บันทึกหน้า 4

ขอส่งกำลังใจให้พี่น้องภาคใต้ที่ประสบภัยน้ำท่วม ฝนนี้หนักหนาสาหัสกว่าทุกปี อย่างที่ จ.สงขลา ล่าสุดผู้ว่าราชการจังหวัดประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติทั้งจังหวัดแล้ว หลังหลายพื้นที่อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำและเชิงเขา ส่วน อ.หาดใหญ่ สั่งอพยพทั้งหมดอำเภอแบบ 100% เข้าสู่สภาวะวิกฤต สิ่งจำเป็นตอนนี้คือ พาหนะอย่างเรือ รถที่มีประสิทธิภาพในการเคลื่อนย้ายผู้คน ตอนนี้ทั้งภาครัฐ เอกชน กำลังระดมกำลังช่วยเหลือ ขอให้ผ่านจุดนี้ไปให้ได้ ส่วนดรามาต่างๆ พักๆ กันไว้บ้าง

อย่างกรณี ‘เสี่ยหนู’ อนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกฯ ลงพื้นที่หาดใหญ่ 2 วันติดต่อกันเพื่อไปติดตามสถานการณ์น้ำท่วม หลายคนเอาแต่แซะ แต่เหน็บ ว่าสร้างภาพ แต่ในอดีตรุมประณามอดีตนายกฯ หลายคนที่ไม่ลงพื้นที่ว่าเอาแต่สั่งการอยู่บนหอคอยงาช้าง ไม่เคยโผล่มาให้ประชาชนเห็นหน้า หรือไปช้า เพราะไม่ต้องการรบกวนเจ้าหน้าที่หน้างาน ก็โดนบ่นว่ามาเอาตอนน้ำแห้งแล้ว สรุปคือ ไปก็โดนด่า ไม่ไปก็โดนด่า เอาเป็นว่าไม่ใช่คนที่ชอบ คนที่เชียร์ ด่าหมด

 ‘ศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง’ สส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ออกมาโพสต์จิก ‘อนุทิน’ ว่า “ท่านนายกฯ ครับ รักประชาชนจริง สิ่งที่ต้องทำตอนนี้ คือช่วยเขาให้เร็วที่สุดครับ!!! หน้าที่ทำอาหาร ปล่อยให้เป็นของแม่ครัวครับ..” อืมนะ นี่ถ้าอยู่พรรคเดียวกัน ไม่โพสต์แบบนี้แน่ และถ้าไม่ใช่คู่แข่งในสนามเลือกตั้งสงขลา จะมองเห็นว่าปัญหาที่สำคัญช่วงน้ำท่วมวันแรกๆ คือ อาหารการกินของชาวบ้าน อีกอย่างการลงพื้นที่คือ การรับฟังหน้างานและสั่งการตรงนั้น ได้ผลกว่าอยู่กรุงเทพฯ แน่นอน

ประเด็นสำคัญ ในฐานะนักการเมืองรุ่นใหม่ ถ้าจะเสนอแนะสามารถใช้คำพูดโดยไม่ต้องแซะก็ได้ แต่พอทำแบบนี้ ทุกคนมองออกหมด เพราะ ‘ตระกูลขาวทอง’ กับพรรคภูมิใจไทย เป็นคู่แข่งโดยตรงในพื้นที่ พรรคประชาธิปัตย์ยุคฟื้นฟู ควรบอกสมาชิกอย่าทำการเมืองแบบเก่า ไม่อย่างนั้นจะได้ผลลัพธ์เดิมๆ …๐

‘เสี่ยหนู’ ส่งซิกพรรคร่วมรัฐบาลเมื่อวันอาทิตย์ ให้เปิดโหมดสแตนด์บาย รอฟังสัญญาณช่วงวันที่ 12 ธันวาคม ให้พร้อมตลอดเวลา เพราะมีโอกาสกดปุ่มยุบสภาสูง! ปัจจัยสำคัญอยู่ที่พรรคเพื่อไทย ซึ่งตั้งแท่นจะยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะกล้าทำอย่างที่พูดหรือไม่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น พรรคสีแดงจะกล้าหรือไม่กล้า ไม่รู้ ที่แน่ๆ ‘อนุทิน’ กล้าแน่นอน เพราะไม่ยอมเอารัฐบาลเสียงข้างน้อยไปเสี่ยงเกมการเมืองในสภาร้อยเปอร์เซ็นต์

ขณะที่การเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญ 10-11 ธันวาคม ไทม์ไลน์นี้ ขงเบ้งค่ายสีน้ำเงินวางแผนมาขาด เปิดให้พิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญวาระ 2 ให้เสร็จ แล้วเว้นไว้ 15 วัน ก่อนจะพิจารณาวาระ 3 จากนั้นหากวันที่ 12 ธันวาคม พรรคเพื่อไทยมาตามที่ป่าวประกาศ หรือแค่ทำท่าง้างจะยื่นซักฟอก ‘เสี่ยหนู’ ก็มือลั่นกดปุ่มยุบสภาทันที การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ทำๆ มา แท้งโดยอัตโนมัติ ไม่มีวาระ 3 ให้โหวตแล้ว

พรรคภูมิใจไทยในฐานะแกนนำรัฐบาล ไม่ได้ผิด MOA เพราะแสดงถึงความจริงใจด้วยการเปิดประชุมสภาสมัยวิสามัญให้แล้ว กลายเป็นคนที่ทำให้แท้ง ให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญคลอดมาไม่ได้คือ พรรคเพื่อไทยโดยบัดดล เกมนี้ค่ายน้ำเงินวินเดี่ยว เพราะไม่มีอะไรเสีย เหตุนี้ทำให้ ‘เท้ง’ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าค่ายส้ม หน้าตั้งไปขอ ‘เสี่ยหนิม’ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ หัวหน้าค่ายสีแดง ช่วยไปยื่นซักฟอกหลังผ่านวาระ 3 ได้มั้ย! 

พรรคเพื่อไทยไม่ยื่นซักฟอกก็เสียฟอร์ม ยื่นไปก็ทำการแก้ไขรัฐธรรมนูญล่ม อยู่ที่นักรบห้องแอร์ทั้งหลายจะหาทางแก้เกมหมากกลของค่ายน้ำเงินที่เตรียมรับทุกระบบมาอย่างดีอย่างไรกันต่อ …๐

แฟนคลับไอโอของพรรคเพื่อไทยปั่นกระแสโจมตี 2 สส.สาว ไม่ว่าจะเป็น ‘สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ’ สส.อุบลราชธานี และ ‘สรัสนันท์ อรรณนพพร’ สส.ขอนแก่น พรรคเพื่อไทยอย่างหนัก ที่ไปแสดงตัวจะย้ายเข้าร่วมพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้ง ประณามว่าเป็น ‘งูเห่า’ แต่ลืมไปว่า รากเหง้าของพรรคเพื่อไทยอย่าง ‘ไทยรักไทย’ ภายใต้การนำของ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ เคยใช้โมเดลนี้มาก่อน ทั้งทุบ ลาก ชวน เทกโอเวอร์พรรคต่างๆ มากองกันอยู่ที่เดียว 

ขณะเดียวกัน สิ่งที่พรรคเพื่อไทยคอยด่า คอยแซะ ค่ายน้ำเงินว่าดูด สส. เอาผลประโยชน์ไปล่อนักการเมืองเข้าพรรค ล้วนเป็นสิ่งที่พรรคไทยรักไทยเคยทำมาแล้ว จนคนยกให้เป็นต้นแบบมาแล้วทั้งสิ้น …๐

 

ปรารถนา

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

บันทึกช่วยจำ วันนี้ 30 มี.ค. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะนำรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อโปรดพิจารณาตามกระบวนการ ต่อจากนั้น เป็นวาระของการแถลงนโยบาย 7-9 เม.ย.

บันทึกหน้า 4

เดือดกว่าในสภา! ลักหลับตอน 4 ทุ่ม แถมเลือกเวลาช่วงปิดประชุมสภาหลังถกญัตติด่วนวิกฤตน้ำมันพอดิบพอดี บอกว่าเลิกอั้น แต่ใครจะคิดว่าจะขึ้นพรวด 6 บาท เล่นเอาชาวบ้านสะดุ้งตื่น

บันทึกหน้า 4

ดูเหมือน การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) เมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2569 ช่างคึกคักเสียจริง ซึ่งสาเหตุหลักก็คงมาจากเป็นสภาใหม่ถอดด้ามที่มีการประชุมครั้งแรก แต่ก่อนการประชุมนั้น “โสภณ ซารัมย์” ประธานสภาฯ พร้อมด้วยตัวแทนพรรคการเมืองก็ได้หารือถึงการกำหนดวัน-เวลาในการประชุมของทั่นผู้แทนยุคนี้ ...๐

บันทึกหน้า 4

โผ ครม.อนุทิน 2 สะเด็ดน้ำแล้วจำนวน 35 เก้าอี้ เหลือไว้ 1 เก้าอี้ ยังคงเผื่อไว้ให้ใครสักคน สำหรับ ดร.ปื๊ด-นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ชัดเจนแล้วว่าไม่ได้ไปต่อ

บันทึกหน้า 4

แม้รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล จะก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นในสภา แต่เส้นทางการบริหารประเทศจากนี้ไป ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากเต็มไปด้วย “โจทย์ใหญ่” และ “ปมเสี่ยง” ที่อาจกลายเป็นแรงสะเทือนทางการเมืองได้ทุกเมื่อ

บันทึกหน้า 4

บันทึกท่ามกลางอากาศร้อน แต่ยังร้อนไม่เท่ากับบรรยากาศด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในบ้านเรา เพราะ "หน้าตา ครม.ชุดใหม่" ทำท่าว่ามิได้ไฉไลไปกว่าเก่า เพราะยังคงยึดโยงอยู่กับวัฒนธรรม "แบ่งโควตา" เก้าอี้สนองก๊วนแก๊งบ้านเล็กบ้านใหญ่เหมือนเดิม .