
โลกโซเชียลเหมือนเวทีเปิดกว้างสุดๆ ที่ใครมีสมาร์ทโฟนดีๆ กล้องสวยๆ แล้วพูดเก่งหน่อย ก็กลายเป็น "กูรู" ได้ในช่วงข้ามคืนก็มี
ไม่ว่าจะแนะนำเรื่องสุขภาพ กินอะไรดี ลงทุนยังไง เลี้ยงลูกแบบไหน ตำราก้นครัว หรือแม้แต่เรื่องกฎหมาย ขอแค่คอนเทนต์สนุก อัลกอริทึมเอ็นดู ยอดฟอลโลเวอร์พุ่ง ก็เหมือนมี "ใบรับรองความน่าเชื่อถือ" ในตัวดังกันรัวๆ เลยทีเดียว ส่วนมนุษย์ป้าที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว ส่งแค่ดอกไม้ประจำวันในห้องไลน์ ก็จะทำตาเบิกกว้างหูผึ่ง ถามด้วยความสงสัยว่า ทำไมถึงเป็นกันอย่างนี้ไปได้?!?
ก็ต้องยอมรับว่ามันเป็นไปแล้ว แต่กูรูในโลกโซเชียลที่บางทีเราเรียกกันว่า อินฟลูฯ (Influencer) ดูเหมือนว่ามาถึงวันนี้ กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่า ความดังกับความรู้ ..ในโลกโซเชียลนั้น มันเชื่อถือได้มากน้อยเพียงใด
ยกตัวอย่างที่น่าสนใจเลย คือ ที่ประเทศจีน
วันนี้ รัฐบาลจีน (ผ่านหน่วยงาน Cyberspace Administration of China หรือ CAC) ออกกติกาใหม่แบบเข้มงวดมาก บอกว่า "พอแล้วนะ สำหรับยุคที่ความดังมาก่อนความรู้"
ตอนนี้ ถ้าอินฟลูเอนเซอร์คนไหนอยากพูดถึงเรื่อง "กระทบชีวิตคนจริงๆ" เช่น สุขภาพ การแพทย์ การวิเคราะห์อาการ การเงิน หุ้น คริปโต ภาษี การลงทุน การศึกษา การแนะแนวเรียนต่อ กฎหมาย คดีความ การปรึกษาทางกฎหมาย
ต้องมี "หลักฐานความเชี่ยวชาญ" ที่ตรวจสอบได้จริงๆ ก่อนนะคะ ไม่ใช่แค่ยอดวิวหรือยอดไลก์ แต่ต้องมีวุฒิการศึกษา ปริญญา ใบประกอบวิชาชีพ ใบอนุญาตแพทย์ ทนายความ หรือใบรับรองจากองค์กรที่น่าเชื่อถือ แล้วแพลตฟอร์มต้องตรวจสอบก่อนถึงจะให้โพสต์หรือไลฟ์ได้
พูดง่ายๆ คือ ยอดฟอลโลเวอร์ล้านคน ไม่ใช่ใบผ่านทางอีกต่อไป แต่เอกสารจริงๆ ต่างหากที่เป็นของจริง
ทำไมถึงต้องทำขนาดนี้? เพราะบทเรียนที่ผ่านมาแรงจริงๆ โดยเฉพาะช่วงหลังโควิด คนจำนวนมากหันไปเชื่อ "หมอไลฟ์สด" หรือ "กูรูออนไลน์" ที่พูดเก่งแต่ไม่มีพื้นฐาน จนเกิดเคสเสียหายเพียบ ทั้งกินอาหารเสริมแล้วแย่ลง ลงทุนตามคำแนะนำแล้วเจ๊ง หรือเชื่อสูตรรักษาที่ไม่มีหลักฐานทางการแพทย์ รัฐบาลเลยมองว่า ถ้าปล่อยแบบนี้ต่อไป ความเสียหายไม่ใช่แค่เงินหรือสุขภาพ แต่กระทบสังคมทั้งระบบ
บ้านเรานั้น สนใจในประเด็นแบบนี้กันบ้างไหม.
"ป้าเอง"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ห่วง..หวงประเทศไทย
ยิ่งใกล้วันหย่อนบัตรเลือกตั้ง ไม่เพียงสนามการเมืองเรื่องหาเสียงจะเข้มข้น ดุเดือด คึกคักมากยิ่งขึ้นเป็นเงาตามตัวเท่านั้น แม้แต่ในโลกสังคมโซเชียลก็มีการแชร์การโพสต์และการคอมเมนต์วิพากษ์วิจารณ์กันอุตลุด
สังคมเร่งรีบทำให้คนเห็นแก่ตัว!?!
นานๆ ที..ที่จะเดินเข้าห้างกลางใจเมืองย่านสยามสแควร์ ตื่นตาตื่นใจกับความแปลกใหม่ของสถานที่ ถือเป็นเรื่องปกติวิสัยของคนวัยเกษียณ แต่ที่รู้สึกมากกว่า คือ แปลกใจที่คนรุ่นใหม่ ทำไมไม่ใส่ใจที่จะแสดงความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ให้กับคนที่่อ่อนแอ หรือมีปัญหาด้านสุขภาพ ช่วยตัวเองได้ค่อนข้างลำบาก
มีแต่ "สุขภาพ" เท่านั้นที่เป็นของเรา
ข้อคิดจากมหาเศรษฐีของจีน "แจ็ก หม่า" ที่น่าคิดที่สุด นั่นคือ • หากชีวิตเรา ถือเงินทองเป็นจุดมุ่งหมาย ชีวิตนั้นมีแต่ความยากลำบาก
เรื่องนี้...ต้องขยาย
เป็นเรื่องราวจากเฟซบุ๊กที่ถอดความโดย Ramet Tanawangsre ซึ่งระบุว่า กรณีหายากในโลกทุกวันนี้!? ..เริ่มกันเลย
ฉลองวันเด็กได้…แม้ว่าจะป่วย
วันเด็กปีนี้ เด็กหลายคนอาจไม่ได้ออกไปเที่ยวสวนสนุก ไม่ได้ขึ้นรถไฟฟ้าเล่น หรือเดินถือของขวัญด้วยรอยยิ้มกว้างท่ามกลางผู้คน แต่สำหรับเด็กบางคนที่ต้องนอนพักรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล วันเด็กก็ยังคงเกิดขึ้นได้…ในแบบของเขาเอง
'Still On My Mind'
มีโอกาสได้ไปเดินทอดน่องในบรรยากาศยามเย็น @ สวนเปรมประชาวนารักษ์ เมื่อวันใกล้สิ้นปีที่ผ่านมา เพราะเห็น E-poster ของ ปตท.ที่เชิญชวนให้ไปดูละครเพลงแสงสีเสียง “Still On My Mind” เพื่อร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

