
“ตรุษจีนปีม้า” 17 กุมภาพันธ์นี้ ก็หวังว่าประเทศไทยคงได้เฉลิมฉลองอย่างสนุก เพราะ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ ควงคู่ศรีภรรยา “ธนนนท์ นิรามิษ” ไปร่วมเฉลิมฉลองงานตรุษจีนเมื่อวันพุธที่ 11 ก.พ.2569 ณ สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ตามคำเชิญของ “จาง เจี้ยนเว่ย์” เอกอัครราชทูตแดนมังกรประจำประเทศไทยแล้ว ซึ่ง “นายกฯ หนู” ได้กล่าวย้ำถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นระหว่างไทยและจีนว่า “จีนไทยใช่อื่นไกล พี่น้องกัน” …๐
ก่อนจะถึงวันนั้นก็คงต้องรอลุ้นการเมืองไทย โดยเฉพาะการประกาศผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ เพราะนับวันเรื่องเริ่มจะขยายวงมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะพื้นที่กระสุนตกอย่าง “กกต.” ที่มี “ณรงค์ กลั่นวารินทร์” ประธาน กกต.คนใหม่กุมบังเหียน พร้อมด้วย 6 อรหันต์ ทั้ง “เลิศวิโรจน์ โกวัฒนะ-ฐิติเชฏฐ์ นุชนาฏ-ชาย นครชัย-สิทธิโชติ อินทรวิเศษ-อนันต์ สุวรรณรัตน์-ณรงค์ รักร้อย” รวมถึงนายทะเบียนพรรคการเมืองอย่าง “แสวง บุญมี” เลขาธิการ กกต.เข้าไปด้วย ...๐
ปฏิเสธไม่ได้ว่าเชื้อไฟมาจากการเลือกตั้งในพื้นที่จังหวัดชลบุรี เขต 1 ซึ่งล่าสุด “สุชาติ ชมกลิ่น” รองนายกฯ และ รมว.ทรัพยากรฯ ในฐานะผู้สมัคร สส.ชลบุรี เขต 1 พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่ผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการเป็นผู้ชนะ ก็ยื่นหนังสือถึงประธาน กกต.ขอแสดงความจำนงให้นับคะแนนใหม่ เพื่อพิสูจน์ความโปร่งใสในการเลือกตั้งแล้ว ...๐
เมื่อ “เสี่ยเฮ้ง” แสดงความเป็นลูกผู้ชายแล้ว ก็ขอให้บรรดาม็อบด้อมทั้งหลายก็ต้องเตรียมรับผลกรรมที่ได้กระทำการต่างๆ ทั้งทางแพ่งและทางอาญาด้วย ทั้งในเรื่องการกักขังหน่วงเหนี่ยว รวมถึงการทำผิดกฎหมายเลือกตั้งโดยการเปิดหีบทั้งที่ไม่มีอำนาจ ซึ่งก็ปฏิเสธไม่ได้เพราะมีดิจิทัลฟุตปรินต์เป็นพะเรอเกวียนของสาวชุดขาวและสาวชุดแดง ...๐
ที่น่าสนใจไปกว่านั้นคือ บรรดาเพจดังต่างๆ ก็ไปขุดคุ้ยประวัติทั้งสองสาวออกมาตีแผ่คือ ทั้งสองต่างมีภูมิลำเนาอยู่ในเขต 2 แต่ดันข้ามห้วยมาจุ้นเรื่องเขต 1 โดยเฉพาะสาวเสื้อขาวร่างใหญ่นั้น ก็ถูกขุดว่ามีการประกอบอาชีพปล่อยเงินกู้นอกระบบอีกต่างหาก ไหนพรรคส้มบอกมีเราไม่มีเทางัยล่ะจ๊ะ นี่ขนาดกองเชียร์ยังขนาดนี้ ไม่อยากคิดถึงคนในเลย ซึ่งล่าสุด “แก้วตา-ธิษะณา ชุณหะวัณ” อดีตสมาชิกพรรคประชาชนก็ออกมาแฉมาบ้างแล้ว แต่ต้องติดตามว่าจะมีอะไรในก่อไผ่อีกหรือไม่ ...๐
ส่วน สาวใส่เสื้อแดงลิเวอร์พูลเหมือนใครบางคนในพรรคที่ใส่ไปในวันเลือกตั้งนั้น ก็มีคลิปชัดแจ้งอีกเช่นกันว่ามีการสั่งการสอนจากสมาชิกพรรคประชาชนให้ไปดำเนินการอย่างนั้นอย่างนี้ ก็ไม่รู้ว่าเมื่อถูกเช็กบิลเจ้าตัวจะยอมฮาราคีรีตัวเองหรือจะพาดพิงไปถึงหัวหน้ากีกี้จ๊ะ เพราะมีคลิปและมีเสียงชัดเจนในการบริหารจัดการ ...๐
แต่เชื่อว่า “สาวลิเวอร์พูล” คงต้องตายเดี่ยวซะแล้ว เพราะหลังกร่างไปเปิดหีบเลือกตั้งและถ่ายไว้เป็นหลักฐาน ก็ได้ถูกบรรดา “ด้อมส้ม” ทั้งหลายชี้นิ้วว่าเป็น “ไส้ศึก” หรือตัวแฝงไปแล้ว และคงเป็นไปตามที่ “กิตติธัช ชัยประสิทธิ์” นักวิชาการอิสระและอาจารย์ด้านสถาปัตยกรรมบอกนั่นแลว่า “พอทำผิดกฎหมายปุ๊บ ด้อมส้มก็พร้อมใจถีบให้กลายเป็นไส้ศึก จากฝ่ายตรงข้ามทันที แต่พอติดคุกก็จะกลับกลายมาเป็นพวกเดียวกันใหม่ กลายมาเป็น “วีรสตรี” ภายใต้แคมเปญ “ปล่อยเพื่อนเรา” ซึ่งรูปแบบนี้ก็เห็นมาโดยตลอดว่าทำกันเป็นนิจจนติดเป็นสันดานไปแล้ว ...๐
ที่ตลกมากคือยิ่งกว่าซีรีส์ เพราะนอกจากสองสาวแล้ว ก็มี การเคลื่อนไหวในส่วนกลางด้วย โดย “นภสินธุ์ ตรีรยาภิวัฒน์” หรือสายน้ำ แกนนำกลุ่มทะลุวัง พร้อมแนวร่วมธรรมศาสตร์และการชุมนุมก็ไปจัดกิจกรรมหน้า กกต. พร้อมเรียกร้อง 5 ข้อ โดยเฉพาะการนับคะแนนใหม่ทั้งประเทศ และให้ 7 กกต.ลาออก ขณะที่เวลาใกล้ๆ กัน ไล่เลี่ยกัน ก็มีคนรักส้มอย่าง “สมบัติ บุญงามอนงค์” หรือ บ.ก.ลายจุด เดินทางมายื่นหนังสือเรื่องปัญหาการจัดการเลือกตั้งด้วย จนทำให้นึกว่าเป็นวันมาฆบูชาเสียอีก เพราะต่างมารุมมาตอม กกต.อย่างมิได้นัดหมาย ...๐
ทิ้งท้ายด้วยข่าวดีจากนายกฯ หนูที่บอกว่าหน้าตารัฐบาลที่จะออกมาจะดีขึ้นกว่าที่ผ่านมาแน่ เล่นเอาสังคมและร้านกาแฟ ตั้งตารอคอยว่าจะมีแบบ “ศุภจี สุธรรมพันธุ์-สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว-เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ” อีกกี่คน เล่นเอาต้องติดตามว่า “อนุทิน” จะไปหาเพชรแบบศุภจีมาได้อีกหรือไม่อย่างไร ต้องติดตามแบบตาไม่กะพริบกันเลย ...๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
ผลการเลือกตั้ง สส.เมื่อวันที่ 8 ก.พ. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ชนะอันดับหนึ่งแบบถล่มทลาย ได้ 193 เสียง พรรคประชาชน (ปชน.) 118 พรรคเพื่อไทย (พท.) 74 พรรคกล้าธรรม (กธ.) 58 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 22 เซียนการเมือง
บันทึกหน้า 4
เรียกได้ว่า หักปากกาเซียน กันทั้งประเทศ สำหรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่พรรคน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย ผงาดขึ้นมาแบบเหนือความคาดหมาย กวาดคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่งอย่างขาดลอย ด้วยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการถึง 194 เสียง ทิ้งห่างพรรคประชาชนที่ตามมาเป็นอันดับสอง 116 เสียง และพรรคเพื่อไทยที่ได้เพียง 76 เสียง
บันทึกหน้า 4
บันทึกไว้ให้ช่วยกันจดจำว่า การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 ก.พ.2569 เป็นการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นตามกระบวนการยุบสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นการเลือกตั้งตามครรลองประชาธิปไตยปกติ ไม่ใช่การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นหลังการยึดอำนาจหรือรัฐประหารหรือมีการฉีกรัฐธรรมนูญ
บันทึกหน้า 4
ใกล้ปิดฉาก "เลือกตั้ง 2569" เริ่มต้นชะตาบ้านเมืองรอบใหม่ วันอาทิตย์นี้ตัดสินสีไหนจะเข้าวิน ระหว่างน้ำเงินภายใต้การนำของ "นายกฯ หนู" อนุทิน ชาญวีรกูล" กับส้ม ของ "หัวหน้าเท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ
บันทึกหน้า 4
นับถอยหลังเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรชุดใหม่และการออกเสียงประชามติที่ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ แล้ว และดูเหมือน หนังหน้าไฟอย่างคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็ยังคงเป็นเป้าหลักของการวิพากษ์วิจารณ์ ซึ่งก็ไม่แปลกใจแต่ประการใด เพราะผลการทดลองงานในการเลือกตั้งล่วงหน้าเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 ก.พ. แม้จะคึกคักอย่างยิ่ง แต่ก็มากด้วยปัญหาสารพัดสารพัน
บันทึกหน้า 4
โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง นายอนุทิน ชาญวีรกูล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ปฏิเสธว่า ไม่เคยพูดว่า ภท.จะได้ สส. 200 ที่นั่ง ความจริงแล้วสื่อถามนำ นายอนุทินก็รับลูกไปตามน้ำ แต่ภายใน ภท.ประเมินกันว่าจะได้ สส.เขตประมาณ 150-160 ที่นั่ง

