
หลัง "เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร" สส.พรรคประชาชน โพสต์เฟซบุ๊กเกี่ยวกับกรณีจะไม่ลงสมัคร สส.กทม.ในการเลือกตั้งครั้งหน้า
หลายคนแตกตื่นกันทั้งไทม์ไลน์ แต่พออ่านต่อถึงได้รู้ว่า นี่ไม่ใช่การวางมือจากการเมืองแบบสะบัดฝุ่นทิ้ง นี่มันแค่เปลี่ยนท่าทางจากอยู่หน้าเวทีมายืนหลังม่าน แต่หัวใจยังจูนคลื่นการเมืองเหมือนเดิมเป๊ะ
เขาบอกตรงๆ ว่าสิ่งที่ทำมาตั้งแต่ยุคช่วย "ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ" ผู้นำทางจิตวิญญาณพรรคส้ม ตั้งชื่อพรรคจนถึงวันนี้ ไม่ได้สูญเปล่าเลย 80% ที่สั่งสมมา เขามั่นใจว่าจะถูกส่งต่อให้เพื่อนร่วมทางรุ่นใหม่สานต่อได้แน่นอน ไม่ต้องย้ำว่าฝันยังอยู่ เพราะตอนเล่าก็ยังฝากให้คนไปสนับสนุนเพื่อนใหม่ของเขาแบบเนียนๆ อยู่ดี
แต่คำตอบที่ทุกคนอยากรู้จริงๆ คือ “ถ้าไม่เป็น สส. แล้วจะทำอะไรต่อ?”
คำตอบของ "เท่าภิภพ" ก็ตรงไปตรงมาแบบคนลงจากเวทีแล้วยังถอดไมค์ไม่สุด วันหนึ่งเหมือนตื่นมาพบว่าตกงาน ต้องคิดหาทางยืนให้ได้ก่อน
ใครจะไปรู้ว่าธุรกิจร้านเบียร์ โรงผลิตสุรา สาโทที่ทำอยู่มันก็ไม่ได้หวานหอมตามเศรษฐกิจแบบที่ควรจะเป็น เลยต้องคิดกลับไปทำงานเก่าที่เคยทำมาก่อนเป็นนักการเมือง ทั้งเป็นมัคคุเทศก์ ขับ Grab แบบหาเงินเข้าบ้านวันต่อวัน
งานประจำคงไม่ต้องพูดถึง ไม่มีใครอยากจ้างอดีตนักการเมืองที่ต้องพร้อมขึ้นรถไปช่วยพรรคได้ตลอดเวลา
ระหว่างหาเลี้ยงชีพก็มีโปรเจกต์ฟุ้งเต็มหัว ตั้งแต่ยกระดับสุราขาว ทำแผนปฏิวัติการท่องเที่ยวไทย เขียนหนังสือนักการเมืองแบบตลกร้าย ทำช่อง YouTube พาคนไปเที่ยวเมือง แต่เที่ยวแบบดูการเมืองในเมืองนั้นด้วย หรือจะจริงจังเปิดบริษัทที่ปรึกษาการเมือง ให้ทีมผู้ช่วยเก่ามีงานทำต่อไม่หลุดลอยกันไปคนละทิศ
แต่ที่เจ้าตัวพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจที่สุดคือ การเมืองท้องถิ่น ถ้าฟ้าเปิดไม่โดนตัดสิทธิ์เสียก่อน ก็อยากลองเป็นผู้บริหารเทศบาลสักครั้ง เพราะเชื่อว่าตำแหน่งนี้เปลี่ยนชีวิตคนได้ใกล้ตัวและเร็วที่สุด ไม่ลงเองก็ขอช่วยคนที่ลงให้ถึงที่สุด สรุปคือเลิกเป็น สส.. แต่ชีวิตยังอยู่ในรัศมีการเมืองเต็มขั้น
“ขอฝากให้กำลังใจเพื่อน สส.คนอื่นที่เจอสถานการณ์จุดเปลี่ยนแบบผมด้วยนะครับ มันยากแน่ๆ รวมถึงเพื่อนใหม่และทุกท่านด้วยครับ ว่าการเมืองที่ดีที่เราอยากเห็นต้องช่วยกันทำ ขอให้เป็นกำลังใจซึ่งกันและกันนะครับ” สส. กทม. พรรคประชาชนฝากไว้
คนติดตามไม่รู้จะหมดห่วงหรือห่วงกว่าเดิม เพราะโปรเจกต์เยอะจนเหนื่อยแทน “เท่าพิภพ” อิอิ.
ช่างสงสัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผิดพลาดกันได้
หวานแหววทั้งทำเนียบรัฐบาล หลังจากเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแต่งตั้ง รองอ๊ก–ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร เป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คนที่ 3
แม่บ้านเท่านั้นที่รู้
กลายเป็นอีกหนึ่ง "ศึกกฎหมายการเมือง" ที่ร้อนแรง หลังฝ่ายค้านเตรียมยื่นศาลรัฐธรรมนูญตีความ พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท ว่าขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ โดยเฉพาะประเด็น "จำเป็นเร่งด่วน" ตามมาตรา 172
‘พี่ใหญ่กลับมาแล้ว’
บรรยากาศหน้าเรือนจำกลางคลองเปรมเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มันช่างคึกคักจนนึกว่ามีดาราระดับโลกแลนดิ้งมาจากต่างประเทศ เพราะตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ทันตั้งลำ บรรดานักข่าวทุกสำนักแห่กันไปจับจองพื้นที่
‘แม่กอดก่อน’
เริ่มต้นสัปดาห์นี้ในวันที่ 11 พ.ค. ซึ่งเป็นวันที่ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯ ได้รับการพักโทษ โดยครอบครัวตระกูลชินวัตรถือเป็นกลุ่มบุคคลหลักที่รอให้ “ทักษิณ” ได้ออกจากเรือนจำ
ครบเครื่อง
ขึ้นชื่อว่าเป็นอีก 1 รัฐมนตรี ที่ขยันและแข็งแกร่งสุดๆ ไม่ค่อยป่วย สาย ขาดลา สำหรับ “บิ๊กดุลย์” พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รมว.กลาโหม เพราะเป็นคนชอบทำงาน ตั้งแต่ยังเป็นรัฐมนตรีช่วย กระทั่งยกระดับขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการ ก็ไม่เคยขาดตกบกพร่องในหน้าที่ จนทำให้ได้รับความไว้วางใจให้เข้ามานั่งใน ครม.อนุทิน 2 อีกคำรบ
พปชร.เด็กดี
ไม่ว่าจะรัฐมนตรี หรือตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการสามัญ ในสภาผู้แทนราษฎร ไม่มีตัวแทนของพรรคพลังประชารัฐนั่งอยู่เลยสักคน ทั้งที่เป็นพรรคแรกๆ ที่ประกาศยกมือสนับสนุน ‘เสี่ยหนู’ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรีภายหลังการเลือกตั้ง

