'ติดดิน กินง่าย'

ขอพาไปดูบรรยากาศการเมืองแบบไม่ต้องซีเรียส เมื่อเช้าวันที่ 25 ม.ค.ที่ผ่านมา "เสี่ยหนู" นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แวะเวียนไปถึงศูนย์ประสานงานพรรคที่จังหวัดหนองบัวลำภู แบบไม่ได้มาแค่โบกมือ แต่ตั้งใจมาดูของจริง ว่าผู้สมัคร สส.ของพรรคขยันขันแข็งกันแค่ไหน

งานนี้ขนมาครบทั้ง 3 เขต ไม่ว่าจะเป็นนายสุวัฒน์ มนตรี ผู้สมัคร สส.เขต 1, นางชญาน์นันท์ พิมพ์กิรติ ผู้สมัคร สส.เขต 2 และนายอาณัติ ชินทะวัน ผู้สมัคร สส.เขต 3 หาเสียงท่ามกลางชาวบ้านที่มารอต้อนรับกันพอสมควร บรรยากาศไม่หรู ไม่อลังการ แต่ได้กลิ่นการเมืองบ้านๆ แบบที่ “เสี่ยหนู” ถนัด

 “อนุทิน” พูดตรงๆ สไตล์คนกันเองว่า การจะเป็นผู้แทนไม่ใช่แค่ติดป้ายสวยหรือสังกัดพรรคดัง แต่ต้อง “ทำงานจริง เข้าถึงจริง” ใครคิดว่าแค่มีชื่อในพรรคแล้วไม่ต้องลงพื้นที่ ไม่ต้องใกล้ชิดประชาชน แบบนั้นไม่ต้องเลือก  พร้อมย้ำว่าพรรคภูมิใจไทยวัดกันที่ผลงาน ไม่ใช่วาทกรรม

ประโยคที่ได้ใจชาวบ้านเห็นจะเป็นเรื่อง "หัวใจ" เสี่ยหนูบอกว่าพรรคไม่ต้องการมินิฮาร์ต แต่ต้องการบิ๊กฮาร์ต หัวใจดวงใหญ่ที่คิดถึงประชาชนเป็นหลัก และถ้าทำงานไม่ดีไม่ต้องให้ชาวบ้านไล่ ตัวหัวหน้าพรรคจะไล่เอง เพราะมีการประเมินผลงานตลอด

จากหนองบัวลำภู เสี่ยหนูไม่พัก ลุยต่อหนองคาย แวะวัดโพธิ์ชัย พระอารามหลวง คนมาทำบุญเห็นนายกฯ ตัวเป็นๆ ก็ขอถ่ายรูปกันเพลิน พร้อมเสียงอ้อนเบาๆ ว่า “ขอเลือกยกจังหวัดได้ไหม” ประกอบด้วย พล.ต.ท.ไพศาล ลือสมบูรณ์ ผู้สมัคร สส.เขต 1, นางจิดาภา สุนทรธนากุล ผู้สมัคร สส.เขต 2 และนายศักดิ์ดา จันทรสุวรรณ ผู้สมัคร สส.เขต 3

คราวนี้ "อนุทิน" พูดเสียงดังฟังชัด เพราะเจ้าตัวบอกว่า วันนี้ไม่ได้มาในฐานะธรรมดา แต่เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว แค่ 2 เดือนกว่าก็ทำให้ประชาชนได้หลายอย่าง และทิ้งหมัดเด็ดสไตล์ชาวบ้านว่า "ถ้าได้ทำงานต่ออีก 4 ปี จะทำจนประชาชนร้องว่าพอแล้วๆ รวยไม่ไหวแล้ว"

ฟังแล้วจะเชื่อตามมากน้อยแค่ไหน คงอยู่ที่ดุลพินิจของชาวบ้าน แต่ที่แน่ๆ ลีลาหาเสียงรอบนี้ อนุทินยังคงคอนเซปต์เดิมติดดิน กินง่ายขอแค่โอกาสและความไว้วางใจเท่านั้นเอง.

ช่างสงสัย

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

'ซื้ออาหารทานเอง'

'ซื้ออาหารทานเอง' กลายเป็นการสร้างเสียงฮือฮาในสภาผู้แทนราษฎร เมื่อ หมอวรงค์ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคไทยภักดี ได้สร้างแรงกระเพื่อมใหญ่ในวันแรกที่มีการประชุมสภา วันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา เรียกได้ว่าการกลับเข้าสภาในรอบ 12 ปี เริ่มต้นก็จัดหนัก เพราะสิ่งที่ หมอวรงค์ ได้พูดคือเรื่องของอาหารกลางวัน สส.และผู้ช่วย สส. ที่เกี่ยวข้องกับตัว สส.โดยตรง ทำให้หลายคนตอบสนองเรื่องการนำอาหารกลางวันมารับประทานเอง หรือบางส่วนก็ลงไปซื้ออาหารที่โรงอาหารรัฐสภาร่วมกับข้าราชการ หรือบุคลากรที่ทำงานภายในรัฐสภา แต่ที่มีการพูดถึงวงกว้างคือ มีการนำอาหารกลางวันเป็นปิ่นโตเถาใหญ่พกมาจากบ้าน ทำให้โซเชียลแสดงความเห็นในด้านต่างๆ ล่าสุดวันที่ 30 มี.ค. ประธานรัฐสภาเรียกประชุมตัวแทนพรรคการเมืองเพื่อหารือเรื่องดังกล่าว ด้าน หมอวรงค์ ที่ถือได้ว่าเป็นตัวตั้งตัวตีของเรื่องนี้ ก็ได้เข้าร่วมประชุมด้วยเช่นกัน จากนั้นเมื่อประชุมไปได้ประมาณ 1 ชั่วโมง หมอวรงค์ ได้โพสต์เฟซบุ๊กว่า “การหารือระหว่างประธานสภาฯ และตัวแทนพรรคการเมือง สรุปให้ สส.ซื้ออาหารทานเอง เริ่มต้นได้หลังสงกรานต์” ถือได้ว่าเป็นแรงกระเพื่อมลูกหนึ่งที่ได้มีการขับเคลื่อนในสมัยประชุมนี้ คงต้องรอดูว่าทั้ง หมอวรงค์ หรือ สส.ท่านอื่น จะมีอะไรที่เซอร์ไพรส์อีกบ้าง.

จาริสตาร์ 32

ช่วงที่สถานการณ์สู้รบในตะวันออกกลางยังไม่สิ้นสุด ซึ่งส่งผลกระทบไปทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยที่กำลังเผชิญปัญหาพลังงานและน้ำมัน ที่ “นายกฯ หนู-อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรี ได้ออกมากล่าวขอโทษประชาชนเป็นครั้งแรกในงาน “Meet the Press” ภายใต้หัวข้อ “1 เดือนวิกฤตโลก : แผนรับมือไทยในโลกที่ไม่เหมือนเดิม”

ฝ่ายค้านครั้งแรก

ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง

ผู้จุดประเด็น

ดรามา “ข้าวฟรี สส.” ที่เคยร้อนแรง วันนี้เริ่มคลี่คลายไปในทิศทางที่ทำให้คนเสียภาษียิ้มมุมปากได้บ้าง หลัง “หมอวรงค์” สส.พรรคไทยภักดี ออกมาจุดประเด็นซ้ำในช่วงโหวตประธานสภาผู้แทนราษฎร จนเรื่องนี้กลับมาอยู่ในกระแสสังคมอีกครั้ง

‘ตื่นเต้นนิดๆ’

จบลงไปแล้วสำหรับฤดูกาลเลือกตั้งไทย แต่เรื่องราวที่น่าจดจำยังมีอีกมาก โดยเฉพาะวีรกรรมต่างๆ จากคนในสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ล่าสุดบุคคลระดับบิ๊ก กกต. ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการ กกต. ฝ่ายสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย ซึ่งปกติเรามักจะเห็นภาพท่านในมาดนักสืบสวนสุดเนี้ยบ ยอมเปิดใจย้อนรอยเหตุการณ์ระทึกขวัญที่ทำเอาคน กกต.หลายคนนั่งไม่ติดเก้าอี้

‘บ่นแทนประชาชน’

อย่างที่ทราบกันดีว่าตอนนี้เกิดสงครามที่ตะวันออกกลาง จึงทำให้เกิดผลกระทบแทบจะทั่วทั้งโลก ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เพราะนอกจากจะกระทบกับความเป็นอยู่ของประชาชนแล้ว ยังกระทบถึงคุณภาพชีวิตที่สินค้าขึ้นราคา รวมถึงปัญหาใหญ่คือน้ำมันที่ส่งผลกระทบกับประชาชนทุกคน