
ไทยโพสต์ "อิสรภาพแห่งความคิด" www.thaipost.net ยุบหนอพองหนอ! เวลานี้คาถาอะไรก็คงเอาไม่อยู่ สถานการณ์ใกล้นับหนึ่งเลือกตั้งเต็มแก่ บรรดา สส. นักการเมืองทั้งหลายทุกวันจิตใจจดจ่อ ยุบไม่ยุบ ยิ่ง "นายกฯ หนู" อนุทิน ชาญวีรกูล ตอกย้ำเป็นสิทธิ์และอำนาจในมือ เขียนร่างพระราชกฤษฎีกายุบสภาผู้แทนราษฎรไว้รอแล้ว จับสัญญาณได้เมื่อไหร่ว่าฝ่ายค้านจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ ชิงทูลเกล้าฯ ถวายร่าง พ.ร.ฎ.ทันที คงไม่ปล่อยให้ฝ่ายค้านยื่นก่อนแล้วค่อยยุบสภา เสี่ยงมีปัญหาต้องมาตีความอะไรกันอีกมากมาย งานนี้มีแต่ฝ่ายค้านที่ต้องคิดหนัก โดยเฉพาะพรรคส้ม
๐ พร้อมสรรพกว่าใครเพื่อน ต้องยกให้พรรคน้ำเงิน จัดหนักจัดเต็มทุกด้าน ทั้งอำนาจ ท่อน้ำเลี้ยง ผู้สมัคร พลังดูดทะลุทะลวง ไม่ใช่แค่บ้านใหญ่ที่กวาดเกลี้ยง ขนาด "ชาติไทยพัฒนา" ก็ไม่เว้น "ท็อป" วราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค ยังต้านไม่ไหว ด้วยกำลังที่มีน้อยนิด เตรียมหอบทั้ง 10 สส. ซบอกเสี่ยหนู ล่าสุด หนึ่งในเสาหลักของ ชทพ. "จองชัย เที่ยงธรรม" พยายามรั้งไว้สุดฤทธิ์ ย้อนคำพูดของหลานท็อปที่เคยบอกว่าจะรักษามรดกของพ่อบรรหารไว้ แถมยกบทเรียนสมัยที่ออกจากชาติไทยไปอยู่กับภูมิใจไทย ปี 62 แล้วแพ้ เพราะคนสุพรรณบุรีผูกพันกับพรรคมากกว่าคน สุดท้ายท็อปจะปิดตำนานพรรคชาติไทยจริงมั้ย รู้คำตอบแน่ ในงานประชุมใหญ่วิสามัญพรรคภูมิใจไทย วันอาทิตย์นี้
๐ ส่วนพรรคขาลง ก็เปิดตัวว่าที่ผู้สมัครต่อเนื่อง ถึงคิว "วราเทพ รัตนากร" คัมแบ็กเพื่อไทย หอบหิ้ว สส.กำแพงเพชร กลับมาได้คนเดียว คือ นายอนันต์ ผลอำนวย สส. เขต 3 แต่เลือกตั้งครั้งหน้าจะวางมือ ดัน "นพพล ผลอำนวย ทายาทตัวเองลงแทน ส่วนนายปริญญา ฤกษ์หร่าย สส. เขต 4 แตกคอกันไปแล้ว เพราะนายวราเทพเลือกที่จะส่งกำนันตู้-สุรสิทธิ์ วงศ์วิทยานันท์ ลงแทนในการเลือกตั้งครั้งหน้า ทำให้นายปริญญาย้ายไปอยู่พรรคกล้าธรรม ที่น่าสนใจคือส่ง "ธนากร รัตนากร" ลูกชายลงสนามการเมืองครั้งแรก แถมลงเขต 2 ชนกับเจ้าของพื้นที่ที่แข็งแกร่งอย่าง "เพชรภูมิ อาภรณ์รัตน์" เที่ยวนี้สนามชากังราวเดือดแน่! จากที่ก่อนหน้านี้ 2 บ้านใหญ่สงบศึกชั่วคราว แบ่งกันฝ่ายละ 2 เขต สมัยอยู่กับลุงป้อมในพรรคพลังประชารัฐ แต่คราวนี้แยกทางกันเด็ดขาด เปิดฉากศึกระหว่าง พท. กับ กธ. ที่นำโดยนายไผ่ ลิกค์ เลขาธิการพรรค สส.กำแพงเพชร เขต 1 ถึงแม้เจ้าของบ้านใหญ่รัตนากรจะบอกสื่อว่าได้ยกจังหวัดชัวร์ ในขณะที่พรรคต้นสังกัดกำลังย่ำแย่ โอกาสจะกลายเป็นอีกฝั่งซะมากกว่า
๐ วิบากกรรมรุมเร้า! ดูท่าต้องหามส่งโรงพยาบาลอีกรอบหรือเปล่า แต่หมดสิทธิ์ไปชั้น 14 ไปไกลได้แค่ รพ.ราชทัณฑ์ ได้ยิน "อิ๊งค์" แพทองธาร ชินวัตร บอกสื่อหลังควงสามีเข้าเยี่ยมพ่อแม้ว ซึ่งนอนเรือนจำคลองเปรมมา 2 เดือน กับ 11 วัน "ทราบว่าทาง ผบ.เรือนจำกลางคลองเปรม ได้ชวนคุณพ่อเข้าร่วมโครงการธรรมนาวาวัง ก็เห็นว่าจะแบบนั้น ซึ่งช่วงนี้คุณพ่อก็โอเค ส่วนสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงนั้น คุณพ่อก็สุขภาพร่างกายโอเค แต่สุขภาพใจก็อาจมีความเครียดเยอะหน่อย" พอถามว่าเป็นเกมการเมืองสกัดไม่ให้ทักษิณออกมาทันในช่วงเลือกตั้ง 2569 หรือไม่ ลูกอิ๊งค์ตอบทันที "ถึงตอนนี้ ดิฉันเองก็ถอยออกจากการเมืองเยอะมากๆ แล้ว แทบจะถอยทั้งหมดแล้ว ก็ปล่อยทั้งพรรคลุยไป ก็คงต้องดูแลจิตใจคุณพ่อ" แต่ที่งงมากตอนถามเรื่อง พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ออกคำสั่งให้กระทรวงยุติธรรมและกรมราชทัณฑ์ทบทวนระเบียบการคุมขังนอกเรือนจำ "ก็หวังว่าจะเป็นไปตามกระบวนการ แต่คุณพ่ออายุเยอะแล้ว ถ้าได้สิทธิ์ออกมาพักก็คงจะดี เพราะว่าจริงๆ อยู่ข้างในก็ไม่ได้อะไรอยู่แล้ว" ถึงกับอึ้ง ในเมื่อทำผิดก็ต้องเข้าไปรับโทษตามกฎหมาย จะหวังได้อะไรอีกเล่า นอกจากต้องหัดสำนึกผิด แยกแยะผิดชอบชั่วดี ไม่ประพฤติทุจริตซ้ำรอยเดิมอีก.
ลี้คิมฮวง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
บันทึกช่วยจำ วันนี้ 30 มี.ค. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะนำรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อโปรดพิจารณาตามกระบวนการ ต่อจากนั้น เป็นวาระของการแถลงนโยบาย 7-9 เม.ย.
บันทึกหน้า 4
เดือดกว่าในสภา! ลักหลับตอน 4 ทุ่ม แถมเลือกเวลาช่วงปิดประชุมสภาหลังถกญัตติด่วนวิกฤตน้ำมันพอดิบพอดี บอกว่าเลิกอั้น แต่ใครจะคิดว่าจะขึ้นพรวด 6 บาท เล่นเอาชาวบ้านสะดุ้งตื่น
บันทึกหน้า 4
ดูเหมือน การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) เมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2569 ช่างคึกคักเสียจริง ซึ่งสาเหตุหลักก็คงมาจากเป็นสภาใหม่ถอดด้ามที่มีการประชุมครั้งแรก แต่ก่อนการประชุมนั้น “โสภณ ซารัมย์” ประธานสภาฯ พร้อมด้วยตัวแทนพรรคการเมืองก็ได้หารือถึงการกำหนดวัน-เวลาในการประชุมของทั่นผู้แทนยุคนี้ ...๐
บันทึกหน้า 4
โผ ครม.อนุทิน 2 สะเด็ดน้ำแล้วจำนวน 35 เก้าอี้ เหลือไว้ 1 เก้าอี้ ยังคงเผื่อไว้ให้ใครสักคน สำหรับ ดร.ปื๊ด-นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ชัดเจนแล้วว่าไม่ได้ไปต่อ
บันทึกหน้า 4
แม้รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล จะก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นในสภา แต่เส้นทางการบริหารประเทศจากนี้ไป ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากเต็มไปด้วย “โจทย์ใหญ่” และ “ปมเสี่ยง” ที่อาจกลายเป็นแรงสะเทือนทางการเมืองได้ทุกเมื่อ
บันทึกหน้า 4
บันทึกท่ามกลางอากาศร้อน แต่ยังร้อนไม่เท่ากับบรรยากาศด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในบ้านเรา เพราะ "หน้าตา ครม.ชุดใหม่" ทำท่าว่ามิได้ไฉไลไปกว่าเก่า เพราะยังคงยึดโยงอยู่กับวัฒนธรรม "แบ่งโควตา" เก้าอี้สนองก๊วนแก๊งบ้านเล็กบ้านใหญ่เหมือนเดิม .

