
ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด เรียกได้ว่า หักปากกาเซียน กันทั้งประเทศ สำหรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่พรรคน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย ผงาดขึ้นมาแบบเหนือความคาดหมาย กวาดคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่งอย่างขาดลอย ด้วยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการถึง 194 เสียง ทิ้งห่างพรรคประชาชนที่ตามมาเป็นอันดับสอง 116 เสียง และพรรคเพื่อไทยที่ได้เพียง 76 เสียง
เมื่อเอาคะแนนอันดับสองและสามมารวมกันยังไม่ถึง 250 เสียง นั่นหมายความว่า “เกมการเมืองหลังเลือกตั้ง” ไม่ได้อยู่ในสภาพต้องลุ้นแบบหืดจับเหมือนหลายครั้งที่ผ่านมา ตรงกันข้าม พรรคภูมิใจไทยกลับอยู่ในจุดที่สามารถเดินเกมได้อย่างสบายๆ ไม่มีแรงกดดันว่าจะต้องเร่งต่อรอง หรือรีบรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลในทันที เพราะตัวเลขในมือได้ส่งสัญญาณชัด ว่าใครคือผู้กำหนดทิศทางการเมืองในช่วงต่อจากนี้
คำถามสำคัญจึงไม่ใช่แค่ ชนะได้อย่างไร แต่เป็น ชนะเพราะอะไร และเหตุใดฝ่ายตรงข้าม ทั้งขั้วส้มและขั้วแดง ถึงสะดุดจนเสียรูปขบวน
หนึ่งในเหตุผลที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือ “ความแข็งแรงของฐานพื้นที่” พรรคภูมิใจไทยภายใต้การนำของ อนุทิน ชาญวีรกูล มี สส.ที่ทำงานแบบลงลึก ลงจริง และลงต่อเนื่อง ชนิดที่หลายคนมองว่าเหมือนกลัวจะแพ้เลือกตั้งตลอดเวลา จึงต้องรักษาคะแนนแบบไม่มีวันพัก
ภาพเหล่านี้สะท้อนว่าพรรคภูมิใจไทยไม่ได้อาศัยกระแสอย่างเดียว แต่ใช้ “กลไกพื้นที่” เป็นเครื่องจักรหลัก และเมื่อเครื่องจักรทำงานเต็มระบบ ผลลัพธ์ก็ออกมาเป็นตัวเลขที่ชัดเจน
อีกด้านหนึ่ง การเสริมทัพของพรรคก็เป็นจุดแข็งสำคัญ หลายคนอาจมองว่าเป็นสมาชิกใหม่ แต่แท้จริงแล้วคือ “หน้าเดิมในพื้นที่” ที่มีทุนทางการเมืองอยู่แล้ว เพียงแค่ย้ายมาอยู่ใต้ร่มสีน้ำเงิน นี่คือการผนวกพลังระหว่าง “แบรนด์พรรค” ที่แข็งขึ้น กับ “เครือข่ายพื้นที่” ที่มีอยู่เดิม จนกลายเป็นพลังทวีคูณ
ยิ่งไปกว่านั้น สถานการณ์บ้านเมืองทั้งในและต่างประเทศในช่วงที่ผ่านมา ทำให้กระแสชาตินิยมและความต้องการเสถียรภาพกลับมาเป็นประเด็นใหญ่ ประชาชนจำนวนมากเริ่ม “ล้า” กับการเมืองที่ปั่นป่วน รัฐบาลที่อยู่ไม่นาน และความขัดแย้งที่ไม่จบสิ้น ทำให้คนจำนวนไม่น้อยหันไปเลือกพรรคที่ให้ความรู้สึกว่า “บริหารได้จริง อยู่ได้ยาว และไม่วุ่นวาย” นี่คือจังหวะที่ภูมิใจไทยตอบโจทย์อย่างตรงจุด
ขณะเดียวกัน ภาพของ “ภูมิใจไทยพลัส” ก็เริ่มชัดขึ้น เมื่อมีการเปิดตัวกลุ่มผู้บริหารมืออาชีพอย่าง สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว, เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ, ศุภจี สุธรรมพันธุ์ ซึ่งกลายเป็นของแปลกที่กลับกลายเป็นของชอบของประชาชน เพราะการสื่อสารเน้นเนื้อหาของงานและนโยบาย มากกว่าการพูด
และแน่นอนว่า แคนดิเดตนายกฯ อย่าง อนุทิน ก็ยังเป็นตัวแปรสำคัญ ด้วยบุคลิกส่วนตัวที่เข้าถึงประชาชนได้ง่าย มีแรงดึงดูดสูงในหมู่ชาวบ้าน การลงพื้นที่แบบออร์แกนิก มีพลังทั้งบนถนนและโลกออนไลน์ ภาพของผู้นำที่ไปเวทีโลกได้ ดึงคนเก่งมาร่วมทีมได้ แต่ยังติดดิน ไม่ห่างชาวบ้าน กลายเป็นสเปกนายกรัฐมนตรีที่คนไทยจำนวนมากมองหาในเวลานี้
ทั้งหมดจึงรวมกันเป็น “สูตรสำเร็จ” ของชัยชนะครั้งใหญ่ ที่ทำให้พรรคภูมิใจไทยมีภาพความครบเครื่อง ทั้งด้านพื้นที่ ทีมบริหาร และตัวผู้นำ
คนกรุงเทพฯ อาจมองแล้วไม่เข้าใจ เพราะบริบทต่างกัน แต่การเลือกตั้งไม่ใช่เรื่องของกระแสอย่างเดียว หากเป็นเรื่องของรสนิยมทางการเมืองที่ขึ้นกับชีวิต วัฒนธรรม และความคาดหวังของแต่ละพื้นที่ เช่นเดียวกับที่คนต่างจังหวัดหลายพื้นที่ก็ยังงงว่า เหตุใดพรรคส้มถึงกวาดคะแนนในกรุงเทพฯ ได้แทบทั้งหมด
ขณะที่อีกประเด็นร้อนที่ต้องจับตาคือ กระแสข่าวว่า ป.ป.ช.เตรียมชี้มูลกรณี 44 สส.ก้าวไกล จากการเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 หากชี้มูลว่าฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรง และส่งเรื่องถึงศาลฎีกา หากศาลรับฟ้อง ผู้ถูกร้องต้องหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที ซึ่งอาจกระทบโดยตรงต่อพรรคประชาชน เพราะมีว่าที่ สส.จำนวน 14 คนที่อาจได้รับผลสะเทือน
รายชื่อสำคัญประกอบด้วย นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล, นายรังสิมันต์ โรม, นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สถานการณ์นี้จึงไม่เพียงเป็นปัญหากฎหมาย แต่ยังอาจกลายเป็นแรงกระแทกทางการเมืองซ้ำสองต่อพรรคส้ม ที่เพิ่งบอบช้ำจากผลเลือกตั้ง.
คางดำ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
"หนังหน้าไฟ" ได้ไปต่อ! หลัง 7 เสือ กกต. ลงมติพิจารณาการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ 2568 ของ "แสวง บุญมี" เลขาธิการ กกต. ปรากฏว่าเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 โหวตผ่านการประเมิน อยู่ต่อจนครบสัญญาในวันที่ 31 มี.ค.2570
บันทึกหน้า 4
ต้องยอมรับว่า “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นหนึ่งในนายกฯ ที่ถูกสังคมและฝ่ายตรงข้ามจับผิดมากที่สุดในประวัติศาสตร์ก็ว่าได้ ไม่ว่าจะขยับตัวหรือเอ่ยอ้างเรื่องใด ก็มักมีคนจองกฐินเป็นทิวแถว ซึ่ง ล่าสุดก็คงไม่พ้นเรื่อง “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ซึ่งเจ้าตัวพูดถึงเรื่องการควบคุมอาวุธปืน โดยหลังจากเผยแพร่ออกไปทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายแค้น รวมถึงคนอยากมีแสงก็รุมเข้ามายิ่งกว่าแร้งเห็นศพอย่างไรอย่างนั้น ...๐
บันทึกหน้า 4
ช่วงนี้สังคมไทยมี คดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญอย่างต่อเนื่อง เป็นข่าวฉาวไปทั่วโลก ล่าสุด นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต ในสำนักงาน อบจ.นนทบุรี หลังก่อเหตุนายฉลอง
บันทึกหน้า 4
ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด วิกฤตการณ์ทุจริตสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นถือเป็นบททดสอบสำคัญของกระทรวงมหาดไทยภายใต้การกำกับดูแลของ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้ออกมาประกาศความคืบหน้าในการดำเนินการทางอาญาต่อกลุ่มผู้ทุจริต
บันทึกหน้า 4
เป็นอีกหนึ่งสัปดาห์ที่ต้องเริ่มต้นด้วยการแสดงความเสียใจและอาลัยจากใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียในเหตุโศกนาฏกรรมที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ...เหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์จบลง แต่คำถามของสังคมยังวนเวียนหลอกหลอน “เราจะทำอย่างไร...ไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก?!?”
บันทึกหน้า 4
ไร้นักการเมืองโกง! ยังเป็นประเด็นคาใจที่ฝ่ายค้านตั้งคำถามทุกวัน ตัดตอนจบแค่บิ๊กข้าราชการ "รังสิมันต์ โรม" รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรรมและสิทธิมนุษยชน

