'พิพัฒน์ หยัดได้'

สนามเลือกตั้งรอบนี้ ถ้าพูดกันตรงๆ ภาคใต้ไม่ใช่แค่ “คึกคัก” แต่เข้าขั้นดุเดือด เพราะนี่คือพื้นที่ที่หลายพรรคอยากพิสูจน์ตัวเองว่า ยังยืนอยู่ข้างประชาชนจริงหรือไม่ หลังคนใต้ส่วนใหญ่รู้สึกมานานว่า ถูกทิ้งไว้ข้างหลังในเกมการเมืองระดับชาติ

หนึ่งในชื่อที่ถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆ คือ "พิพัฒน์  รัชกิจประการ" หรือใช้คำสั้นๆ แต่แทงใจว่า "พิพัฒน์ หยัดได้ (เชื่อถือได้)" แกนนำภาคใต้ พรรคภูมิใจไทย นักการเมืองลูกแม่ค้าสงขลา ที่ประกาศขอเป็นตัวแทนคนใต้ทวงคืนโอกาส 30 ปีที่สูญหายไป

เนื้อหาที่ "พิพัฒน์" พูดความจริงแบบตรงไปตรงมา ย้ำว่าคนใต้ให้โอกาสพรรคการเมืองมามากพอแล้ว ให้พรรคที่มีรากจากภาคใต้บริหารประเทศ ให้ดูแลบ้านตัวเอง

แต่ผลลัพธ์คือ การพัฒนาที่ยังไม่ทัน ไม่เท่า และไม่ทั่วถึง โครงสร้างพื้นฐานล่าช้า การเดินทางยังเป็นต้นทุนชีวิต  โอกาสทำมาหากินแคบ รายได้หดขณะที่คนใต้ก็เป็นคนไทยเหมือนทุกคน

นี่จึงเป็นที่มาของแนวคิด “ทวงคืนเวลา ทวงคืนโอกาส  ทวงคืนศักดิ์ศรีคนใต้” ไม่ใช่ด้วยวาทกรรม แต่ด้วยการทำงานเชิงระบบ ผ่านนโยบาย 3 เสาหลัก 

ครอบคลุมตั้งแต่โครงสร้างพื้นฐาน การท่องเที่ยว เกษตร ประมง อุตสาหกรรมใหม่ ไปจนถึงการศึกษา ทักษะอาชีพ เทคโนโลยี และ AI เพื่อให้คนใต้ไม่ต้องทิ้งบ้านเกิดไปหางานไกล

ขณะเดียวกัน ประเด็นพหุวัฒนธรรม และสันติภาพชายแดนใต้ ก็ถูกวางเป็น “เสาความมั่นคง” ไม่ใช่แค่เรื่องความปลอดภัย แต่คือคุณภาพชีวิตและโอกาสที่เท่าเทียม

“พิพัฒน์” ในฐานะรองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คมนาคม มั่นใจว่ากระแสตอบรับในพื้นที่สะท้อนชัด พรรคภูมิใจไทยตั้งเป้า สส.ภาคใต้ไม่น้อยกว่า 30 ที่นั่ง จาก 59 ที่นั่ง ใน 14 จังหวัด และหวังมีบทบาทเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล  เพื่อดันนโยบายภาคใต้ให้เป็นนโยบายระดับชาติจริงๆ

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 จึงไม่ใช่การเลือกตั้งตามกระแส หรือกลัวจะเสียสิทธิ์เลือกตั้ง แต่คือการเลือกอนาคตของคนใต้ว่าจะยอมเสียเวลาอีก 30 ปีไป หรือจะทดลองใช้บริการ “พิพัฒน์ หยัดได้” ว่าจะทำได้จริงตามที่พูดหรือไม่.

ช่างสงสัย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ใครเอามาติดผม

ทีนี้รู้ยัง ‘เสี่ยหนู’ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ดึง รองเล็ก-ปกรณ์ นิลประพันธ์ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ที่เหลืออายุราชการอีกหลายปี มานั่งเป็นรองนายกรัฐมนตรี ดูแลเรื่องกฎหมายให้รัฐบาลทำไม

'จงกราบเถิด'

หากจะกล่าวถึงประเด็นร้อน คงหนีไม่พ้นวิวาทะที่สืบเนื่องมาจากมาตรการคุมเข้มอาวุธปืนของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) ที่หลุดวาทะเด็ดอย่าง “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ออกมา ข้อความสั้นๆ นี้ไม่เพียงแต่สร้างความสับสนให้สังคม

สิงห์รมควันทำพิษ

ช่วงนี้ข่าวอาชญากรรมกลายเป็นกระแสในประเทศทุกวัน ล่าสุดเมืองนนท์ข่าวอาชญากรรมดังๆ มีมาให้เห็นต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ที่ไม่มีคนนนท์คนไหนไม่รู้จักชื่อของผู้มากบารมีประจำพื้นที่ ล่าสุดก่อวีรกรรมระดับตำนานที่กลายเป็นข่าวครึกโครมหลังตกเป็นผู้ต้องหายิงนายก อบจ.นนทบุรี ซึ่งเจ้าตัวถูกตำรวจล็อกมาสอบเค้นและเตรียมเปิดแถลงข่าวต่อสื่อมวลชนอย่างเป็นทางการ

‘อย่ามาเล่นกับ ภราดร’

ช่วงนี้จะเห็นได้ว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังมีเป็นระยะ ทั้งโทร.เข้ามายังโทรศัพท์บุคคล หรือการส่งข้อความ SMS เป็นลิงก์เพื่อให้คลิกเข้าไป โดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ไม่ได้นิ่งนอนใจ ได้ออกมาเตือนภัยทุกรูปแบบ

พาครอบครัวช็อปปิ้ง

ประเดิมงาน “ศิลปาชีพ ประทีปไทย OTOP หลอมดวงใจด้วยพระบารมี ปี 2569” วันแรก เสาร์ที่ 8 สิงหาคม 2569 ที่ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพค เมืองทองธานี ด้วยความคึกคัก

เลขทรัพย์สินให้โชค

เป็นประจำตามกฎหมาย ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จะเผยแพร่บัญชีแสดงรายการทรัพย์สินและหนี้สินของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นกรณีเข้ารับตำแหน่ง หรือพ้นจากตำแหน่ง