
เกมรบพุ่งระหว่างรัฐบาลและฝ่ายค้าน ถูกนำเปรียบเทียบดังวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์ หลัง"บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เปรียบเป็น "พระราม" ส่วนฝ่ายค้าน เป็น "ทศกัณฐ์ " ระหว่างการอภิปรายทั่วไปแบบไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา
พร้อมให้ไป ดูจุดจบของทศกัณฐ์ โดยระบุว่า "ขอให้เอาข้อมูล ข้อเท็จจริง และเข้าใจซึ่งกันและกัน ที่ผมพูดมานั้นไม่ได้มีอารมณ์ และโมโหทั้งสิ้น แต่รีบพูดเพราะเรื่องมันเยอะ หากมีเรื่องอะไรที่จะต้องแก้ไข ผมก็จะนำกลับไปแก้ไข ขอบคุณฝ่ายค้าน ฉะนั้นต่างคนต่างเล่นคนละบทบาท ท่านให้ผมเป็นพระลักษณ์ พระรามแล้วท่านเป็นทศกัณฑ์ ดูหนังดูละคร ก็ขอให้ย้อนดูตัวคนเล่นละครด้วย ผมก็ถูกท่านดูอยู่ ดังนั้นทุกคนต้องดูตัวละครตัวอื่นด้วย มันถึงจะสำเร็จประเทศไทยใหญ่กว่ารามเกียรติ์เยอะ”
สำหรับจุดจบของทศกัณฐ์ หลายคนอาจจะหลงลืมว่าการว่าตายอย่างไร ขอนำมาสรุปอีกครั้งซึ่ง ทศกัณฐ์สู้กับพระรามในหลายศึกมาก โดนอาวุธยังไงสุดท้ายก็ฟื้นคืนกลับมาได้ทุกที
ฝ่ายพระรามต่อมา จึงสืบรู้ว่า ทศกัณฐ์ได้ทำพิธีถอดกล่องดวงใจออกไปเก็บไว้ที่อื่น จึงทำให้ไม่ตาย โดยเอาไปฝากไว้ที่พระฤาษีโคบุตรผู้เป็นอาจารย์
"หนุมาน" จึงวางแผนแสร้งแปรพักตร์จากพระรามไปเข้ากับทศกัณฐ์ ใช้คารมกล่อมจนทศกัณฐ์รักหลงรับเป็นบุตรบุญธรรมควบคู่ไปกับคืบเข้าหาทางฤาษีโคบุตร วางกลอุบายจนสับเปลี่ยนเอากล่องดวงใจจริงมาได้สำเร็จ
จนกระทั่งศึกสุดท้ายระหว่าง "ทศกัณฐ์"กับ "พระราม" โดย"หนุมาน"ได้นำกล่องวงใจของ "ทศกัณฐ์" มาขยี้ พร้อม ๆ กับ "พระราม"แผลงศรพรหมาสตร์ สังหาร "ทศกัณฐ์ "จนตาย จุดจบ"ทศกัณฐ์"จึงเป็นเช่นนี้ ตายเพราะหลงไว้ใจศัตรู
กลับมาที่การเมืองไทยก็ต้องดูว่าสุดท้ายใครคือ "หนุมาน"
ช่างสงสัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
'เศรษฐกิจสีชมพู'
เดือนมิถุนายนในแต่ละปีเป็นเดือน Pride Month ซึ่งเป็นเดือนที่มีความสำคัญกับกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ (LGBTIQ+) ในประเทศไทยถือว่าเป็นประเทศที่เปิดกว้างและให้ความสำคัญกับเรื่องดังกล่าว
ปักธงราชบุรี
ในช่วงสนามการเมืองสงบ แต่งานขับเคลื่อนพรรคการเมืองทุกพรรคยังต้องเดินต่อ เพื่อรวบรวมขุมกำลังไว้ให้มั่นสำหรับการศึกรอบหน้า รวมถึง “พรรครวมไทยสร้างชาติ” หรือ รทสช. ของ “หัวหน้าตุ๋ย” นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค ที่เงียบหายจากหน้าสื่อ แต่ทว่างานหลังบ้านในการเดินหน้าขยายพรรคยังไปต่อไม่สะดุด
