บันทึกหน้า 4

.... ยิ่งใกล้วันเลือกตั้ง 8 ก.พ.เข้ามา ก็ทำให้แกนนำพรรคการเมืองต่างๆ ต้องเร่งลงพื้นที่หาเสียงอย่างหนัก อย่างในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ที่กำลังไล่เบียดสู้กับพรรคประชาชนอย่างเข้มข้น พบว่าเมื่อวันพุธที่ 21 ม.ค.ที่ผ่านมา อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ลาราชการเพื่อใช้เวลาตลอดทั้งวันลงพื้นที่หาเสียงที่ จ.นครพนม ซึ่งถือเป็นการลงพื้นที่หาเสียงภาคอีสานครั้งแรก โดยมีการเดินสายหาเสียงในหลายจุดพร้อมขึ้นเวทีปราศรัย โดยกล่าวปราศรัยตอนหนึ่งกับคนนครพนมว่า รัฐบาลไม่เคยนิ่งนอนใจกับรายได้ของประชาชน ช่วงไหนพอมีงบประมาณที่จะทำให้เศรษฐกิจเกิดการขยายตัว เกิดความคล่องตัว มีเงินหมุนเวียนให้จับจ่ายใช้สอย

เราก็คิดต่อยอดโครงการคนละครึ่งพลัส โอเคไหม ถึงแม้จะ 50:50 แต่ไม่ใช่การนำเงินมาไล่แจกให้พี่น้อง เราต้องดูแล อย่างให้ประชาชนรู้สึกมีส่วนร่วมจึงออกคนละครึ่งพลัส พรรคภูมิใจไทยถือว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ทำให้เศรษฐกิจเติบโตได้ เฟสหนึ่งเสร็จแล้ว หากพ่อแม่พี่น้องอยากได้เฟสสอง ก็ขอให้เลือกภูมิใจไทยกลับไปเป็นรัฐบาลจากนั้นให้สัมภาษณ์ถึงกรณีผลสำรวจนิด้าโพล คาดการณ์ผลคะแนนการเลือกตั้ง 2569 โดยพรรคภูมิใจไทยมาอันดับ 1 จะได้ 150 ที่นั่ง เป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้หรือไม่ว่า ต่ำกว่าเป้าหมาย พร้อมกับหัวเราะ และกล่าวว่าเราไม่เคยประกาศว่าจะ 50-200 ที่นั่ง ซึ่งเราไม่ประกาศ แต่เราใช้ความทุ่มเท และความจริงใจ ขอความมั่นใจจากประชาชน ซึ่งพี่น้องประชาชนจะตัดสินใจในวันที่ 8 กุมภาพันธ์สำหรับในส่วนของพรรคภูมิใจไทย มีการวิเคราะห์กันว่า หากมาอันดับหนึ่ง ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล แนวโน้มพรรคร่วมรัฐบาลน่าจะประกอบด้วย พรรคกล้าธรรม พรรครวมไทยสร้างชาติ พรรคเพื่อไทย เป็นต้น และนั่นหมายถึง พรรคฝ่ายค้านจะมีพรรคประชาชนกับพรรคประชาธิปัตย์เป็นสองหัวหอกในปีกฝ่ายค้าน ที่คงทำให้การเมืองในสภา  โดยเฉพาะบทบาทการตรวจสอบรัฐบาล น่าจะเข้มข้นสุดๆ

ขณะที่ในส่วนของ พรรคประชาชน ก็มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ เพราะพรรคส้มจะมีการเปิดเวทีปราศรัยใหญ่อย่างเป็นทางการครั้งแรกในกรุงเทพมหานคร ในวันอาทิตย์ที่ 25 ม.ค. ที่ห้างสรรพสินค้าสามย่านมิตรทาวน์ ตั้งแต่เวลา 16.00 น. ไฮไลต์สำคัญคือการขึ้นเวทีปราศรัยของนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล อดีตแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคตอนเลือกตั้งปี 2566 ซึ่งที่ผ่านมาอยู่ระหว่างการเดินสายไปพบประชาชน-นักศึกษาในต่างประเทศ น่าสนใจว่าวันดังกล่าวแฟนคลับ-ด้อมส้ม จะไปฟังการเปิดเวทีปราศรัยใหญ่กันล้นหลามขนาดไหน ซึ่งภาพและกระแสที่ออกมาจะเป็นการประเมินได้ว่ากระแสพรรคประชาชนในกรุงเทพฯ ในปัจจุบันเป็นอย่างไร..

บทบาทการทำหน้าที่ของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นับจากนี้ก็น่าสนใจ กับการดูแลการเลือกตั้งไม่ให้มีการทำผิดกฎหมาย มีการซื้อเสียง หลังข่าวการซื้อเสียงเลือกตั้งเริ่มถูกพูดถึงในวงกว้าง โดยมีการอ้างตัวเลขการจ่ายเงินซื้อเสียงรายหัวทั้งในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดที่จ่ายเงินกันมากขึ้นจากตอนปี 2566 ประเด็นดังกล่าวเริ่มเป็นที่สนใจหลัง นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ ที่ปรึกษาประจำสภามหาวิทยาลัยหอการค้าไทยและคณะทำงานซีโร คอร์รัปชัน : ในคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3สถาบัน หรือ กกร. ออกมาเปิดเผยว่า จากผลการสำรวจความคิดเห็นต่อนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันของพรรคการเมืองและนักการเมืองไทยในการเลือกตั้งปี 69 ผลสำรวจส่วนใหญ่เห็นว่ามีการซื้อสิทธิ์ขายเสียง โดยเฉพาะกับคำถามที่ว่า เลือกตั้งครั้งนี้ ซื้อเสียงราคาเท่าไร ที่มีการตอบว่า โดยรวมสูงสุด 7,500 บาทต่อคน โดยกรุงเทพฯ และปริมณฑลสูงสุดที่ 7,500 บาทต่อคน ส่วนภาคกลาง ภาคเหนือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ เท่ากันที่สูงสุด 5,000 บาทต่อคน ต่อมา เจษฎ์ โทณะวณิก อดีตนักวิชาการด้านกฎหมายและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรครักชาติ อ้างว่าพรรคได้รับรายงานข่าวกรองถึงความผิดปกติทางการเงิน มีการนำเงินเข้าสู่ระบบการเลือกตั้งในบางภาคสูงถึง 100,000 ล้านบาท มีกระแสข่าวเรื่องการเบิกถอนเงินสดจากธนาคารพาณิชย์ล็อตใหญ่กว่า 160,000 ล้านบาท รวมตัวเลขอาจมีเม็ดเงินสะพัดจริงสูงถึง 200,000 ล้านบาท ดังนั้น ก็อยู่ที่ กกต.แล้วว่าต้องควบคุมดูแลการเลือกตั้งอย่างใกล้ชิด อย่าให้การซื้อเสียงระบาดหนัก เพราะประชาชนเขากลัวจะมีการถอนทุนคืนหลังเลือกตั้ง!.

 

เรียงหน้าบุก

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

"หนังหน้าไฟ" ได้ไปต่อ! หลัง 7 เสือ กกต. ลงมติพิจารณาการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ 2568 ของ "แสวง บุญมี" เลขาธิการ กกต. ปรากฏว่าเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 โหวตผ่านการประเมิน อยู่ต่อจนครบสัญญาในวันที่ 31 มี.ค.2570

บันทึกหน้า 4

ต้องยอมรับว่า “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นหนึ่งในนายกฯ ที่ถูกสังคมและฝ่ายตรงข้ามจับผิดมากที่สุดในประวัติศาสตร์ก็ว่าได้ ไม่ว่าจะขยับตัวหรือเอ่ยอ้างเรื่องใด ก็มักมีคนจองกฐินเป็นทิวแถว ซึ่ง ล่าสุดก็คงไม่พ้นเรื่อง “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ซึ่งเจ้าตัวพูดถึงเรื่องการควบคุมอาวุธปืน โดยหลังจากเผยแพร่ออกไปทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายแค้น รวมถึงคนอยากมีแสงก็รุมเข้ามายิ่งกว่าแร้งเห็นศพอย่างไรอย่างนั้น ...๐

บันทึกหน้า 4

ช่วงนี้สังคมไทยมี คดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญอย่างต่อเนื่อง เป็นข่าวฉาวไปทั่วโลก ล่าสุด นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต ในสำนักงาน อบจ.นนทบุรี หลังก่อเหตุนายฉลอง

บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด วิกฤตการณ์ทุจริตสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นถือเป็นบททดสอบสำคัญของกระทรวงมหาดไทยภายใต้การกำกับดูแลของ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้ออกมาประกาศความคืบหน้าในการดำเนินการทางอาญาต่อกลุ่มผู้ทุจริต

บันทึกหน้า 4

เป็นอีกหนึ่งสัปดาห์ที่ต้องเริ่มต้นด้วยการแสดงความเสียใจและอาลัยจากใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียในเหตุโศกนาฏกรรมที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ...เหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์จบลง แต่คำถามของสังคมยังวนเวียนหลอกหลอน “เราจะทำอย่างไร...ไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก?!?”

บันทึกหน้า 4

ไร้นักการเมืองโกง! ยังเป็นประเด็นคาใจที่ฝ่ายค้านตั้งคำถามทุกวัน ตัดตอนจบแค่บิ๊กข้าราชการ "รังสิมันต์ โรม" รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรรมและสิทธิมนุษยชน