สูงวัยใช้เน็ตโตพุ่งกว่า3เท่า

เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทอย่างมากในชีวิตของผู้คน เรียกได้ว่าทุกเพศทุกวัยก็ไลฟ์สไตล์ที่มีโลกดิลิทัลเข้ามาเกี่ยวข้อง ก่อนหน้าหลายคนอาจจะมองว่าสูงวัยอาจจะไม่ทันโลก ตามเทรนด์ไม่ทัน แต่ล่าสุดวิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) เปิดผลวิจัย “Silver Age Technology Adoption” เผยข้อมูลสุดเซอร์ไพรส์ลบภาพจำ "ผู้สูงวัยตามเทคไม่ทัน" ที่กลุ่ม Silver Age หรือ 50+ คือผู้บริโภคดิจิทัลเต็มรูปแบบ 95% ครอบครองสมาร์ทโฟน 61% ใช้แท็บเล็ต 94% เคยใช้งาน AI แล้ว และ 83% สนใจผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีอีกด้วย

ประเด็นดังกล่าว ประเสริฐ ธวัชโชคทวี อาจารย์ที่ปรึกษาโครงการ สาขาการตลาด วิทยาลัยการจัดการ มหาวิทยาลัยมหิดล (CMMU) ให้ข้อมูลว่า ขณะนี้ประเทศไทยกำลังเผชิญกับ 2 ปรากฏการณ์สำคัญที่กำลังเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประเทศ นั่นคือ การก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยระดับสุดยอด และการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ โดยมีข้อมูลที่น่าสนใจระบุว่า ในปี 2567 ประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมีสัดส่วนมากกว่า 20% ของประชากรทั้งประเทศ ขณะเดียวกันการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีก็เกิดขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยอัตราการใช้อินเทอร์เน็ตในกลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไปพุ่งจากเพียง 18.20% ในปี 2560 มาอยู่ที่ 69.30% ในปี 2567 และปัจจุบันมีผู้สูงอายุ 50 ปีขึ้นไปกว่า 19.6 ล้านคนที่ใช้งานอุปกรณ์ดิจิทัลในชีวิตประจำวันและใช้เวลาออนไลน์เฉลี่ยสูงถึง 4 ชั่วโมงต่อวัน จากข้อมูลปี 2567 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ (NSO) และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI)

และเพื่อให้เข้าใจพฤติกรรมและความต้องการกลุ่ม Silver Age ยุคดิจิทัลมากยิ่งขึ้น CMMU จึงจัดทำงานวิจัย “Silver Age Technology Adoption” ชี้ให้เห็นว่ากลุ่ม Silver Age คือผู้บริโภคดิจิทัลที่พร้อมเปิดรับนวัตกรรมใหม่ๆ แต่การตัดสินใจใช้งานถูกขับเคลื่อนจาก “ความกังวล” เป็นหลัก ซึ่งแปรผันตามเพศ การศึกษา และรายได้อย่างมีนัยสำคัญโดย มิติทางเพศ พบว่า ผู้หญิงมีค่าเฉลี่ยความกังวลสูงกว่าผู้ชายในทุกมิติ โดยเฉพาะด้านที่เกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่พื้นฐานอย่างสุขภาพและร่างกาย และความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน มิติการศึกษา พบว่า กลุ่มที่การศึกษาสูงกว่า “ปริญญาโท” มีความกังวลสูงที่สุดในทุกด้าน โดยเฉพาะเรื่องความเหงาหรือการขาดปฏิสัมพันธ์ รายรับ–รายจ่ายและความสัมพันธ์ในครอบครัว สะท้อนถึงแรงกดดันและความคาดหวังที่เพิ่มขึ้นตามระดับความสำเร็จ ส่วนมิติรายได้ทำให้ “ประเภทความกังวล” เปลี่ยนอย่างชัดเจน โดยกลุ่มรายได้ 80,001–150,000 บาท กังวลสูงสุดเรื่อง “ความปลอดภัย” ในขณะที่รายได้มากกว่า 150,000 บาท กังวลสูงสุดเรื่อง “สุขภาพและร่างกาย” ซึ่งสะท้อนชัดว่า เมื่อมีความมั่นคงทางการเงินดีแล้ว จึงหันไปโฟกัสกับเรื่องคุณภาพชีวิตและสุขภาพแทน

ด้านพฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีในชีวิตประจำวัน พบว่า Silver Age คือผู้ใช้ดิจิทัลที่ผนวกเทคโนโลยีเข้ากับชีวิตประจำวันอย่างเต็มรูปแบบ ทั้งการสื่อสาร ความบันเทิง และการซื้อสินค้าออนไลน์ โดยพบว่า Silver Age 95% ใช้สมาร์ทโฟน และ 61% ใช้ Tablet เป็นอุปกรณ์หลักในชีวิตประจำวัน 93% ใช้ LINE และ 83% ใช้ Facebook เป็นช่องทางสื่อสารหลัก ส่วนแพลตฟอร์มบันเทิงยอดนิยม 90% ดู YouTube และ 56% ดู Netflix นขณะที่แพลตฟอร์มขาประจำสำหรับซื้อสินค้าออนไลน์ Shopee 73%, Lazada 67% และ TikTok Shop 41% ส่วนการยอมรับเทคโนโลยี AI พบว่า 94% เคยใช้งาน AI โดย AI Tools ที่มีผู้ใช้งานมากที่สุด ได้แก่ ChatGPT 72% Google Gemini 49% และ Microsoft Copilot 25% โดยใช้เพื่อค้นหาข้อมูล 82% เรียนรู้ 62% ช่วยงาน 37%