สส.สายอบอุ่น
พูดน้อย ต่อยหนัก น่าจะเป็นเครื่องหมายการค้าของ เฮียชิต–ชิตพล ไตรสรณกุล สส.ศรีสะเกษ เขต 4 อำเภอกันทรลักษ์ พรรคภูมิใจไทย พี่ใหญ่แห่ง บ้านไตรสรณกุล
เลขาฯ กวางขายเอง
ช่วงนี้งานรัฐบาลรัดตัวแค่ไหนไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ “เลขาฯ กวาง” ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี จากพรรคภูมิใจไทย ยังไม่ลืมภารกิจโปรโมตบ้านเกิด
อาบไปเลย
แวบไปแถวศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ เมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 9 มิ.ย.2569 ที่ผ่านมา บรรยากาศที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดูจะคึกคักและอบอวลไปด้วยกลิ่นธูปควันเทียนเป็นพิเศษ เพราะเป็นวันดีเดย์ครบรอบ 28 ปีแห่งการสถาปนาองค์กรอิสระแห่งนี้ งานนี้แกนนำและขุนพลของสำนักงานตบเท้าเข้าร่วมพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำสำนักงานกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา นำโดย ณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. พร้อมด้วยคณะกรรมการ กกต. ชุดปัจจุบัน
'มาตรการคัดกรองเนื้อหา'
ปัญหาหลักในการใช้โซเชียลมีเดีย เมื่อเปิดเข้าไปในแพลตฟอร์มบางครั้งก็จะไม่สามารถคอนโทรลเนื้อหาที่แสดงได้ ซึ่งในหลายครั้งก็จะส่งผลต่อเด็ก เยาวชนที่ใช้สื่อโซเชียล เป็นเรื่องที่พวกผู้ปกครองหลายคนกังวล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องเร่งแก้ไขปัญหานี้โดยด่วน เพราะถึงแม้ว่าผู้ปกครองจะปิดกั้นข้อมูลเหล่านี้ แต่ก็มีหลุดรอดออกมาบ้าง โดยเรื่องนี้ที่ประชุมวุฒิสภาได้มีกระทู้ถามเรื่องที่สื่อสังคมออนไลน์มีการเผยแพร่สื่อลามกอนาจาร ที่มี น.ต.วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเจ้าตัวได้กล่าวถึงปัญหาของสังคมว่า “เป็นเรื่องที่เห็นในสื่อสังคมออนไลน์ทั่วไป บ่อยครั้งมาพร้อมกับโฆษณาประชาสัมพันธ์ร่วมกับวัยรุ่นที่ทำบ่อนพนันออนไลน์ตามด้วย 888 ทั้งหลาย ซึ่งเป็นสิ่งที่เห็นได้อย่างทั่วไปและกั้นไม่อยู่ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่ไม่เหมาะได้รับสื่อเหล่านี้” สว.วุฒิพงศ์ ได้แนะนำว่า “ทุกวันนี้ถ้าเราไปค้นบนเว็บไซต์ Google ก็ยังเจอ ซึ่งสามารถดูได้ว่าสื่อไหนลามกอนาจารตรงไหน ถ้าท่านไม่เจอ ท่านมาบอกผมได้ หรือเอาผมไปบรรยายที่กระทรวงดีอีก็ได้ ผมยินดีที่จะชี้โพรงให้กระรอก จริงๆ ท่านอาจจะรู้อยู่แล้วด้วยซ้ำไป แต่จะหาหนทางในการปฏิบัติอย่างไร รวมถึงจะหามาตรการคัดกรองเนื้อหาอย่างไร”

