บันทึกหน้า 4

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด โค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ เกมการเมืองไม่ได้วัดกันแค่จำนวนที่นั่ง หากแต่วัดกันที่จังหวะ การวางตัว และความชัดเจนของแต่ละพรรค โดยเฉพาะ พรรคประชาชน ที่วันนี้กำลังเดินอยู่บนเส้นบางๆ ระหว่างการกู้คะแนนนิยมกับการเพิ่มภาระทางการเมืองให้ตัวเอง

ไพ่ที่คาดว่าเป็นใบสุดท้ายถูกหยิบขึ้นมา คือ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ผู้ยังมีออร่าและแรงดึงดูดทางการเมืองสูง ถูกดึงกลับมาเป็นผู้ช่วยหาเสียงในช่วงโค้งสุดท้าย หวังเรียกกระแสและปลุกฐานเสียงเดิมให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง

แต่ไพ่ใบนี้ไม่ใช่ไพ่ขาวล้วน เพราะพิธายังแบกบาดแผลทางการเมืองจากประเด็นมาตรา 112 และการแสดงความเห็นต่อกองทัพที่เคยสร้างแรงกระเพื่อม มีทหารไว้ทำไม เป็นรอยแผลที่ยังอ่อนไหว และพร้อมถูกหยิบขึ้นมาเป็นแรงต้านได้ทุกเมื่อ

บทบาทของพิธาในครั้งนี้ จึงไม่ใช่การกลับมาเป็นผู้นำ หากเป็นการเดินเกมที่ต้องระวังทุกก้าว ระหว่างการช่วยกอบกู้คะแนนเสียง กับความเสี่ยงที่จะกลายเป็นภาระให้แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีทั้ง 3 คนของพรรคส้มหรือไม่ หากจังหวะไม่สอดรับกับบรรยากาศการเมืองที่เปลี่ยนไปและอินกับเรื่องชายแดน

ขณะเดียวกัน อีกฟากหนึ่งของสมรภูมิการเมือง พรรคประชาธิปัตย์ก็ยืนอยู่บนทางแยกสำคัญ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ประกาศจุดยืนชัด ไม่เอาพรรคกล้าธรรม ขณะที่ ชวน หลีกภัย ผู้มีบารมีพรรค ย้ำหนักแน่น ไม่เป็นอะไหล่ให้พรรคเพื่อไทย สองสัญญาณนี้สะท้อนการต่อสู้ภายใน ระหว่างการรักษาอุดมการณ์ กับความเป็นจริงของการเมืองที่ต้องเลือกข้างเพื่ออยู่ในอำนาจ

คำถามสำคัญคือ ปชป.จะยอมประนีประนอมเพื่อมีที่ยืนในสมการรัฐบาล หรือจะเลือกถอยไปเป็นฝ่ายค้าน เพื่อกอบกู้ศรัทธาและตัวตนของพรรคในระยะยาว เส้นทางไหนจะรักษาพรรคได้มากกว่ากัน ยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจน

ย้อนกลับมาที่พรรคประชาชน ภาพความย้อนแย้งยิ่งเด่นชัด เมื่อพรรคที่เคยประกาศยืนหยัดเป็น การเมืองใหม่ ไม่เอาสีเทา ไม่จับมือพรรคเก่า วันนี้กลับต้องปรับท่าทีอย่างต่อเนื่อง ทั้งจากแรงกดดันภายนอกและข้อจำกัดของตัวเอง กรณีผู้สมัคร สส. ที่ถูกจับกุมคดีเกี่ยวข้องกับพนันออนไลน์ ยิ่งเป็นแรงกระแทกตรงต่อสโลแกน มีเราไม่มีเทา ที่เคยใช้โจมตีฝ่ายอื่นอย่างเข้มข้น กลายเป็น ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง

การชี้แจงว่าเป็นเรื่องเฉพาะบุคคลอาจใช้ได้ในทางกฎหมาย แต่ในทางการเมืองกลับหลีกไม่พ้นคำถาม เพราะการคัดกรองผู้สมัครคือความรับผิดชอบของพรรคโดยตรง และยิ่งตอกย้ำภาพสองมาตรฐาน เมื่อ “เทา” อยู่กับคนอื่นคือเรื่องใหญ่ แต่เมื่อเกิดในพรรคเดียวกันกลับถูกลดระดับเป็นความผิดพลาดที่ขออภัยแล้วเดินหน้าต่อ

ความไม่ชัดยิ่งขยายตัว เมื่อการสื่อสารจากผู้นำพรรคออกมาไม่เป็นเอกภาพ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “หัวหน้าเท้ง” ประกาศแข็ง ไม่จับมือพรรคสีเทา ไม่สนับสนุน อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกฯ หากภูมิใจไทยได้อันดับหนึ่ง พร้อมโจมตีพรรคอื่นว่าไม่กล้าประกาศจุดยืน

แต่ในเวลาใกล้เคียงกัน ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ผู้นำทางจิตวิญญาณ กลับส่งสัญญาณตรงข้าม โดยย้ำว่าพรรคไม่ควรปิดประตูตัวเอง ต้องเปิดกว้างต่อการจับมือกับทุกพรรค เพื่อไม่ให้ประเทศถึงทางตัน ความย้อนแย้งนี้ทำให้เกิดคำถามสำคัญ ไม่ใช่แค่ว่าใครพูดถูก แต่คือใครกันแน่ที่กำหนดทิศทางพรรค

เสียงวิจารณ์ที่ว่า ธนาธร คือผู้กำหนดเกมตัวจริง ส่วนเท้งเป็นเพียง นอมินี ในตำแหน่งหัวหน้าพรรค อาจฟังดูรุนแรง แต่ก็สอดรับกับความสงสัยของสังคม เมื่อท่าทีเชิงยุทธศาสตร์สามารถเปลี่ยนได้โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการพรรคอย่างเป็นทางการ ภาพการเมืองใหม่ที่ยึดความโปร่งใสและกระบวนการจึงเริ่มพร่าเลือน ไม่ต่างจากการเมืองเก่า

ทั้งหมดนี้สะท้อนว่า การเมืองไทยในโค้งสุดท้าย ไม่ได้แข่งกันแค่นโยบายหรือจำนวนที่นั่ง แต่แข่งกันที่ “ความชัดเจน” และ “ความจริงใจ” ต่อประชาชน และท้ายที่สุด ใครจะได้อำนาจ หรือใครจะเสียความเชื่อถือ คำตอบอาจไม่ได้อยู่แค่ในผลเลือกตั้ง แต่อยู่ที่สิ่งที่แต่ละพรรคยอมแลกเปลี่ยนบนเส้นทางสู่อำนาจนั้นเอง และค่อยเอาชาวบ้านไว้ข้างหลัง.

คางดำ

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภาฯ อีกสองคน ก็ชัดเจนลงตัวแล้ว โดยประธานสภาฯ คือ โสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์หลายสมัย สายตรงเนวิน ชิดชอบ

บันทึกหน้า 4

ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา พุทธศักราช 2569 แล้วโดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม พ.ศ.2569 เป็นต้นไป ซึ่ง “ศิโรจน์ แพทย์พันธุ์” เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรก็ระบุว่า

บันทึกหน้า 4

ประชุม ครม.เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ลาป่วย มอบหมายให้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ เป็นประธานแทน ต่อมาเวลา 11.45 น. นายกฯ

บันทึกหน้า 4

การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ใกล้ได้ข้อสรุป หลังการเจรจาพรรคร่วมรัฐบาลคืบหน้าอย่างชัดเจน โดยสูตรรัฐบาลที่มี “พรรคภูมิใจไทย” เป็นแกนนำสามารถรวบรวมเสียงสนับสนุนได้ 291 เสียง ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาชาติ และพรรคขนาดเล็กบางส่วน

บันทึกหน้า 4

บันทึกบอกกล่าวเล่าสิบ ..หลังผ่านการเลือกตั้งมาตั้งแต่ 8 ก.พ. ได้ฤกษ์แล้วว่า ในวันที่ 14 มี.ค.ศกนี้ จะมีรัฐพิธีเปิดประชุมสภาอย่างเป็นทางการเพื่อเลือก "ประธานรัฐสภา" อันถือเป็นลำดับขั้นตอนแรกก่อนที่จะมีการโหวต "นายกรัฐมนตรี" คนที่ 33 ให้ไปบริหารจัดการราชการแผ่นดินต่อไป ...

บันทึกหน้า 4

กลับสู่โหมดการเมืองเต็มตัว หลัง กกต. ปลดล็อก รับรอง สส. ระบบเขต และปาร์ตี้ลิสต์ 499 คน เหลือแค่สุพรรณบุรี เขต 2 นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จากพรรคภูมิใจไทย ที่โดนแขวน เนื่องจากกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งส่อทุจริต "ศิโรจน์ แพทย์พันธุ์"