บันทึกหน้า 4

จับตาโค้งสุดท้าย ใครสะดุดคดีสแกมเมอร์ มีสิทธิ์แหกโค้งร่วง ยิ่งใกล้วันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ บรรยากาศการเมืองยิ่งตึงมือ ไม่ใช่เพราะนโยบายหวือหวา หรือเวทีปราศรัยที่แข่งกันดุเดือดเท่านั้น แต่เพราะเป็นช่วงเวลาที่ “คดี” กลายเป็นอาวุธทางการเมืองที่ทรงพลังที่สุด โดยเฉพาะคดีในกลุ่มเว็บพนันออนไลน์ สแกมเมอร์ บัญชีม้า และเงินสีเทา ที่สังคมกำลังจับตาเป็นพิเศษ

เมื่อ รมว.ยุติธรรม “บิ๊กรุท” พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ ออกมาเปรยว่า เร็วๆ นี้อาจมีการเปิดปฏิบัติการจับกุมผู้สมัคร สส. หรืออดีต สส. ที่พัวพันเว็บพนันออนไลน์กว่า 10 ราย แม้จะย้ำว่าเป็นการทำงานตามหน้าที่ ไม่เกี่ยวกับการเมือง แต่ในห้วงเวลาแบบนี้ ต่อให้ไม่โยงการเมือง คนก็โยงกันเองโดยอัตโนมัติ

เพราะนี่คือช่วงโค้งสุดท้าย ที่คะแนนนิยมยังเหวี่ยงได้ และข่าวเพียงชิ้นเดียวก็อาจทำให้พรรคการเมืองจากเต็งหนึ่ง กลายเป็น “ตัวเลือกที่ประชาชนลังเล” ได้ทันที

เกมนี้ไม่จำเป็นต้องถึงขั้นชี้ชัดว่าพรรคไหนผิด แค่มีชื่อหลุด มีหมายเรียก หรือมีข่าวว่า “กำลังอยู่ในข่ายตรวจสอบ” ก็เพียงพอให้เกิดแรงสั่นสะเทือน โดยเฉพาะกับพรรคที่ชูนโยบายปราบอาชญากรรม หรืออ้างความโปร่งใสเป็นจุดขาย

ยิ่งเมื่อมีข้อมูลว่า ดีเอสไอเตรียมเรียกแกนนำทางการเมืองบางรายเข้าให้ข้อมูลในฐานะพยาน บรรยากาศการเลือกตั้งก็ยิ่งเหมือนเดินอยู่ในสนามกับระเบิด ใครมีชนักติดหลัง ย่อมหนาวๆ ร้อนๆ กันถ้วนหน้า

อย่าลืมว่า ในยุคที่ประชาชนเบื่อหน่ายการเมืองสีเทา คำว่า “เว็บพนัน” และ “สแกมเมอร์” ไม่ใช่แค่คดีอาญา แต่เป็นสัญลักษณ์ของความล้มเหลวในการจัดการประเทศ ใครถูกโยง แม้ยังไม่ผิด ก็เสียแต้มไปแล้วครึ่งหนึ่ง

ดังนั้น ช่วง 2–3 สัปดาห์สุดท้ายก่อนเลือกตั้ง จึงไม่ใช่แค่ช่วงเร่งเครื่องหาเสียง แต่เป็นช่วงที่ทุกพรรคต้องลุ้นว่า จะมีใคร “ถูกเปิด” หรือไม่ เพราะหากมีจริง พรรคที่เกี่ยวข้องมีสิทธิ์ “แหกโค้ง” หลุดเป้าหมายได้ในพริบตา

๐ แบงก์ชาติออกโรง ตบหน้าการเมืองใหม่แต่เล่นการเมืองแอบเก่า หยุดโยงมั่ว “เงินสด–ซื้อเสียง” อีกประเด็นที่ร้อนแรงไม่แพ้กัน คือกรณีการถอนเงินสดผิดปกติ 160,000 ล้านบาท ในช่วงก่อนเลือกตั้ง ที่ถูกหยิบมาโยงเป็นประเด็นการเมืองอย่างรวดเร็ว และถูกตีความไปถึงการเตรียม “ซื้อเสียง” แบบยุคเก่า

เมื่อ ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาโพสต์ตั้งคำถามผ่านโซเชียลว่า เงินสดจำนวนมหาศาลถูกถอนออกไปไหน พร้อมอ้างแหล่งข่าววงในธนาคารว่า มีการถอนกันหลักร้อยล้าน ทำให้กระแสสังคมเริ่มไหลไปในทิศทางเดียวกันว่า นี่อาจเป็นสัญญาณผิดปกติทางการเมือง

แต่การเมืองที่เล่นด้วย “ข้อสงสัย” โดยไม่มีข้อมูลรองรับ ก็สะดุดเองได้เหมือนกัน เพราะไม่นานหลังจากนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยก็ออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการ แบบตรงไปตรงมา และแทบจะเรียกได้ว่า “ตบหน้า” การเมืองแบบกล่าวหาเลื่อนลอยเข้าอย่างจัง

ธปท.ระบุชัดว่า การถอนเงินสดที่สูงผิดปกติในเดือนกันยายน 2568 เป็นผลจากความกังวลของประชาชนต่อมาตรการอายัดบัญชีม้า ทำให้คนจำนวนมากเลือกถือเงินสดแทนการทำธุรกรรมออนไลน์ ประกอบกับร้านค้าหลายแห่งหันมารับชำระด้วยเงินสดมากขึ้น ไม่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งแต่อย่างใด

ที่สำคัญ เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเพียงช่วงสั้นๆ และสถานการณ์ได้กลับสู่ภาวะปกติตั้งแต่เดือนตุลาคมแล้ว นั่นหมายความว่า เรื่องนี้ไม่ใช่ “เงินเลือกตั้ง” และไม่ใช่ “เงินซื้อเสียง” อย่างที่บางฝ่ายพยายามชี้นำ

ธปท.ยังย้ำด้วยว่า ได้ติดตามปริมาณเงินสดในระบบอย่างใกล้ชิด และจะบริหารจัดการสำรองเงินสดให้อยู่ในระดับใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยคำนึงถึงความต้องการตามฤดูกาล เช่น ช่วงตรุษจีน พร้อมประสานธนาคารพาณิชย์ให้รายงานการเบิกถอนที่ผิดปกติอย่างเคร่งครัด

คำชี้แจงนี้ไม่เพียงแค่ปิดประเด็นเงินสด แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่า การเมืองแบบเดิม ที่โยงทุกอย่างเป็นเกมใต้โต๊ะ อาจใช้ไม่ได้ผลอีกต่อไป ในยุคที่หน่วยงานอิสระพร้อมออกมาหักล้างด้วยข้อมูลจริง

ท้ายที่สุดสนามเลือกตั้งครั้งนี้จึงไม่ได้แข่งกันแค่นโยบาย หรือความสามารถในการปลุกเร้าอารมณ์ผู้ฟัง แต่แข่งกันว่า ใครพลาดน้อยกว่า ใครไม่ถูกดึงเข้าไปอยู่ในวังวนเทา-ดำ และใครไม่ใช้เกมการเมืองเก่าจนย้อนศรใส่ตัวเอง เพราะในโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง บางพรรคอาจไม่ได้แพ้เพราะคู่แข่งเก่งกว่า แต่แพ้เพราะเผลอเล่นเกมที่ประชาชนไม่เชื่ออีกแล้วนั่นเอง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

"หนังหน้าไฟ" ได้ไปต่อ! หลัง 7 เสือ กกต. ลงมติพิจารณาการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ 2568 ของ "แสวง บุญมี" เลขาธิการ กกต. ปรากฏว่าเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 โหวตผ่านการประเมิน อยู่ต่อจนครบสัญญาในวันที่ 31 มี.ค.2570

บันทึกหน้า 4

ต้องยอมรับว่า “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นหนึ่งในนายกฯ ที่ถูกสังคมและฝ่ายตรงข้ามจับผิดมากที่สุดในประวัติศาสตร์ก็ว่าได้ ไม่ว่าจะขยับตัวหรือเอ่ยอ้างเรื่องใด ก็มักมีคนจองกฐินเป็นทิวแถว ซึ่ง ล่าสุดก็คงไม่พ้นเรื่อง “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ซึ่งเจ้าตัวพูดถึงเรื่องการควบคุมอาวุธปืน โดยหลังจากเผยแพร่ออกไปทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายแค้น รวมถึงคนอยากมีแสงก็รุมเข้ามายิ่งกว่าแร้งเห็นศพอย่างไรอย่างนั้น ...๐

บันทึกหน้า 4

ช่วงนี้สังคมไทยมี คดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญอย่างต่อเนื่อง เป็นข่าวฉาวไปทั่วโลก ล่าสุด นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต ในสำนักงาน อบจ.นนทบุรี หลังก่อเหตุนายฉลอง

บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด วิกฤตการณ์ทุจริตสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นถือเป็นบททดสอบสำคัญของกระทรวงมหาดไทยภายใต้การกำกับดูแลของ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้ออกมาประกาศความคืบหน้าในการดำเนินการทางอาญาต่อกลุ่มผู้ทุจริต

บันทึกหน้า 4

เป็นอีกหนึ่งสัปดาห์ที่ต้องเริ่มต้นด้วยการแสดงความเสียใจและอาลัยจากใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียในเหตุโศกนาฏกรรมที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ...เหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์จบลง แต่คำถามของสังคมยังวนเวียนหลอกหลอน “เราจะทำอย่างไร...ไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก?!?”

บันทึกหน้า 4

ไร้นักการเมืองโกง! ยังเป็นประเด็นคาใจที่ฝ่ายค้านตั้งคำถามทุกวัน ตัดตอนจบแค่บิ๊กข้าราชการ "รังสิมันต์ โรม" รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรรมและสิทธิมนุษยชน