
เอาแล้วสิครับ...
ไม่เฉพาะพรรคส้มที่ลุ้นให้มีการเลือกตั้งใหม่
"ธรรมนัส พรหมเผ่า" ก็แอบลุ้นอยู่เหมือนกัน
ยังไม่พอใจที่พรรคกล้าธรรมได้ สส.เข้าสภา ๕๘ เสียงอย่างนั้นหรือ
วานนี้ (๑๘ กุมภาพันธ์) "ธรรมนัส" ให้สัมภาษณ์ฟังดูแปลกๆ
"...ได้เฝ้าติดตามและสอบถามคนรู้จักที่อยู่ในวงการและมีความรู้เกี่ยวกับกฎหมายการเลือกตั้ง ยอมรับขณะนี้กังวลในเรื่องการรับรองผลการเลือกตั้งของ กกต.มากกว่าการพูดคุยจัดตั้งรัฐบาล เพราะมีความหมิ่นเหม่ว่าจะผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญ
หากการเลือกตั้งที่ผ่านมาเกิดโมฆะ และไม่สามารถรับรองผลการเลือกตั้งได้จะยิ่งสร้างความโกลาหล แล้วจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ทันที แต่ยืนยันว่า พรรคกล้าธรรมมีความพร้อม หากจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ แต่หากจะต้องมีการนับคะแนนใหม่ก็เสียเวลา..."
ปกติแล้วพรรคที่มุ่งหน้าสู่การเป็นรัฐบาลเขาไม่พูดอะไรแบบนี้กันครับ
หรือนี่คือการส่งสัญญาณว่า พรรคกล้าธรรม ไม่ได้เป็นตัวเลือกในการร่วมรัฐบาลอนุทิน ๒ แน่นอนแล้ว
พรรคประกาศว่ามีความพร้อมในการเลือกตั้งใหม่ทันที หากการเลือกตั้งเป็นโมฆะ ถือว่าไม่ธรรมดาครับ
แสดงว่ายังมีของอยู่ในมืออีกเยอะ!
เอ้า...ก็ว่ากันไป เลือกตั้งใหม่ก็ดีเหมือนกัน เงินจะได้สะพัด จะเกิดพายุหมุน หัวหกก้นขวิด เงินทองปลิวว่อนไปหมด
แต่ตอนนี้การตั้งรัฐบาลยังคงเดินหน้าต่อ บนความคาดหวัง อยากจะเห็นมิติใหม่ เพราะการตั้งรัฐบาลแบบเดิมๆ นั้น ไม่ตอบโจทย์ต่อการพัฒนาประเทศอีกแล้ว
ขีดเส้นใต้ ๑๐๐ เส้นเลยครับ จะตั้งรัฐบาลแบบเดิมๆ ที่ใช้โควตาพรรคเป็นหลัก จับยัดคนไม่มีความรู้เข้าไปนั่งเก้าอี้่รัฐมนตรี ไม่ได้อีกแล้ว
เราทำร้ายประเทศเพราะการตั้งรัฐบาลแบบนี้มาเกินพอแล้ว
ถึงเวลาต้องสร้างปรากฏการณ์ทางการเมืองเสียใหม่
และตัวว่าที่ผู้นำเท่านั้นที่จะสร้างสิ่งนี้ได้
"อนุทิน ชาญวีรกูล" จะทำได้หรือไม่
ดร. สุวิทย์ เมษินทรีย์ Dr. Suvit Maesincee อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ๑ ใน ๔ ยอดกุมาร รัฐบาลลุงตู่ มีคำแนะนำที่มองข้ามไม่ได้
--------------
"...อนุทิน ๒.๐: จากผู้เล่นในเกมอำนาจ สู่สถาปนิกผู้รื้อสร้างประวัติศาสตร์รัฐไทย
ในหน้าประวัติศาสตร์การเมือง นักการเมืองจำนวนมากถูกจารึกไว้เพียงเพื่อจะถูกลืม มีเพียงไม่กี่คนที่ก้าวข้ามสู่การเป็น 'ตำนาน'
เส้นแบ่งระหว่าง 'นักการเมือง' กับ 'รัฐบุรุษ' ไม่ได้วัดที่ตำแหน่งหรือจำนวนปีในอำนาจ แต่วัดที่ระดับของมโนทัศน์ (Conceptual Depth) และความรับผิดชอบต่ออนาคต (Generational Responsibility)
* นักการเมืองคิดเพื่อชนะครั้งหน้า | รัฐบุรุษคิดเพื่อรากฐานคนรุ่นหน้า
* นักการเมืองบริหารอำนาจที่มี | รัฐบุรุษออกแบบอำนาจที่ควรเป็น
* นักการเมืองประนีประนอมเพื่อสมดุล | รัฐบุรุษสถาปนาหลักการเหนือทุกฝ่าย
ผู้เล่นที่เก่งอาจคุมเกมได้แนบเนียน แต่ผู้จะเป็นตำนาน คือผู้ที่กล้า 'รื้อกติกาและเขียนใหม่'
ในโลกที่ระเบียบอำนาจกำลังสั่นคลอน ไทยไม่ต้องการแค่ผู้จัดการวิกฤต แต่ต้องการ State-Rebuilder - ผู้รื้อปรับและสถาปนารัฐให้มั่นคง
I.บททดสอบ 'อนุทิน ๒.๐': ข้ามพ้นเงา Deal-Maker
ภาพจำของ อนุทิน ชาญวีรกูล คือ Political Deal-Maker ผู้ประสานรอยร้าวและรักษาเสถียรภาพรัฐบาลผสม
ทักษะนี้ทำให้รัฐบาล 'อยู่รอด' แต่ยังไม่พอให้ประเทศ 'ยิ่งใหญ่'
คำถามไม่ใช่ว่าเขาจะรักษาดุลในสภาได้นานแค่ไหน แต่คือเขาจะยกระดับจาก 'ผู้จัดการสมการรายวัน' ไปสู่ 'State Rebuilder' ได้หรือไม่
II.'จารีต × ปฏิรูป': สมการสถาปัตยกรรมรัฐใหม่
tate-Rebuilder ไม่ใช่ผู้ล้มราก แต่คือผู้ผสาน 'วิญญาณแห่งจารีต' เข้ากับ 'เครื่องยนต์แห่งอนาคต'
* จารีต (Tradition) คือสมอเรือไม่ให้สังคมแตกสลาย
* ปฏิรูป (Reform) คือการอัปเกรด OS ของรัฐให้โปร่งใสและเสมอหน้า
* หลักการ (Principle) คือกฎเหล็กที่คุ้มครองทุกคนเท่าเทียม
นี่ไม่ใช่ Re-Brand แต่คือ Re-Design โครงสร้างอำนาจ
-จากการจัดการอำนาจ -> การจัดระเบียบอำนาจ
- จากรักษาดุลผลประโยชน์ -> สถาปนาหลักการ
- จากวาระ ๔ ปี -> ทิศทาง ๒๐ ปี
III.ถอดรหัส DNA ผู้สร้างรัฐ
หากจะก้าวสู่เวอร์ชัน ๒.๐ ต้องผนวกบทเรียนจากผู้สร้างรัฐ:
๑.วิสัยทัศน์เชิงโครงสร้าง (จาก ปรีดี พนมยงค์)
เลิกแก้ปัญหาเป็นจุดๆ แล้วเริ่มเสนอ 'พิมพ์เขียวใหม่' ว่ารัฐไทยในศตวรรษที่ ๒๑ ควรมีหน้าตาอย่างไร
๒.เสถียรภาพเชิงสถาบัน (จาก เปรม ติณสูลานนท์)
สร้างระบบที่นิ่งด้วยโครงสร้าง ไม่ใช่นิ่งด้วยตัวบุคคล
๓.มาตรฐานเหนือความนิยม (จาก อานันท์ ปันยารชุน)
กล้าตัดสินใจในสิ่งที่ 'ถูก' แม้จะไม่ 'ถูกใจ' เพื่อวางมาตรฐานทองคำให้คนรุ่นหลัง
๔.ทุนทางอารยธรรม (จาก คึกฤทธิ์ ปราโมช)
เจียระไนจารีตให้กลายเป็น Soft Power และอำนาจต่อรองในเวทีโลก
๕.นิติธรรมแห่งความเชื่อมั่น (จาก ชวน หลีกภัย)
รักษาทุนความน่าเชื่อถือ ด้วยความสม่ำเสมอทางหลักการที่ไม่มีข้อยกเว้น
IV.สมการ 'อนุทิน ๒.๐'
เมื่อจุดแข็งเชิงปฏิบัติผสานกับบทเรียนรัฐบุรุษ ภาพของ 'อนุทิน ๒.๐' จะชัดขึ้นในฐานะ
'ผู้นำที่เคารพจารีต ปฏิรูประบบด้วยความกล้า และสร้างเสถียรภาพด้วยหลักการ'
บทสรุป: เดิมพันแห่งประวัติศาสตร์
ประเทศไทยยืนอยู่ระหว่างการเมืองแบบ 'รักษาผลประโยชน์' กับการเมืองแบบ 'สถาปนาหลักการ'
คำถามไม่ใช่ว่าโอกาสจะมาถึงหรือไม่ แต่คือเมื่อมาถึง เขาจะเลือกเป็นอะไร
ผู้เล่นที่เดินตามเกม หรือผู้เขียนกติกาใหม่ให้ประวัติศาสตร์จดจำ
- จาก Political Deal-Maker สู่ State-Rebuilder
- จาก นักการเมือง สู่ รัฐบุรุษ
ความแตกต่างนี้ไม่ได้ถูกตัดสินด้วยโชคชะตา แต่ด้วย 'ความกล้า' ที่จะคิดและทำในระดับที่ก้าวข้ามกาลเวลา..."
------------------
สรุปคร่าวๆ คือการรวมร่าง ๕ อดีตนายกรัฐมนตรี ปรีดี คึกฤทธิ์ เปรม อานันท์ ชวน มาไว้ในตัว "อนุทิน"
หากสามารถรวมจุดแข็งทั้งหมดมาอยู่ในคนคนเดียวได้ "อนุทิน" จะเป็นถึง ซูเปอร์นายกรัฐมนตรีเลยทีเดียว
ในทางทฤษฎีทำได้
แต่ในทางปฏิบัติทำได้หรือเปล่า
วิสัยทัศน์ในโครงสร้างเศรษฐกิจวันนี้สำคัญอย่างมาก เพราะโลกกำลังก้าวไปอีกยุค
เป็นยุคที่ เอไอ จะเข้ามามีบทบาทในแทบจะทุกด้าน และกำลังทิ้งอุตสาหกรรมยุคเก่าไว้ข้างหลัง
ขณะเดียวกันเราต้องยึดรากเหง้าเดิมเอาไว้ให้ได้ เช่นเดียวกับการสร้างมาตรฐานทางนิติธรรม ทั้งหมดนี้ต้องมาอย่างครบเครื่อง
ถ้านี่คือสิ่งที่เรามองหาในตัว "อนุทิน" ก็คงต้องให้เวลาเขาพิสูจน์ตัวเอง
และมันจะเริ่มต้นที่โฉมหน้าคณะรัฐมนตรีอนุทิน ๒.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โซ่ตรวนพรรคส้ม
ตั้งรัฐบาลครั้งนี้ไม่มีอะไรให้ลุ้นสักเท่าไหร่... เพราะอำนาจต่อรองอยู่ในมือพรรคการเมืองใหญ่เพียงพรรคเดียว
อนุทิน เอกนิติ ศุภจี สีหศักดิ์
ชัดเจนดีครับ... ไม่ต้องรอแถลงนโยบาย "อนุทิน ชาญวีรกูล" ส่งสัญญาณทิศทางประเทศไทยภายใต้การบริหารของพรรคภูมิใจไทย
ปอกเปลือกส้มปีศาจ
ร้อนตับแลบ... เพราะแอร์มันเสีย หมายถึงที่ชั้น ๔ อาคารอนาคตใหม่ มีชื่อเฉพาะอย่างกับหนังสืบสวนสอบสวน Spectre C ครับ
เริ่ม! น้ำเงินผสมแดง
ก็...ตามนั้นแหละครับ ตามที่เขียนไปวานนี้ว่า การตั้งรัฐบาลสิ่งที่คนเป็นนายกรัฐมนตรีคำนึงเป็นลำดับต้นๆ คือ เสถียรภาพของรัฐบาล ซึ่งก็คือเสียงสนับสนุน ภูมิใจไทย+เพื่อไทย = ๒๖๗ เกินครึ่งไปแล้ว
รัฐบาลที่เป็นไม่ใช่ที่เชียร์
ไปต่อไม่รอแล้วครับ... มาว่ากันเรื่องตั้งรัฐบาล ส่วนเรื่องนับคะแนนใหม่ ให้ส้มคลั่งไปอีกสักพักแล้วจะรู้ว่า ที่ปั่้นกันนั้น ขาข้างหนึ่งเข้าไปอยู่ในคุกแล้ว
เปลือยธาตุแท้ส้ม
โลกจะไม่สงบสุขไปอีกสักพักครับ... จากแพ้เลือกตั้ง ให้นับคะแนนใหม่ ตอนนี้ไปเรื่องช้าง "สีดอหูพับ" แล้วครับ มันเกี่ยวกันยังไง???

