ศิษย์เก่าวัดกลางดอน

อยู่ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งคึกคักก่อนเข้าสู่โค้งสุดท้ายในวันหย่อนบัตรเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ 2569 ทุกพรรคลุยลงพื้นที่หนัก รวมถึง “เสี่ยเฮ้ง-สุชาติ ชมกลิ่น” ในฐานะผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 1 พรรคภูมิใจไทย ที่ตอนนี้อยู่ชลบุรีทุกวันเพื่อลุยลงพื้นที่หาเสียง ซึ่งเจ้าตัวบอกว่าชื่นใจที่ได้รับกำลังใจจากพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี แถมเวลาไปเดินหาเสียงยังอิ่มท้อง เพราะพ่อค้าแม่ค้าให้ของกินติดไม้ติดมือกลับมาตลอด

และช่วงนี้เจ้าตัวมีตารางเดินสายหาเสียงจังหวัดชลบุรีต่อเนื่อง สำหรับใครที่กำลังรอหรือถามหาเสี่ยเฮ้งเมื่อไหร่จะไปเยี่ยมถึงหน้าบ้าน รับรองได้เจอกันภายใน 2 สัปดาห์นี้แน่นอน

ล่าสุดระหว่างเดินหาเสียงที่ชลบุรี “เสี่ยเฮ้ง” เด็กเมืองชลฯ บังเอิญเจอเพื่อนเก่าสมัยเรียนประถมศึกษาที่โรงเรียนวัดกลางดอนด้วยกัน ถึงกับเข้าไปกอดด้วยความดีใจ และยังได้แชร์คลิปวิดีโอตอนได้เจอกับเพื่อนรักพร้อมข้อความว่า

“บังเอิญเจอเพื่อนผมตอนประถม ผมรักโรงเรียนวัดกลางดอนมากๆ ภูมิใจทุกครั้งที่ได้บอกใครๆ ผมมีพื้นฐานความรู้ชั้นประถมศึกษามาจากโรงเรียนวัดดอนกลาง สมัยก่อนถ้าเทียบกับโรงเรียนดีๆ ในจังหวัดชลบุรี ก็มีอีกหลายโรงเรียน ซึ่งผมก็ไม่มีปัญญาหาเงินไปจ่ายค่าเทอมเรียนเอง

โรงเรียนผมอาจจะไม่โด่งดัง ไม่ได้มีชื่อเสียง แต่โรงเรียนเราก็สอนให้นักเรียนประพฤติดีทำดีประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้จนทุกคนเติบโตมาแยกย้ายไปเรียนสถาบันแห่งใหม่และมีชีวิตหน้าที่การงานเป็นของตัวเอง

ผมไม่ได้มีดีกรี ไม่ได้มีโปรไฟล์การศึกษาที่ดีเด่นอะไรมาก ผมไม่เคยจบเมืองนอกเมืองนา ไม่ได้มีปริญญาเอกมาการันตีความสามารถ แต่ผมมีประสบการณ์ในการใช้ชีวิต มีครูอาจารย์ที่ดี มีเพื่อนร่วมโรงเรียนที่ทุกวันนี้ยังไม่ห่างหายไปไหน และผมก็อยากเป็นแรงบันดาลใจให้กับทุกคนต่อสู้เอาชนะความลำบาก

ยืนขึ้นด้วย 2 ขาของตัวเอง จะเรียนสถาบันไหนก็ไม่สำคัญเท่าการพัฒนาฝึกฝนและมีเป้าหมายในชีวิตที่ต้องเดินไปให้ถึง วันหนึ่งเราก็ต้องประสบความสำเร็จครับ วันนี้ดีใจมากครับที่ได้เจอเพื่อนเก่าอีก 1 คน อาจจะต้องรำลึกความหลังกันยาวหน่อย เพราะนับไปนับมาก็หลายสิบปีแล้วเหมือนกันที่พวกเราเรียนจบกันมา”

งานนี้ “เสี่ยเฮ้ง” ย้ำว่าภูมิใจมากๆ ที่ได้จบจากโรงเรียนในชลบุรี พร้อมเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนมีเป้าหมายในชีวิตที่ต้องไปให้ถึงเหมือนตนเอง.

บรรจง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ต้องแก้โดยคนพื้นที่

การเลือกตั้งครั้งก่อน พรรคก้าวไกล (เดิม) กวาด สส.จันทบุรียกจังหวัด 3 เขต แบบไม่แบ่งพรรคการเมืองอื่น ขณะที่หลายสำนักยังยกพรรคประชาชนเป็นเต็งหนึ่งในหนนี้ แต่จะกวาดเรียบเหมือนเดิมหรือไม่ อาจไม่แน่ เพราะรอบนี้มีผู้สมัคร สส.หลายพรรคอยากพิสูจน์ให้เห็นว่า มีดีไม่น้อยกว่ากัน

'ต้องมีผลงาน'

ช่วงโค้งสำคัญก่อนเลือกตั้ง การเมืองไทยยังคงวนเวียนกับคำถามเดิมๆ ว่า “บ้านใหญ่” ยังได้เปรียบอยู่หรือไม่ และการเมืองจะหลุดพ้นจากอำนาจได้จริงหรือเปล่า

'อ.เชน คือยศชนัน'

ช่วงนี้หลายพรรคการเมืองเร่งลงพื้นที่ทำคะแนนก่อนที่จะถึงวันเลือกตั้ง คือวันที่ 8 ก.พ. ซึ่งถือว่าเป็นวันชี้ชะตาการเมืองไทยก็ว่าได้

ชิมไปอ้วนไป

หรือว่านี่คือกลยุทธ์หาเสียงแบบใหม่? นายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค พร้อมแกนนำพรรคภูมิใจไทย กำลังปูพรมลงพื้นที่ทั่วไทยช่วงโค้งสุดท้ายก่อนเลือกตั้งใหญ่ 18 ก.พ.2569 ลุยตลาดโน้นตลาดนี้ ราวกับไปช็อปปิ้ง แต่จริงๆ แล้วคือหาเสียงแบบใกล้ชิดประชาชนสุดๆ

ได้กำลังใจดี

ช่วงนี้ลุยหาเสียงหนักกันทุกพรรค รวมถึงพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ที่นำทัพโดย “หัวหน้าตุ๋ย” พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรค รทสช. และแคนดิเดตนายกฯ ลำดับที่ 1 ที่ล่าสุดเพิ่งปล่อยขบวนคาราวาน "ปักษ์ใต้ต้องดีกว่านี้" เพื่อหาเสียง 14 จังหวัดภาคใต้ เป็นการต่อยอดจากการลงพื้นที่ภาคอีสานที่ได้รับกระแสตอบรับอย่างดี

ผมทำมากกว่าพูด

หนึ่งในจุดเด่นและจุดแข็งของพรรคกล้าธรรมคือ ตัวผู้สมัคร สส. ที่ไม่ว่ากระแส ณ ขณะนั้นจะเป็นอย่างไร แต่ตัวผู้สมัคร สส.ของพรรคจะใช้ผลงานที่ตัวเองตุนไว้มากมายมาขอคะแนนประชาชน จนฝ่าเข้าไปเป็นปากเสียงแทนประชาชนในสภาผู้แทนราษฎรได้ทุกครั้ง