นอกจากนี้ ผลการวิจัยได้นำมาสรุปเป็น 4 กลยุทธ์หลักเพื่อเป็นแนวทางสำหรับมัดใจ ตลาด Silver Age ดังนี้ 1.ออกแบบให้ง่าย แต่สร้างให้ไว้ใจได้ เพื่อสร้างความมั่นใจและทลายความกังวล 2.โฟกัสที่สุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดี ตอบโจทย์การดูแลสุขภาพเชิงรุกและความปลอดภัยในชีวิตประจำวัน 3.สร้างตัวตนที่น่าเชื่อถือ โดยเฉพาะช่องทาง Official ของแบรนด์ ควบคู่กับการส่งเสริมรีวิวจากผู้ใช้งานจริง 4. Empower ให้ผู้ใช้งานสื่อสารกับผู้มีอำนาจตัดสินใจตัวจริง พร้อมต่อยอดเป็น “5A Star metrix Framework” กรอบแนวคิดเชิงกลยุทธ์สำหรับผู้ประกอบการเทคโนโลยี นักพัฒนา AI และนักนวัตกรรม เพื่อใช้ในการออกแบบและสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตชาว Silver Age ด้วยพลังของเทคโนโลยี และ AI ได้อย่างแท้จริง.

 

รุ่งนภา สารพิน

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

เมื่อขยะ(ไม่)ไร้ค่า

ในวันที่โลกกำลังเผชิญกับภาวะความผันผวนของราคาพลังงานจากพิษสงครามในตะวันออกกลาง และวิกฤตขยะล้นเมืองที่กัดเซาะสิ่งแวดล้อมมานานนับทศวรรษ คำถามสำคัญคือ เราจะหาจุดสมดุลระหว่างความมั่นคงทางพลังงานและการจัดการสิ่งแวดล้อมได้อย่างไร?

บ้านประหยัดพลังงาน

สภาพอาการแปรปรวนที่มาจากปัญหาโลกร้อนนั้น ทำให้ทั่วโลกหันมาให้ความสนใจกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และทุกภาคส่วนทั้งภาครัฐและภาคเอกชนหันมาตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ร่วมกันผลักดันเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero Emissions) อย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่ผู้คนต่างหันมาเลือกที่อยู่อาศัยหรือบ้านที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม จนกลายเป็นเทรนด์รักษ์โลก

ปรับเกมรุกดึงตลาดใกล้

จากวิกฤตในตะวันออกกลางที่ลุกลามส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะ อุตสาหกรรมการบิน ทำให้ต้นทุนพลังงานพุ่งสูงและข้อจำกัดด้านเที่ยวบินเพิ่มขึ้น ส่งผลให้นักท่องเที่ยวระยะไกลเริ่มชะลอการเดินทาง สถานการณ์ดังกล่าวทำให้

มองวิกฤตคือโอกาส

ในสภาวการณ์ปัจจุบันที่มีผลกระทบรอบด้านฉุดเศรษฐกิจโลกให้มีการเติบโตที่ชะลอตัว ไม่ว่าจะเป็นความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลและสหรัฐ ที่สร้างความปั่นป่วนไปทั่วโลกเพราะการสู้รบและทำลายล้างในพื้นที่หลักของการผลิตน้ำมัน รวมไปถึงการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรมของผู้บริโภค และกระแสการลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน

ถอดบทเรียนแบรนด์ดังดันยอดขายด้วยData

ในยุคที่ “ข้อมูลลูกค้า” คือหัวใจในการเอาชนะความท้าทายที่ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มไทยต้องเผชิญ ทั้งพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ต้นทุนที่สูงขึ้น และการแข่งขันที่เข้มข้น

จับตา'ส่งออกไทย’อ่วมพิษสงคราม

ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง นับเป็นปัจจัยเชิงภูมิรัฐศาสตร์ที่มีบทบาทสำคัญต่อเสถียรภาพของเศรษฐกิจโลก เนื่องจากภูมิภาคดังกล่าวเป็นแหล่งผลิตพลังงานหลักและเป็นจุดเชื่อมโยงของเส้นทางการค้าระหว่างประเทศ ความขัดแย้งทางการเมืองและความไม่มั่นคงด้านความปลอดภัยส่งผลให้เกิดความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ อัตราแลกเปลี่ยน และต้นทุนโลจิสติกส์ระหว่างประเทศ ซึ่งเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางของการค้าโลก และการเคลื่อนย้ายสินค้าในระบบเศรษฐกิจระหว่างประเทศ