บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด ก่อนวันตัดสิน 8 กุมภาพันธ์ 2569 เกมการเมืองที่เคยดูเหมือนจะไหลไปตามกระแส “เปลี่ยนประเทศ” ของพรรคประชาชน หรือ “พรรคส้ม” ที่นำโดย หัวหน้าเท้ง-ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ กลับเกิดอาการสะดุดอย่างแรง จนหลายฝ่ายเริ่มตั้งคำถามดังขึ้นเรื่อยๆ ว่า กระแสที่เคยนำโด่ง จะเพียงพอพาไปถึงฝั่งฝันจริงหรือไม่

โดยเฉพาะ “ไม่เอาเทา” แต่เมื่อ รัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ อดีต สส. และผู้สมัคร สส.ตาก เขต 2 พรรคประชาชน ถูกตำรวจไซเบอร์จับกุมคดีพัวพันเว็บพนันออนไลน์ และไม่ได้รับการประกันตัว ภาพการเมืองสะอาดก็ถูกตั้งคำถามทันที

นี่ไม่ใช่เพียงข่าวอาชญากรรมธรรมดา แต่เป็นแผลทางการเมืองที่กระแทกตรงจุด เพราะพรรคประชาชนใช้วาทกรรม “ไม่เอาเทา” เป็นอาวุธโจมตีคู่แข่งมาโดยตลอด เมื่อคนของตัวเองถูกจับ ภาพลักษณ์ที่เคยยืนบนความได้เปรียบก็พลิกกลับเป็นดาบสองคม ฟันเข้าหาพรรคส้มอย่างจัง

จากปัญหาหนึ่งคน กลายเป็นแรงสั่นสะเทือนทั้งพรรค เพราะนี่ไม่ใช่ผู้สมัครรายแรกที่ถูกโยงกับเรื่องสีเทา และยังมีเสียงกระซิบตามมาว่า อาจไม่ใช่รายสุดท้าย ความลังเลจึงเริ่มก่อตัวในกลุ่มผู้มีสิทธิเลือกตั้งที่ยังไม่ตัดสินใจ โดยเฉพาะชนชั้นกลางในเมือง ที่ให้ความสำคัญกับความน่าเชื่อถือและความโปร่งใส เมื่อเห็นพรรคที่พูดเรื่องความสะอาดเจอคราบเสียเอง ความมั่นใจก็เริ่มสั่นคลอน

ปัญหาทุนเทายังไปซ้ำแผลเดิมของพรรคประชาชน คือคำถามเรื่อง “ความพร้อมในการเป็นรัฐบาล” พรรคที่ประกาศจะรื้อระบบอุปถัมภ์ แต่ในทางปฏิบัติกลับต้องพึ่งพาตัวแทนในพื้นที่ที่มีปัญหา ย่อมทำให้ฝ่ายอำนาจเดิมตั้งการ์ดสูงขึ้นอีก โดยเฉพาะในเกมจัดตั้งรัฐบาล ที่ภาพลักษณ์คือแต้มต่อสำคัญไม่แพ้นโยบาย

หลายฝ่ายจึงเริ่มประเมินว่า เป้าหมาย 250 เสียง ที่ ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้นำทางจิตวิญญาณของพรรคตั้งไว้ อาจไปไม่ถึง หากกระแสสะดุดลุกลามในช่วงสุดท้าย และหากเสียงไม่พอจริง โอกาสถูกโดดเดี่ยวเป็นฝ่ายค้าน แม้ได้คะแนนอันดับหนึ่ง ก็ไม่ใช่เรื่องไกลตัว ซึ่งเป็นภาพที่การเมืองไทยเคยเห็นมาแล้วหลายครั้ง

ขณะที่ ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์ ออกมาโพสต์แรงว่า พรรคส้มควรทำมากกว่าการ “ขอโทษ” หากคะแนนตกจนได้ สส.น้อยกว่าครั้งก่อน หัวหน้าพรรคควรแสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออก เหมือนที่ “อภิสิทธิ์ หัวหน้า ปชป.” เคยทำ เพื่อยกระดับมาตรฐานจริยธรรมของการเมืองใหม่ ไม่ใช่เก่งแต่คำพูดสวยหรู

อีกด้านหนึ่ง เกมการเมืองโค้งสุดท้ายไม่ได้วัดกันแค่เรื่องทุนเทา แต่ยังวัดกันที่ “ความชัดเจน” ในประเด็นอ่อนไหวอย่างมาตรา 112 และหมวด 1 หมวด 2 ของรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นเรื่องที่ประชาชนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญ เพราะผูกโยงกับสถาบันและความมั่นคงของประเทศ

ตรงนี้เองที่ “พรรคภูมิใจไทย” ได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัด ด้วยจุดยืนที่ประกาศชัดมาตลอด ไม่แตะหมวด 1 หมวด 2 และไม่กระทบพระราชอำนาจ ล่าสุด อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ย้ำอีกครั้งว่า พรรคไม่เคยบังอาจก้าวล่วง และหากประชาชนต้องการแก้รัฐธรรมนูญผ่านประชามติ พรรคก็ไม่ขวาง แต่เงื่อนไขเดียวคือ หมวด 1 หมวด 2 ต้องดำรงอยู่ และต้องไม่มีผลกระทบต่อสถาบัน

คำพูดของ อนุทิน สะท้อนจุดยืนที่ชัดเจน ในขณะที่บางพรรคยังใช้ภาษากำกวม ไม่กล้าพูดตรงๆ ว่าจะแตะหรือไม่แตะ การเมืองในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อแบบนี้ ความไม่ชัดเจนกลับกลายเป็นจุดอ่อน เพราะประชาชนจำนวนมาก “ไปพร้อมการปกป้องสถาบัน” และพร้อมลงโทษพรรคที่เลี่ยงบาลี

เช่นเดียวกับ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็เรียกร้องให้หัวหน้าพรรคประชาชนหากไม่สนับสนุนประเด็นห้ามแตะเรื่องหมวด 1 หมวด 2 เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ ก็อธิบายรูปแบบว่าจะแก้ไขเรื่องนี้อย่างไรไม่ให้กระทบพระราชอำนาจ เนื่องจากในอดีตมีพรรคการเมืองเคยเสนอแก้กฎหมาย จนกระทบความมั่นคงของสถาบันมาแล้ว

เมื่อรวมปัจจัยทั้งหมด ภาพการเลือกตั้งปี 2569 ไม่ใช่วัดเพียงแค่นโยบาย แต่ต้องดูเรื่องจุดยืนอุดมการณ์ทางการเมือง เรื่องหมวด 1 หมวด 2 ในการแก้รัฐธรรมนูญ รวมถึงพรรคไหนพลาดน้อยกว่ากันในโค้งสุดท้าย และหัวทิ่มเพราะทุนเทาหรือไม่. 

 

คางดำ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

บันทึกในวันที่บรรยากาศบ้านเมืองเต็มไปด้วยป้ายหาเสียง และเวทีปราศรัยผุดเป็นดอกเห็ด เรียกว่า พรรคการเมืองต่างๆ งัดนโยบายออกมาแข่งกันอย่างดุเดือด โดยเน้นเรื่องเศรษฐกิจ การศึกษา เทคโนโลยี ความมั่นคง และปัญหาปากท้องประชาชน

บันทึกหน้า 4

โศกนาฏกรรมซ้ำซาก! คนไทยทั้งประเทศยังไม่หายช็อกกับเครนไฮสปีดเทรนถล่มทับม้าเหล็ก 32 ศพ ที่สีคิ้ว แค่ชั่วข้ามคืน เครนพังร่วงซ้ำอีกที่พระราม 2 มีทั้งผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ แย่กว่านั้นก็คือ ทั้งสองโครงการรับผิดชอบโดย บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน)

บันทึกหน้า 4

ต้องเรียกว่า “เมืองย่าโม” เกิด เคราะห์ซ้ำกรรมซัดอย่างยิ่ง เพราะเมื่อช่วงค่ำวันที่ 13 มกราคม 2569 ก็มีการจับกุมบ่อนใหญ่ที่ใช้โรงแรมกลางเมืองเปิด แต่พอวันรุ่งขึ้น 14 มกราคม 2569

บันทึกหน้า 4

กัมพูชาแทรกแซงกิจการภายในประเทศไทยอีกครั้ง ซึ่งประเทศในอาเชียนเขาไม่ทำสิ่งน่ารังเกียจแบบนี้ กรณี นายเขียว รามี รัฐมนตรีอาวุโส โพสต์เฟซบุ๊กว่า ถ้านายอนุทินแพ้เลือกตั้งจะไม่มีสงคราม

บันทึกหน้า 4

จับตาโค้งสุดท้าย ใครสะดุดคดีสแกมเมอร์ มีสิทธิ์แหกโค้งร่วง ยิ่งใกล้วันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ บรรยากาศการเมืองยิ่งตึงมือ ไม่ใช่เพราะนโยบายหวือหวา หรือเวทีปราศรัยที่แข่งกันดุเดือดเท่านั้น แต่เพราะเป็นช่วงเวลาที่ “คดี” กลายเป็นอาวุธทางการเมืองที่ทรงพลังที่สุด โดยเฉพาะคดีในกลุ่มเว็บพนันออนไลน์ สแกมเมอร์ บัญชีม้า และเงินสีเทา ที่สังคมกำลังจับตาเป็นพิเศษ

บันทึกหน้า 4

บันทึกในวันเวลาที่เหลือไม่ถึง 30 วัน ประชาชนคนไทยก็จะได้ไปใช้สิทธิ์ใช้เสียงเพื่อเลือกผู้แทนราษฎรเข้าไปทำหน้าที่บริหารจัดการอำนาจราชการแผ่นดิน