บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด เหตุการณ์น้ำท่วมในตัวเมือง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา วิกฤตอย่างหนัก สาเหตุเพราะฝนตกหนักมากในช่วงเวลาอันสั้น หรือ Rain Bomb และเรียกว่า ฝน 300 ปี หมายถึงปริมาณฝนที่มีโอกาสเกิดขึ้นน้อยมาก (ประมาณ 1 ครั้งใน 300 ปี) ประกอบกับมวลน้ำจากคลองอู่ตะเภา คลองต่ำ คลองหวะ ไหลเข้าตัวเมืองหาดใหญ่ ที่เป็นแอ่งกระทะ ก่อนไหลลงทะเลสาบสงขลา ผ่านคลอง ร.1 และคลองอู่ตะเภา ระยะทาง 30 กม. ขณะที่มีสิ่งปลูกสร้างและถนนขวางทางน้ำ บวกกับน้ำทะเลหนุนสูง ทำให้น้ำไหลออกทะเลไม่ทัน แต่เมื่อเกิดเหตุวิกฤต

ประชาชนได้รับความเดือดร้อน ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบต้องถูกวิจารณ์เป็นธรรมดา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ได้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินในพื้นที่จังหวัดสงขลา และได้มอบให้ พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.ทสส.) เป็นผู้อำนวยการสถานการณ์ ก่อนหน้านี้ได้แต่งตั้ง ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกฯ และ รมว.เกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้อำนวยการบริหารจัดการน้ำในสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ (ศนภ.)...0

นายกฯ อนุทิน ยืนยันว่า ผบ.ทสส.ทำหน้าที่บูรณาการทั้งหมด และอำนาจไม่ได้ซ้ำซ้อนกัน ร.อ.ธรรมนัสอยู่หน้างาน ก็สามารถสั่งงานได้ รมต.ทุกคนก็สั่งงานได้ ส่วนการช่วยเหลือไม่ได้ล่าช้า ทุกหน่วยงานทำงานอย่างเต็มที่ แต่เหตุการณ์วิกฤตก็สะท้อนความล้มเหลวของภาครัฐ ตั้งแต่การพัฒนาที่ไร้ทิศทาง การวางผังเมือง สร้างเมืองขวางทางเดินของน้ำ หน่วยงานรัฐต่างคนต่างทำ เมื่อมีสถานการณ์วิกฤตก็เกิดความโกลาหล รศ.ดร.เสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ ม.รังสิต และรองประธานมูลนิธิสภาเตือนภัยพิบัติแห่งชาติ ระบุว่า ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ 2550 มีคณะกรรมการระดับชาติและระดับท้องถิ่นดูแลอยู่ มี มท.1 เป็นผู้บัญชาการเหตุการณ์ ตั้งแต่ระดับท้องถิ่นจนถึงระดับชาติ แต่รัฐบาลกลับไม่ใช้กลไกตาม พ.ร.บ.นี้ มีการตั้งคณะกรรมการโดยใช้ระเบียบสำนักนายกฯ มีการเตือนภัยก่อนล่วงหน้า 2-5 วัน แต่ไม่มีการประเมินความรุนแรงของสถานการณ์เลย ไม่มีศูนย์การจัดการความช่วยเหลือ มีเพียงอาสาสมัครที่เสียสละรวมพลเข้ามา ขาดการบังคับบัญชา การตอบสนองเหตุการณ์ เมื่อรู้ว่าน้ำจะยกตัวสูงขึ้นเกือบ 2 เมตร ทำไมไม่ทำอะไรเลย ปล่อยประชาชนเผชิญชะตากรรม?...0

ที่ประชุม ครม.เห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาเรียกสมัยประชุมวิสามัญ รัฐสภา ในวันที่ 10-11 ธ.ค. เพื่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 2 และวาระ 3 เนื่องจากรัฐธรรมนูญกำหนดว่าหลังการพิจารณาในวาระ 2 แล้ว ต้องเว้นระยะเวลา 15 วัน จึงจะสามารถพิจารณาในวาระ 3 ได้ แต่หากต้องรอเปิดสมัยประชุมสามัญในวันที่ 12 ธ.ค. ก็จะดำเนินการไม่ทันช่วงก่อนปีใหม่ตามกรอบเวลา นายณัฐวุฒิ บัวประทุม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน (ปชน.) ในฐานะคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฯ ก็ขอให้รัฐบาลรอ 15 วันหลังร่าง รธน.ผ่านวาระ 2 อย่าเพิ่งยุบสภา อย่างไรก็ตาม แกนนำพรรค ปชน.กับพรรคเพื่อไทย (พท.) เจรจากันแล้วให้ยื้อเวลายื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจไปหลังแก้ รธน.ผ่านวาระ 3 แต่ถึงอย่างไร พท.ก็คงไม่กล้ายื่นซักฟอกอยู่ดี เพราะจะเข้าเนื้อพวกตัวเอง และวันที่ 31 ม.ค.69 นายกฯ อนุทิน ก็จะยุบสภาอยู่แล้ว หากจะยื่นในเดือน ม.ค. นายกฯ ก็ชิงยุบสภาก่อน สรุปไม่มีการซักฟอก จบข่าว...0

ความอัปยศในเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ที่ใช้ห้องรับรองแขกของผู้บัญชาการเรือนจำดัดแปลงเป็น “ฮาเร็มส่วนตัว” นำหญิงสาวชาวจีนมาบริการนักโทษกลุ่ม “จีนเทา” มูลเหตุจากการทุจริตของเจ้าหน้าที่รับผลประโยชน์จากนักโทษ จนมีคำสั่งให้ นายมานพ ชมชื่น ผบ.เรือนจำฯ และเลขาฯ ออกจากราชการไว้ก่อน การใช้เงินซื้อความสะดวกสบายในคุกรู้กันมานานแล้ว แต่ไม่เคยถึงกับเปิด "ฮาเร็ม" กันขนาดนี้ เพราะกลุ่มจีนเทามีเงินเยอะจึงซื้อทุกอย่างในคุกได้ ส่วนสาเหตุที่เรื่องแดงขึ้นมา นายชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ เปิดเผยว่า สายข่าวภายในคุกบอกว่า "คือการแทงกันข้างหลัง มีกระบวนการเพื่อโยกย้ายโละอำนาจเก่าออกหมด" คงเหมือนกับปัญหาตำรวจรับส่วยเว็บพนันออนไลน์ที่ทำให้ พล.ต.อ.สุรเชษฐ์ หักพาล อดีตรอง ผบ.ตร. ถูกดำเนินคดีและไล่ออกจากราชการ จึงออกมาลากไส้ พล.ต.อ.ต่อศักดิ์ สุขวิมล อดีต ผบ.ตร. และเครือข่ายว่าพัวพันเส้นเงินเว็บพนัน ทำให้เห็นความเละเทะของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) ที่ สุรเชษฐ์ เรียกกว่า "องค์กรอาชญากรรมที่ใหญ่ที่สุด" เป็นปัญหากระบวนการยุติธรรมที่เลยเวลาปฏิรูปมานานแล้ว!...0.

 

แซมซาย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

บันทึกช่วยจำ วันนี้ 30 มี.ค. อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะนำรายชื่อ ครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯถวายเพื่อโปรดพิจารณาตามกระบวนการ ต่อจากนั้น เป็นวาระของการแถลงนโยบาย 7-9 เม.ย.

บันทึกหน้า 4

เดือดกว่าในสภา! ลักหลับตอน 4 ทุ่ม แถมเลือกเวลาช่วงปิดประชุมสภาหลังถกญัตติด่วนวิกฤตน้ำมันพอดิบพอดี บอกว่าเลิกอั้น แต่ใครจะคิดว่าจะขึ้นพรวด 6 บาท เล่นเอาชาวบ้านสะดุ้งตื่น

บันทึกหน้า 4

ดูเหมือน การประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 ปีที่ 1 ครั้งที่ 3 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่ 1) เมื่อวันพุธที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2569 ช่างคึกคักเสียจริง ซึ่งสาเหตุหลักก็คงมาจากเป็นสภาใหม่ถอดด้ามที่มีการประชุมครั้งแรก แต่ก่อนการประชุมนั้น “โสภณ ซารัมย์” ประธานสภาฯ พร้อมด้วยตัวแทนพรรคการเมืองก็ได้หารือถึงการกำหนดวัน-เวลาในการประชุมของทั่นผู้แทนยุคนี้ ...๐

บันทึกหน้า 4

โผ ครม.อนุทิน 2 สะเด็ดน้ำแล้วจำนวน 35 เก้าอี้ เหลือไว้ 1 เก้าอี้ ยังคงเผื่อไว้ให้ใครสักคน สำหรับ ดร.ปื๊ด-นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกฯ ฝ่ายกฎหมาย ชัดเจนแล้วว่าไม่ได้ไปต่อ

บันทึกหน้า 4

แม้รัฐบาลภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล จะก้าวขึ้นสู่อำนาจด้วยเสียงสนับสนุนอย่างท่วมท้นในสภา แต่เส้นทางการบริหารประเทศจากนี้ไป ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ หากเต็มไปด้วย “โจทย์ใหญ่” และ “ปมเสี่ยง” ที่อาจกลายเป็นแรงสะเทือนทางการเมืองได้ทุกเมื่อ

บันทึกหน้า 4

บันทึกท่ามกลางอากาศร้อน แต่ยังร้อนไม่เท่ากับบรรยากาศด้านการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมในบ้านเรา เพราะ "หน้าตา ครม.ชุดใหม่" ทำท่าว่ามิได้ไฉไลไปกว่าเก่า เพราะยังคงยึดโยงอยู่กับวัฒนธรรม "แบ่งโควตา" เก้าอี้สนองก๊วนแก๊งบ้านเล็กบ้านใหญ่เหมือนเดิม .