้วย
เจ้าตัวมักพูดกับทีมงานว่า งานยุติธรรมต้องอาศัยทั้งความรอบคอบและความเข้าใจผู้คน เพราะความยุติธรรมไม่ได้อยู่แค่ในหนังสือกฎหมาย แต่อยู่ในหัวใจของผู้ปฏิบัติด้วย หรือ หลักนิติธรรม (Rule of Law)
จึงไม่แปลกที่หลายคนมองว่า "พล.ต.ท.รุทธพล" เป็นอีกหนึ่ง รมต.หน้าใหม่ ที่ไม่ได้มีดีแค่โปรไฟล์นักสืบรุ่นเก๋า แต่ยังมีหัวใจนักพัฒนา ที่พร้อมจะสานต่อแนวคิดของ “บิ๊กอู๋” ทำงานด้วยหัวใจรับใช้ประชาชน ไม่ใช่เพราะตำแหน่ง
ที่สำคัญ แม้จะผันตัวมาเป็นเสนาบดีในเมืองกรุง แต่ “รมต.รุทธพล” ก็ยังไม่ทิ้งกลิ่นอายอีสาน ทั้งรอยยิ้ม เสียงหัวเราะ วิถีเรียบง่าย และความจริงใจ.
ช่างสงสัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เดินเท้าขอบคุณ
ทุ่มเทมาตลอด 5 ปี สอบตกไป 2 ครั้ง แต่ยังไม่หยุดทุ่มเท รอบนี้สมหวัง เสี่ยโบ๊ต-อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 6 พรรคภูมิใจไทย เข้าวินถล่มทลาย กวาดไปกว่า 48,000 คะแนน ทิ้งขาดอันดับสองแบบไม่ต้องลุ้นอะไรมากนัก
'นับสักกี่ครั้งก็ชนะ'
ศึกเลือกตั้งศรีสะเกษรอบนี้ ต้องยอมรับว่า “สีน้ำเงิน” มาแรงแบบไม่เกรงใจใคร เพราะนอกจากพรรคภูมิใจไทยจะกวาดชัยอย่างไม่เป็นทางการเกือบยกจังหวัด เปลี่ยนพื้นที่สีแดงให้กลายเป็นน้ำเงินได้แล้ว บทสรุปสุดท้ายต้องลุ้นว่าจะได้ 7 หรือ 8 ที่นั่ง จากทั้งหมด 9 เก้าอี้ เนื่องจากยังมีประเด็นเรื่องการร้องขอนับคะแนนใหม่ในบางเขต
"พักก่อนพี่เต้"
บรรยากาศการเลือกตั้ง ก.พ.2569 นี่มันช่างระอุยิ่งกว่าอากาศเมืองไทย โดยเฉพาะสมรภูมิเมืองน้ำเค็ม “ชลบุรี เขต 1” ที่ดรามาพุ่งกระฉูด พรรคประชาชนแพ้ให้ สุชาติ ชมกลิ่น บ้านใหญ่ที่นี่ เพียงไม่กี่คะแนน ทำด้อมส้มปรี๊ดแตก ขอให้นับคะแนนใหม่ อีกทั้งยังพบทั้งบัตรเขย่ง ยันใบคะแนนในถังขยะ ทำเอาชาวบ้านตาค้างกันทั้งบาง
'อยากดูแลทุกคน'
การเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. ได้เสร็จสิ้นลงไปแล้ว ซึ่งคิดว่าแต่ละพรรคการเมืองได้ทำเต็มที่ที่สุดเท่าที่ทำได้ ทั้งเรื่องการหาเสียงหรือเรื่องการประกาศนโยบายให้ถึงชาวบ้านให้ได้มากที่สุด
โพสต์เดือด!
พร้อมชนทุนผูกขาดทุกวงการ คำนี้เป็นอันรู้กันต้องยกให้ “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ของ “หัวหน้าตุ๋ย-พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ประกาศดุดันพร้อมทลายทุกทุนผูกขาด ทุกการทุจริต ทุนเทา ทุนดำ พรรครวมไทยสร้างชาติพร้อมเป็นพรรคสีขาว ที่ไม่สามารถย้อมด้วยอำนาจหรือผลประโยชน์ได้
‘อีหล่า’ จะทำให้เบิ่ง
ศรีสะเกษจะมีรัฐมนตรีเป็นศักดิ์เป็นศรีคนบ้านเฮาหรือไม่ งวดนี้อยู่ในกำมือพี่น้องคนนครดอกลำดวนแล้วเด้อ ส่องสปอร์ตไลต์เลือกตั้งเที่ยวนี้ เหมือนจะมีแค่ 2 พรรคที่ต้องชิงดำ คือ พรรคภูมิใจไทย กับพรรคเพื่อไทย

