
ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด กระแส “สูตรจัดตั้งรัฐบาล” ถูกปล่อยออกมาแบบรายวัน จนหลายพรรคเริ่มออกอาการกระเหี้ยนกระหือรืออยากร่วมรัฐบาล ขณะที่บางพรรคก็หวั่นตกขบวน ท่ามกลางการประเมินว่า “พรรคภูมิใจไทย” ในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาล กลายเป็นผู้ถือไพ่เหนือกว่า จากตัวเลขว่าที่ สส. 193 เสียง ที่ทิ้งห่างพรรคอันดับรองลงมาแบบหลายช่วงตัว
รายงานจากห้องประชุมว่าที่ สส.พรรคสีน้ำเงิน เมื่อช่วงค่ำวันที่ 12 ก.พ. ยืนยันชัดว่า อำนาจการจัดตั้งรัฐบาลอยู่ในมือภูมิใจไทย และจะมอบหมายให้หัวหน้าและเลขาธิการพรรคเป็นผู้เจรจาเต็มรูปแบบ
โดยจะทยอยเชิญพรรคการเมืองที่ได้คะแนนรองลงมาตามลำดับมาหารือ ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย 74 เสียง พรรคกล้าธรรม 58 เสียง และพรรคประชาธิปัตย์ 22 เสียง ส่วนพรรคประชาชนอันดับ 2 จำนวน 118 เสียง ถูกเว้นไว้ เนื่องจากแสดงท่าทีต้องการไปทำหน้าที่ฝ่ายค้าน และฟื้นฟูพรรคหลังแพ้ย่อยยับ
นอกจากนี้ยังมีพรรคเล็กต่างๆ แสดงตัวพร้อมสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีสมัยที่ 2 ทั้งพรรคพลังประชารัฐ พรรคเศรษฐกิจ พรรคประชาธิปไตยใหม่ พรรคประชาชาติ และพรรคใหม่ รวมแล้วราว 25-30 เสียง ทำให้ตัวเลขในมือภูมิใจไทยขยับขึ้นแตะ 223 เสียง ขาดอีกไม่ถึง 30 เสียง ก็เพียงพอสำหรับการโหวตนายกรัฐมนตรีได้ทันที
ดังนั้นพรรคการเมืองที่ร่วมรัฐบาลต้องเดินตามนโยบายไปในทิศทางเดียวกัน แม้เคยขัดแย้งกันมาก่อน แต่หากร่วมงานกันแล้วต้องหยุดความขัดแย้ง เพื่อเดินหน้าทำงานให้ประเทศ
๐ อีกด้านหนึ่ง กระแสข่าวที่ถูกปล่อยออกมาอย่างหนักคือ “พรรคเพื่อไทย” จะได้ 5 กระทรวง ทั้งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวงแรงงาน และกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมถึงมีข่าวต่อรองขอกระทรวงสาธารณสุขด้วย เพื่อผลักดันนโยบายที่เคยหาเสียงไว้
แต่รายงานข่าวอีกด้านจากพรรคภูมิใจไทยออกมาสยบกระแส โดยยืนยันว่า การเข้าพบระหว่างแกนนำพรรคเพื่อไทย นำโดย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี กับนายอนุทิน เมื่อวันที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมา คือพรรคแดงขอเข้าพบเพื่อแสดงความยินดีต่อชัยชนะของภูมิใจไทย และแสดงท่าทีพร้อมสนับสนุนอนุทินเป็นนายกรัฐมนตรีเท่านั้น
ยังไม่มีการพูดคุยเรื่องแบ่งกระทรวงตามที่มีกระแสข่าว เนื่องจากต้องรอหารือกับพรรคการเมืองอื่นตามลำดับ และเมื่อทราบความต้องการของแต่ละพรรคแล้ว จะต้องนำเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยต่อไป
ทั้งนี้ ภูมิใจไทยได้ย้ำจุดยืนชัดเจนว่า จะขอกำกับกระทรวงด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจทั้งระบบ เพื่อให้การทำงานเป็นเอกภาพตามนโยบายที่ประกาศต่อประชาชน ซึ่งคาดว่าจะมี คลัง คมนาคม พาณิชย์ พลังงาน มหาดไทย กลาโหม ต่างประเทศ รวมถึงกระทรวงยุติธรรม
พร้อมยืนยันว่า เงื่อนไขการร่วมรัฐบาลยังเปิดกว้างกับทุกพรรค และเชื่อว่าการพูดคุยกับพรรคกล้าธรรมและประชาธิปัตย์จะชัดเจนมากขึ้นหลัง กกต.ประกาศรับรองผลการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ
๐ อีกประเด็นที่ถูกจับตาไม่แพ้กันคือ “เก้าอี้ประธานสภาผู้แทนราษฎร” ซึ่งจะเป็นด่านแรกหลังเปิดประชุมสภานัดแรก แม้มีชื่อ นายโสภณ ซารัมย์ โผล่เป็นตัวเลือก แต่แหล่งข่าวยืนยันยังไม่มีข้อยุติ เพราะภายในพรรคยังมี สส.หลายคนที่มีประสบการณ์และมีความสามารถ รวมถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ทำหน้าที่ในสภามาหลายสมัยเช่นกัน อาทิ สนอง เทพอักษรณรงค์ ว่าที่ สส.บุรีรัมย์, มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช ว่าที่ สส.ลพบุรี, กรวีร์ ปริศนานันทกุล ว่าที่ สส.อ่างทอง โดยคณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทยจะเป็นผู้พิจารณาและชี้ขาดต่อไป
๐ ท่ามกลางบรรยากาศต่อรองเข้มข้น รายงานข่าวจากวงพรรคสีน้ำเงินระบุว่า ว่าที่ สส.ภูมิใจไทยจำนวนไม่น้อยยังอึดอัดใจกับการร่วมรัฐบาลกับพรรคกล้าธรรม เพราะหวั่นว่าจะมีผู้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญตีความคุณสมบัติ หากนายอนุทิน เสนอชื่อ และนำไปสู่ปัญหาการแต่งตั้งรัฐมนตรีในอนาคต ซึ่งอาจกลายเป็นชนวนความปั่นป่วนทางการเมืองตั้งแต่รัฐบาลยังไม่ทันเริ่มทำงานเต็มรูปแบบ.
คางดำ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
เปิดบันทึกต้อนรับเทศกาลตรุษจีนปีม้าไฟ วันนี้ "วันไหว้" พรุ่งนี้วันปีใหม่ ถือเป็นช่วงเวลาสำคัญที่เน้นความเป็นสิริมงคล โชคลาภ ความเจริญรุ่งเรือง และการเริ่มต้นใหม่ที่ดี ฉะนั้นขออำนวยพรให้ทุกท่าน เฮง-เฮง-เฮง คิดและปรารถนาอะไรก็ได้อย่างนั้น!!
บันทึกหน้า 4
"อนุทิน 2" ยังไม่สะเด็ดน้ำ! ตัวเลข สส.ระบบเขต บวกกับปาร์ตี้ลิสต์ คร่าวๆ ณ วันนี้ ภูมิใจไทย 193 ประชาชน 118 เพื่อไทย 74 กล้าธรรม 58 ประชาธิปัตย์ 22 ไทรวมพลัง 6 ประชาชาติ 5 พลังประชารัฐ 5 เศรษฐกิจ 3 รวมไทยสร้างชาติ 2 เพื่อชาติไทย 2 ไทยสร้างไทย 2 รวมใจไทย 2 ใหม่ 1 ไทยทรัพย์ทวี 1 ประชาธิปไตยใหม่ 1 มิติใหม่ 1 ไทยภักดี 1 รวมพลังประชาชน 1 เสรีรวมไทย 1 ทางเลือกใหม่ 1 โอกาสใหม่ 1
บันทึกหน้า 4
“ตรุษจีนปีม้า” 17 กุมภาพันธ์นี้ ก็หวังว่าประเทศไทยคงได้เฉลิมฉลองอย่างสนุก เพราะ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ ควงคู่ศรีภรรยา “ธนนนท์ นิรามิษ” ไปร่วมเฉลิมฉลองงานตรุษจีนเมื่อวันพุธที่ 11 ก.พ.2569
บันทึกหน้า 4
ผลการเลือกตั้ง สส.เมื่อวันที่ 8 ก.พ. พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ชนะอันดับหนึ่งแบบถล่มทลาย ได้ 193 เสียง พรรคประชาชน (ปชน.) 118 พรรคเพื่อไทย (พท.) 74 พรรคกล้าธรรม (กธ.) 58 พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) 22 เซียนการเมือง
บันทึกหน้า 4
เรียกได้ว่า หักปากกาเซียน กันทั้งประเทศ สำหรับผลการเลือกตั้งครั้งนี้ ที่พรรคน้ำเงิน พรรคภูมิใจไทย ผงาดขึ้นมาแบบเหนือความคาดหมาย กวาดคะแนนนำเป็นอันดับหนึ่งอย่างขาดลอย ด้วยผลคะแนนอย่างไม่เป็นทางการถึง 194 เสียง ทิ้งห่างพรรคประชาชนที่ตามมาเป็นอันดับสอง 116 เสียง และพรรคเพื่อไทยที่ได้เพียง 76 เสียง
บันทึกหน้า 4
บันทึกไว้ให้ช่วยกันจดจำว่า การเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 ก.พ.2569 เป็นการเลือกตั้งที่เกิดขึ้นตามกระบวนการยุบสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งถือเป็นการเลือกตั้งตามครรลองประชาธิปไตยปกติ ไม่ใช่การเลือกตั้งที่เกิดขึ้นหลังการยึดอำนาจหรือรัฐประหารหรือมีการฉีกรัฐธรรมนูญ

