บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด สถานการณ์การสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชารอบสอง ล่วงเข้าวันที่่ 3 ก่อนรุ่งสางกัมพูชาเปิดฉากยิง BM-21 ใส่ไทยหลายจุดและตกใส่พื้นที่พลเรือน ขณะที่กองทัพไทยตอบโต้ด้วยการโจมตีเป้าหมายทางทหารกัมพูชาที่จะเป็นภัยคุกคามของไทย ตัวแทนกองทัพร่วมแถลงยืนยันว่า เหตุปะทะ 7-9 ธ.ค. ไทยถูกโจมตีก่อนหลายจุด นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ย้ำชัดว่า "กองทัพหยุดยิงไม่ได้ หนุนกองทัพเดินตามแผนเต็มที่" พร้อมกล่าวถึงทหารเสียชีวิตว่า เราต้องดูแลเพราะถือว่าเป็นวีรชน วีรบุรุษที่ปกป้องประเทศ

เอาชีวิตเข้าปกป้องประเทศ" และกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า "การสูญเสียทหาร สูญเสียคนไทย ในช่วงที่พวกเขาต้องทำหน้าที่ปกป้องประเทศ ก็ถือเป็นต้นทุนที่ต้องมีการชดใช้และรับผิดชอบ" การเป็นผู้นำแสดงท่าทีสำออยบ่อยๆ จะสูญเสียภาวะผู้นำ ต้องแสดงความเด็ดเดี่ยวที่ทำให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าจะนำพาประเทศชาติให้ได้รับชัยนะ อย่างไรก็ตาม นาทีนี้เป็นโอกาสดีที่กองทัพไทยจะทวงคืนพื้นที่คืน เช่น ปราสาทคนา-ตาควาย บ้านหนองหญ้าแก้ว-บ้านหนองจาน และพื้นที่อื่นๆ สุดท้ายแม้จะต้องเข้าสู่เวทีเจรจาทวิภาคี-พหุภาคี แต่ฝ่ายไหนเข้ายึดพื้นที่ข้อพิพาทได้ ถือว่าได้เปรียบ เพราะตราบใดที่ยังถือแผนที่คนละฉบับ ก็ต้องถกและรบกันอีกยาว...0

 ส่วนที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าการสู้รบครั้งนี้ใครได้ประโยชน์ หากมองว่ารัฐบาลกัมพูชาจุดไฟชายแดนปลุกกระแสชาตินิยมในประเทศ และกลบข่าวการปราบสแกมเมอร์ ก็ไม่รู้จะคุ้มค่าหรือเปล่า เพราะคราวนี้กองทัพไทยจัดหนัก ทำลายฐานที่มั่นทางทหารเสียหายยับเยิน แค่ยังไม่ถึงกับทิ้งไข่ใส่พนมเปญเท่านั้น ขณะที่ฝ่ายตรงข้าม สม รังสี ก็ปลุกชาวกัมพูชาลุกขึ้นมาขับไล่ "ตระกูลฮุน" การปั่นเฟกนิวส์ใส่ร้ายไทย กระทรวงการต่างประทศไทยก็ตอบโต้กลับทุกเม็ด นานาชาติก็เชื่อไทยมากกว่า สำหรับ รัฐบาลนายอนุทิน ก็ได้ประโยชน์ ได้กลบข่าวความล้มเหลวการรับมือน้ำท่วม แต่อารมณ์คนไทยและคนชายแดนอยากให้ปิดจ๊อบให้จบเร็วๆ หากสถานการณ์ลากยาวก็ไม่เป็นผลดีกับรัฐบาลเช่นกัน ขณะที่ เท้ง-ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) เสนอ "Endgame ระบอบฮุน เซน เปิด 3 แนวรบ จบปัญหาถาวร" สร้างความผิดหวังให้กับ ด้อมส้มวัยดึกโลกสวย ไม่น้อยที่ "หัวหน้าพรรคส้ม" สนับสนุนให้จบเกมด้วยกำลังทางทหาร ล่าสุด หัวหน้าเท้ง ย้ำว่า ชีวิตทหาร-ประชาชนไม่ควรมาสูญเสียกับสงคราม พร้อมเตือนรัฐบาลต้องใช้กำลังทหารควบคู่การทูตกดดันกัมพูชากลับมาทำตามข้อตกลง ใช้เรื่อง สแกมเมอร์ เป็นธงนำ ดึงความร่วมมือจากนานาชาติให้อยู่ข้างไทย ก็ถือว่า หัวหน้าเท้ง อยู่ในโลกความเป็นจริง ไม่อยู่กลาง ทุ่งลาเวนเดอร์ เหมือนพวกด้อมบางกลุ่มที่มีแต่จะฉุดคะแนนนิยมพรรคส้มให้ดิ่งลง!...0

วันที่ 10-11 ธ.ค. เปิดประชุมรัฐสภาสมัยวิสามัญ เพื่อพิจารณาร่างแก้รัฐธรรมนูญในวาระที่ 2 ซึ่งหากผ่านแล้วต้องรอ 15 วัน เพื่อให้สมาชิกรัฐสภาให้ความเห็นชอบในวาระ 3 คาดว่าน่าจะลงมติในวาระ 3 ได้ในวันที่ 29 ธ.ค. ก็ต้องลุ้นว่าจะผ่านไปด้วยดีหรือไม่ เพราะมีสัญญาณแปลกๆ โดย นายอนุทิน แจ้งที่ประชุมหัวหน้าส่วนราชการว่าให้ขับเคลื่อนนโยบายเต็มที่ เพราะอาจจะยุบสภาก่อนวันที่ 31 ม.ค.2569 และยังบอกว่าให้ "เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาต้องหาช่องทางต่างๆ หากมีความจำเป็นเร่งด่วนใดๆ ที่จะต้องดำเนินการในฐานะที่รัฐบาลจะต้องให้ความเห็นชอบ ต้องประกาศหรือดำเนินการใดๆ ก็ตาม เพื่อที่จะทำให้ประเทศของเราเดินหน้าต่อไปได้ ให้เกิดความปลอดภัยต่ออธิปไตย ต่อแผ่นดินของเรา สิ่งเหล่านี้ต้องคิดเผื่อๆ เอาไว้ด้วย เราคงไม่ยอมที่จะใช้คำว่ารัฐบาลรักษาการแล้วถ้ามีเหตุการณ์คับขันเกิดขึ้น!" ฟังแล้วต้องถอดรหัสว่าหากการสู้รบตามแนวชายแดนยืดเยื้อ จะไม่ยอมให้มีรัฐบาลรักษาการหรือ ก็เท่ากับจะยื้อยุบสภาหรือเปล่า?...0

ส่วนฝ่ายค้าน พรรคประชาชน ก็ยังหวังว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามเอ็มโอเอ แต่พรรคเพื่อไทย (พท.) ไม่สมหวัง จึงจ้องจะล้มเอ็มโอเอ เพราะร่างแก้ไข รธน.ไม่เป็นไปตามแนวทางของตนเอง โดย นายชูศักดิ์ ศิรินิล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้า พท. มองว่าสูตร 20 หยิบ 1 จะฮั้วเลือกกรรมาธิการยกร่าง รธน.ได้ ยังยืนยันเสนอให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เหมือนเดิม นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ สส.เชียงใหม่ และหัวหน้าพรรค พท. แย้มว่า กำลังพิจารณาว่าจะยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลก่อนร่างแก้ไข รธน.ถึงวาระ 3 หรือรอให้วาระ 3 จบไปก่อน ดูทิศทางแล้วแต่ละพรรคก็หวังชิงเหลี่ยมทางการเมืองเพื่อประโยชน์ต่อคะแนนนิยมของพรรคตัวเองมากกว่า...0.

 

แซมซาย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

“ตรุษจีนปีม้า” 17 กุมภาพันธ์นี้ ก็หวังว่าประเทศไทยคงได้เฉลิมฉลองอย่างสนุก เพราะ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ ควงคู่ศรีภรรยา “ธนนนท์ นิรามิษ” ไปร่วมเฉลิมฉลองงานตรุษจีนเมื่อวันพุธที่ 11 ก.พ.2569

บันทึกหน้า 4

ผลการเลือกตั้ง สส.เมื่อวันที่ 8 ก.พ. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ชนะอันดับหนึ่งแบบถล่มทลาย ได้ 193 เสียง พรรคประชาชน (ปชน.) 118 พรรคเพื่อไทย (พท.) 74 พรรคกล้าธรรม (กธ.) 58 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 22 เซียนการเมือง

บันทึกหน้า 4

เรียกได้ว่า หักปากกาเซียน กันทั้งประเทศ สำหรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่พรรคน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย ผงาดขึ้นมาแบบเหนือความคาดหมาย กวาดคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่งอย่างขาดลอย ด้วยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการถึง 194 เสียง ทิ้งห่างพรรคประชาชนที่ตามมาเป็นอันดับสอง 116 เสียง และพรรคเพื่อไทยที่ได้เพียง 76 เสียง

บันทึกหน้า 4

บันทึกไว้ให้ช่วยกันจดจำว่า การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 ก.พ.2569 เป็นการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นตามกระบวนการยุบสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นการเลือกตั้งตามครรลองประชาธิปไตยปกติ ไม่ใช่การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นหลังการยึดอำนาจหรือรัฐประหารหรือมีการฉีกรัฐธรรมนูญ

บันทึกหน้า 4

ใกล้ปิดฉาก "เลือกตั้ง 2569" เริ่มต้นชะตาบ้านเมืองรอบใหม่ วันอาทิตย์นี้ตัดสินสีไหนจะเข้าวิน ระหว่างน้ำเงินภายใต้การนำของ "นายกฯ หนู" อนุทิน ชาญวีรกูล" กับส้ม ของ "หัวหน้าเท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ

บันทึกหน้า 4

นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน