‘เซนส์’ ที่ดี

นอกจาก “นายกฯ หนู” อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 จะเป็นคนเหนือโพล ดวงดี และจังหวะตัดสินใจทางการเมืองดีแล้ว  

อีกความสามารถเขาคือ เป็นคน “เซนส์” ที่ดีอีกด้วย ล่าสุดเพจ “กวีเหลวไหลแท้” สะท้อนว่า เห็นเขาเล่นการเมืองมาหลายปีแล้ว ในภาพพจน์ที่รับรู้คือ ไม่มีอะไรโดดเด่นนัก... เขาเป็นคนเรื่อยๆ แบบคนชั้นกลางเรียนจบปริญญาตรี ปริญญาโท เหมือนเราๆ ทั่วไป

การไม่เป็นคนเวอร์วังในไลฟ์สไตล์ ทำให้เราลืมไปเลยว่าเขาคือลูกเศรษฐีคนหนึ่งของเมืองไทย

แต่เมื่อเขารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี หลายอย่างในตัวเขาพลันส่องประกายแสงเจิดจ้าออกมาถนัดถนี่

และเช่นเดิม แสงที่สาดส่องประหนึ่งดาวฤกษ์ของเขา ก็ไม่ได้มาจากความฉลาดเฉลียวไร้ใครเทียบเทียมแต่อย่างใดไม่

แต่เขามี “เซนส์” ที่ดี มีความรักชาติ เสียสละ รักความถูกต้อง เชื่อมั่นในตัวเอง เชื่อมั่นในศักดิ์ศรีความเป็นนายกรัฐมนตรีของไทย และไม่หงอให้ใครถ้ามั่นใจในความถูกต้องของตัวเอง

การแสดงอาการสบายๆ ล้วงกระเป๋ากางเกง ขณะพูดคุยกับทรัมป์ การกล้าขายข้าวทื่อๆ ให้สี จิ้นผิง ปฏิกิริยาตอบโต้เขมรเมื่อพวกนั้นผิดสัญญาสันติภาพ การรับมือกับประธานาธิบดีทรัมป์อย่างมั่นคงในหลักการ ฯลฯ

ทั้งหมดนี้ได้ใจผู้เขียน และมั่นใจว่าได้ใจคนไทยที่เคยจำเป็นต้องยอมรับอย่างเงียบงัน ในการที่ไทยประนีประนอมทางการทูตมากเกินไป ในอดีตที่ผ่านมา เมื่อเผชิญกับชาติมหาอำนาจ

วันนี้นายกฯ อนุทินได้เปิดให้เห็นภาพบานหน้าต่างของประเทศไทยอีกด้าน ซึ่งเป็นด้านที่เรามองไม่เห็นด้วยตัวเองว่า ประเทศอื่นๆ ก็มองเห็นความแข็งแกร่ง ความสำคัญของเราอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

จะว่าไป ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีก็ใช่ว่าจะจำเป็นต้องเป็นยอดมนุษย์สุดเก่งกาจสามารถอะไรนักหรอก แค่เป็นคนดี คิดดีทำดี ยึดถือประโยชน์ประเทศชาติเป็นที่ตั้ง ไม่มีผลประโยชน์ส่วนตัวแอบแฝงในการตัดสินใจหรือกำหนดนโยบาย กล้าทำ กล้ารับผิดชอบ กล้าขอโทษประชาชน มีสปิริตลูกผู้ชายเพียงพอ ฯลฯ

แค่นี้เราก็ได้นายกรัฐมนตรีไทยที่ดีคนหนึ่งแล้ว ดังที่นายกฯ อนุทินกำลังทำให้เห็นอยู่นี่แหละ…

 

ช่างสงสัย 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ซื้ออาหารทานเอง'

'ซื้ออาหารทานเอง' กลายเป็นการสร้างเสียงฮือฮาในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ หมอวรงค์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้สร้างแรงกระเพื่อมใหญ่ในวันแรกที่มีการประชุมสภา วันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา เรียกได้ว่าการกลับเข้าสภาในรอบ 12 ปี เริ่มต้นก็จัดหนัก เพราะสิ่งที่ หมอวรงค์ ได้พูดคือเรื่องของอาหารกลางวัน สส.และผู้ช่วย สส. ที่เกี่ยวข้องกับตัว สส.โดยตรง ทำให้หลายคนตอบสนองเรื่องการนำอาหารกลางวันมารับประทานเอง หรือบางส่วนก็ลงไปซื้ออาหารที่โรงอาหารรัฐสภาร่วมกับข้าราชการ หรือบุคลากรที่ทำงานภายในรัฐสภา แต่ที่มีการพูดถึงวงกว้างคือ มีการนำอาหารกลางวันเป็นปิ่นโตเถาใหญ่พกมาจากบ้าน ทำให้โซเชียลแสดงความเห็นในด้านต่างๆ ล่าสุดวันที่ 30 มี.ค. ประธานรัฐสภาเรียกประชุมตัวแทนพรรคการเมืองเพื่อหารือเรื่องดังกล่าว ด้าน หมอวรงค์ ที่ถือได้ว่าเป็นตัวตั้งตัวตีของเรื่องนี้ ก็ได้เข้าร่วมประชุมด้วยเช่นกัน จากนั้นเมื่อประชุมไปได้ประมาณ 1 ชั่วโมง หมอวรงค์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “การหารือระหว่างประธานสภาฯ และตัวแทนพรรคการเมือง สรุปให้ สส.ซื้ออาหารทานเอง เริ่มต้นได้หลังสงกรานต์” ถือได้ว่าเป็นแรงกระเพื่อมลูกหนึ่งที่ได้มีการขับเคลื่อนในสมัยประชุมนี้ คงต้องรอดูว่าทั้ง หมอวรงค์ หรือ สส.ท่านอื่น จะมีอะไรที่เซอร์ไพรส์อีกบ้าง.

จาริสตาร์ 32

ช่วงที่สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางยังไม่สิ้นสุด ซึ่งส่งผลกระทบไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่กำลังเผชิญปัญหาพลังงานและน้ำมัน ที่ “นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ได้ออกมากล่าวขอโทษประชาชนเป็นครั้งแรกในงาน “Meet the Press” ภายใต้หัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม”

ฝ่ายค้านครั้งแรก

ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง

ผู้จุดประเด็น

ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง

‘ตื่นเต้นนิดๆ’

จบลงไปแล้วสำหรับฤดูกาลเลือกตั้งไทย แต่เรื่องราวที่น่าจดจำยังมีอีกมาก โดยเฉพาะวีรกรรมต่างๆ จากคนในสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ล่าสุดบุคคลระดับบิ๊ก กกต. ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ฝ่ายสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย ซึ่งปกติเรามักจะเห็นภาพท่านในมาดนักสืบสวนสุดเนี้ยบ ยอมเปิดใจย้อนรอยเหตุการณ์ระทึกขวัญที่ทำเอาคน กกต.หลายคนนั่งไม่ติดเก้าอี้

‘บ่นแทนประชาชน’

อย่างที่ทราบกันดีว่าตอนนี้เกิดสงครามที่ตะวันออกกลาง จึงทำให้เกิดผลกระทบแทบจะทั่วทั้งโลก ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เพราะนอกจากจะกระทบกับความเป็นอยู่ของประชาชนแล้ว ยังกระทบถึงคุณภาพชีวิตที่สินค้าขึ้นราคา รวมถึงปัญหาใหญ่คือน้ำมันที่ส่งผลกระทบกับประชาชนทุกคน