เกณฑ์การมาของกระแสชาตินิยมสองรอบนี้

ภาพดวงชะตาเมืองตนโกสินทร์ 

มฤตยูจร (0) เดินในราศีพฤษภ ระหว่าง 8 กรกฎาคม 2565-18 กรกฎาคม 2572

-ทับพระอังคารดวงเดิม (๓) และพระเกตุดวงเดิม (๙)

พฤหัสบดีจร (5) เดินในราศีเมถุน ระหว่าง 13 พฤษภาคม-2 ตุลาคม 2568 และระหว่าง 22 ธันวาคม 2568-31 พฤษภาคม 2569

ขณะนี้เราอยู่ในยุคที่ 13 ของกรุงรัตนโกสินทร์ ตามหลักที่อาจารย์เทพย์ สาริกบุตร ครูโหรผู้ล่วงลับให้ไว้ ที่แต่ละยุคจะกินเวลา 20 ปี เริ่มด้วยมหากาฬ- พันธุ์ยักษ์-รักบัณฑิต-สนิทธรรม-จำแขนขาด-ราชโจร-ชนร้องทุกข์-ยุคทมิฬ-ถิ่นกาขาว และชาววิไลหรือราชวิไล

แล้วผู้เขียนมาต่อเองอีกสองตามอาการใหญ่คือ ยุคที่ 11 โชติช่วงชัชวาล-ยุคที่ 12 โทรศัพท์มือถือ

ยุคที่ 13 นี้เริ่มมาตั้งแต่ 2 มีนาคม 2562 ยาวนานไป 20 ปี จนถึง 4 เมษายน 2582 เป็นยุคอินเทอร์เน็ต

สรุปอาการของยุคที่ 13 นี้ คือ เมืองจะมีความเจริญรุ่งเรืองสะดวกสะบายหลายด้าน แค่อยู่บ้านกดมือถือสั่งก็มีคนมาส่งของถึงบ้าน แต่อีกด้านที่ตามมาก็จะมีการปะทะกันทางความคิด หรือความเชื่อ หรือปรัญญา หรือลัทธิทางการเมืองที่สำคัญอย่างดุเดือด

ตัวอย่างในอดีตที่เมืองเคยผ่านยุคอาการเช่นนี้มาก่อนคือ เคยเกิดลัทธิคอมมิวนิสต์ บานปลายเป็นปะทะกันด้วยกำลังอาวุธ หนีเข้าป่ารบกับอำนาจรัฐมาแล้ว

แล้วยุคที่ 13 นี้ เรามีการต่อสู้กันของความคิด-ความเชื่อดุเดือดมากก็อุบัติให้เห็นคาตา เกี่ยวกับสถาบันพระมหากษัตริย์ ที่เริ่มจากสามนิ้วรุกหนัก แล้วเป็นต่ออย่างน่าตื่นตาตื่นใจ แล้วพลิกกลับกลายเป็นกำลังเจอการปะทะกลับต้องตั้งรับอยู่ขณะนี้ เพราะถูกแทรกรบกวนด้วย กระแสชาตินิยม-อนุรักษนิยม-พ่วงกษัตริย์นิยม-ทหารนิยม ที่เกิดอย่างเหลือเชื่อ

ทางโหรสถานการณ์ พลิกรอบนี้ ผู้เขียนก็พยายามไปค้นหาปูมโหรในอดีตมาเทียบเคียง ก็พอจะได้คำตอบคือ

1.เกณฑ์ใหญ่ตั้งหลักรอมาตั้งแต่ 8 กรกฎาคม 2565 แล้ว และจะเป็นไปถึง 18 กรกฎาคม 2572 ยาวนาน 7 ปีที่มฤตยูจร (0) เจ้าของภัยอาเพศ การปฏิวัติหรือเปลี่ยนแปลงใหญ่ หรือนักปฏิวัติ ไม่พอใจสิ่งเก่าๆ ต้องการล้างเพื่อสร้างสิ่งใหม่มาแทน และหนึ่งในความหมายคือ กิจการเกี่ยวกับมหาชน เดินในราศีพฤษภ

1.1 มฤตยูจรในราศีพฤษภทับพระอังคารดวงเดิม (๓) ดาวประจำชีพเมือง-ลัทธิทหาร นักปฏิวัติทั้งหลายจึงพากันโผล่ในเมือง มุ่งเป้าไปที่พระมหากษัตริย์ ซึ่งหนึ่งในอีกพระราชสถานะคือจอมทัพไทย (ตามความหมายของพระอังคาร-นักรบ-ลัทธิทหาร) และกองทัพ เพื่อหวังให้เปลี่ยนแปลง คือการเกิดขึ้นของขบวนการสามนิ้วและเครือข่าย

1.2 ที่ราศีพฤษภยังมีดาวอีกดวงสถิตอยู่ด้วยตั้งแต่วินาทีแรกที่วางเสาหลักเมืองคือ วันอาทิตย์ที่ 21 เมษายน 2325 เวลา 06.54 น. คือ พระเกตุ (๙)

อันพระเกตุนี้มีความหมายคือ ประเพณีนิยม อดีต ขนบธรรมเนียมประเพณีดั้งเดิม ของเก่าแก่ที่ได้มาจากบรรพบุรุษ ความวกวนยืดยาว ตามที่คนเรียนโหรท่องกันคือ อายุยืนทายเกตุ ฯลฯ

เมื่อมฤตยูจรมาทับพระเกตุดวงเดิมของเมืองเข้า เลย เกิดปะทะกันดุเดือดระหว่างล้ำสมัยหรือนักปฏิวัติ กับ ความเก่าเก๋าชาตินิยมและกษัตริย์นิยมที่อยู่คู่เมืองมานานแล้ว

ปรากฏการณ์ทั้งข้อ 1.1 และ 1.2 นี้ เกิดมาเป็นระยะๆ ตั้งแต่การเริ่มมีขบวนการสามนิ้วแล้วผลัดกันรุก-รับมาเรื่อย คล้ายการกำเนิดของลัทธิคอมมิวนิสต์ในอดีตก็ก่อตัวในรั้วมหาวิทยาลัย ที่เป็นช่วงที่ผู้เขียนกำลังเรียนอยู่ที่บัญชีจุฬาฯ ประมาณปี 2515 ก็ได้เป็น 5 ย. ไปกับคุณธีรยุทธ บุญมี ศาสดาในยุคนั้นด้วย แล้วก็ตามหาความหมาย ตามบทกวี เพลงเถื่อนแห่งสถาบัน ที่เริ่มว่า….ฉันเยาว์ฉันเขลาฉันทึ่ง ฉันจึงมาหาความหมาย ฯลฯ

2.และแล้วก็มาถึงเกณฑ์ที่ วาระกระแสชาตินิยม-อนุรักษนิยมพลิกขึ้นสู่กระแสสูงอย่างเหลือเชื่อสองรอบ ด้วยปรากฏการณ์ทางโหรที่เกิดขึ้นสองช่วงอย่างคลุมเครือไม่น่าจะเกิดก็เกิด (มฤตยู 0 ล้ำสมัยปะทะเกตุ ๙ ล้าหรือตกสมัย) เพราะเหตุจาก ผู้นำประเทศเพื่อนบ้านคือ กัมพูชา พลาดประเมินดวงชะตาเมืองรัตนโกสินทร์ต่ำไป หรือไม่รู้จักดวงชะตาเมืองไทยดีพอ คิดว่าการเมืองไทยอ่อนแอจึงเปิดศึกรอบแรก คือ ระหว่าง 24-28 กรกฎาคม 2568

และรอบที่สองระหว่าง 7-27 ธันวาคม 2568

ทั้งสองช่วงนี้เปิดศึกขณะบุญเก่าเมืองกำลังเกิด เพื่อให้คนยำเกรง และเมืองได้ลาภ ตามโฉลก….ถึงบุญเพรง คนยำเกรงให้ลาภา….(พฤหัสบดีจร 5 หัวหน้าเทวดาประจำเมืองเดินในราศีมิถุน-ภพที่สาม-สหัชชะ)

ผลคือ คนไทยที่ดาวจิตใจของเมืองโดยรวม (ตนุเศษ) คือพระอาทิตย์ (๑) ที่กุมลัคนาเมืองอยู่ที่ราศีเมษฉุนขาด กลับมารักชาติ รักทหารและกองกำลังของชาติ และปกป้องสถาบันกษัตริย์อย่างท่วมท้น

ย้อนไปปูมโหรในอดีตที่เมืองได้เกณฑ์คล้ายกันนี้ คือเมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2483 นักเรียนเตรียมอุดมฯ จุฬาฯ-นิสิตนักศึกษาเตรียมปริญญาธรรมศาสตร์และการเมือง ร่วมเดินขบวนเรียกร้องดินแดนอินโดจีนที่เสียไปสมัยรัชกาลที่ 5 คืนจากฝรั่งเศส

นับเป็นการเดินขบวนครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทย อันเป็นการแสดงมติมหาชน (ตามหนึ่งความหมายของมฤตยู) ในเชิงชาตินิยม

กลับมาที่กระแสชาตินิยมรอบนี้ที่เกิดขณะกำลังจะเลือกตั้งทั่วไป 8 กุมภาพันธ์ 2569 เสียด้วย

ขบวนการสามนิ้วและนักปฏิวัติทั้งหลายคงจะเหนื่อยกันล่ะ

แล้วการสู้กันทางความคิดนี้มันจะไปจบที่ตรงไหน? เพราะฝ่ายนักปฏิวัติก็รอเวลาฝ่ายชาตินิยม-อนุรักษนิยม-กษัตริย์นิยมหมดรุ่นไปเรื่อยๆ แล้ว ยุคที่ 13 นี้ มีเวลายาวยืดให้ต่อสู้ทางความคิดถึงเมษายน 2582 เมืองรัตนโกสินทร์จึงจะเปลี่ยนเข้ายุคที่ 14

ผู้เขียนเองที่เจอความหมายแล้วและกลับอยู่ในฝ่ายอนุรักษนิยม-ชาตินิยม-กษัตริย์นิยม ก็คงไม่มีวาสนาที่จะอยู่ถึงวันนั้น หรือหากจะอยู่ถึงก็คงจำอะไรไม่ได้แล้ว

แต่ก็มีอาการทางโหรให้พอเห็นทางเปรียบเทียบบ้าง คือ ในยุคคล้ายๆ กันนี้ที่คอมมิวนิสต์รบกับทหารและฝ่ายรัฐแทบเป็นแทบตาย  จำได้ว่าประมาณปี 2520 ผู้เขียนเรียนนิเทศศาสตร์จุฬาฯ ปีสุดท้าย ไปฝึกงานที่ศาลากลางเพชรบูรณ์ ได้ยินเสียงปืนใหญ่ทหารถล่มคอมมิวนิสต์ตูมๆ เป็นระยะๆ สักพักเฮลิคอปเตอร์ขนทหารที่บาดเจ็บลงมาแล้ว

และขณะไปเป็นผู้สื่อข่าว สวท.กระบี่ ปี 2523 การสู้ด้วยอาวุธยังดุเดือดอยู่เลย แถวลำทับนี่จะไปก็ต้องระวังตัวแจ เพราะเป็นพื้นที่สีชมพูเฉียดแดงแจ๋

แต่รบกันไปรบกันมาคอมมิวนิสต์ยอมออกจากป่ามาเป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทยตามนโยบาย 66/2523

นี่แหละคือหนึ่งในพื้นวาสนาเดิมของเมืองรัตนโกสินทร์ ที่ในที่สุดจิตใจคนไทยส่วนใหญ่ไม่ว่าจะผันแปรไปแค่ไหน ก็จะมีเหตุ ให้กลับมาอยู่กับเมืองตลอด (อาทิตย์ ๑ กุมลัคนา).

 

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ชวน' ลั่นไม่จับมือเพื่อไทย มั่นใจประชาธิปััตย์ได้ สส. เพิ่ม

“ชวน” ลงพื้นที่ช่วยหาเสียง ลั่นประชาธิปัตย์ยืนบนหลักการ ไม่ร่วมรัฐบาลกับเพื่อไทย พร้อมชี้การเมืองซื้อสิทธิขายเสียงทำประเทศเสียหาย มองกระแสพรรคฟื้นหลังเฉลิมชัยลาออก เชื่อการเลือกตั้งครั้งนี้พรรคได้เก้าอี้เพิ่ม ทั้งระบบบัญชีรายชื่อและเขตเลือกตั้ง

‘แดง’เปิดวอร์‘ส้ม’ ‘สุริยะ’อัดเทากว่าเพื่อน/อ๋อยซัดดึงพิธาทำ ‘ณัฐพงษ์’แห้ว

กกต." เตือนซื้อสิทธิขายเสียงโทษหนักทั้งจำทั้งปรับ ตั้งรางวัลแจ้งเบาะแสจับ 1 ล้านบาท "นายกฯ" ย้ำ จนท.รัฐใช้อำนาจเอื้อการเมืองถือว่าทุจริต "ภูมิธรรม"

พลังประชารัฐลุยจันทบุรี ‘พราหมณ์’ หาเสียงดันอ่างเก็บน้ำ แก้ขาดน้ำชาวสวน

พลังประชารัฐ ไม่หยุด “พราหมณ์ มุกดาสนิท” เดินหาเสียงช่วยชาวบ้าน อ.ขลุง อ.สอยดาว อ.โป่งน้ำร้อน จ.จันทบุรี ขอโอกาสเป็น สส.ดันโครงการอ่างเก็บน้ำ ช่วยเกษตรกร – ชาวสวน หยุดซื้อน้ำทำกิน