บันทึกหน้า 4

การประชุมสภาผู้แทนราษฎร วันอาทิตย์ที่ 15 มีนาคม เพื่อเลือกประธานสภาผู้แทนราษฎรและรองประธานสภาฯ อีกสองคน ก็ชัดเจนลงตัวแล้ว โดยประธานสภาฯ คือ โสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์หลายสมัย สายตรงเนวิน ชิดชอบ ส่วนรองประธานสภาฯ คนที่หนึ่งคือ นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รมช.คมนาคม สส.ลพบุรี พรรคภูมิใจไทย ส่วนรองประธานสภาฯ คนที่สอง โควตาพรรคเพื่อไทย ทางพรรคเพื่อไทยเสนอชื่อ เลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล สส.เลย พรรคเพื่อไทย 3 สมัย หลังพรรคภูมิใจไทยมีมติดันโสภณนั่งประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ สื่อมวลชนถามโสภณว่า มีการตั้งข้อสังเกตว่าประธานวุฒิสภาก็เป็นคนบุรีรัมย์ และประธานสภาผู้แทนราษฎรก็เป็นคนบุรีรัมย์อีก เรื่องนี้ โสภณ ตอบว่า ไม่เกี่ยวกัน ผมไม่เกี่ยวข้องกับประธานวุฒิสภา เพราะเป็นเรื่องการทำงานของวุฒิสภา

แต่ในส่วนของพรรคภูมิใจไทย ถ้าไม่ได้เสียงข้างมาก ก็ไม่มีโอกาสได้รับการเสนอชื่อ ส่วนถ้าจะไปบังเอิญตรงกัน เราไม่สามารถกำหนดได้ ว่าคนบุรีรัมย์แล้วจะเป็นไม่ได้ แต่ถ้าผมไม่เหมาะสมแบบนั้นโอเค ถ้าผมเป็น สส.บุรีรัมย์แล้วไม่เหมาะสมด้วยคุณสมบัติหรืออะไรก็แล้วแต่ ก็เป็นเรื่องของสังคมต้องมอง แต่ถ้าพรรคเห็นว่าเหมาะสม เข้าไปแล้วทำงานได้เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ขอให้พิสูจน์กันตอนทำงาน สื่อถามต่อไปว่า เกิดคำถามว่าจะเป็นการกินรวบระหว่างสภาสูงกับสภาล่าง เรื่องนี้ ว่าที่ประธานสภาฯ-โสภณ ระบุว่า กินรวบหรือไม่กินรวบอยู่ที่การทำงาน จะต่างจังหวัดต่างอะไรถ้าทำงานแบบกินรวบก็เกิดขึ้นได้เหมือนกัน ดังนั้น ทุกอย่างอยู่ที่การทำงาน และต้องพิสูจน์ด้วยการทำงานเท่านั้น..สุดท้ายก็คงต้องให้เวลาพิสูจน์การทำงานของประธานสภาฯ และรองประธานสภาฯ อีกสองคน ว่าจะทำหน้าที่ได้อย่างเป็นกลาง และมีประสิทธิภาพหรือไม่ โดยด่านทดสอบแรกสำหรับ “โสภณ” ก็คือ การประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อแถลงนโยบายรัฐบาลต่อที่ประชุมร่วมรัฐสภา ที่คาดว่าน่าจะเกิดขึ้นช่วงก่อนหยุดยาวเทศกาลสงกรานต์ และฝ่ายค้านและ สว.คงขอเวลาอภิปรายประมาณ 3 วัน ที่ก็ต้องดูว่า โสภณ ในฐานะประธานรัฐสภา จะคุมเกมในห้องประชุมร่วมรัฐสภาไหวหรือไม่ 

..และอีกหนึ่งเรื่องที่หลายคนจับตามอง หลังพรรคภูมิใจไทยขึ้นมาคุมอำนาจรัฐ ก็คือ คดีฮั้ว สว. ที่ก่อนหน้านี้โยงถึงพรรคสีน้ำเงิน สุดท้ายผลการพิจารณาของทั้งสำนักงาน กกต.และกรมสอบสวนคดีพิเศษ ที่เงียบหายไปหลายเดือนจะเป็นอย่างไร ล่าสุดมีรายงานว่าคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาข้อโต้แย้ง คณะที่ 36 ได้พิจารณาสำนวนการสอบทุจริตฮั้วการเลือก สว. ของคณะกรรมการสืบสวนและไต่สวนกลางชุดที่ 26 ซึ่งเป็นคณะทำงานร่วมระหว่างสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่มีการกล่าวหาผู้กระทำความผิดจำนวน 229 ราย ประกอบด้วย สมาชิกวุฒิสภา 138 ราย และสมาชิกพรรคการเมือง รวมถึงเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง 91 ราย โดยที่ประชุมมีมติ 5 ต่อ 2 เห็นว่าผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 229 คน ไม่มีมูลความผิด  ขณะที่เสียงข้างน้อย 2 เสียงเห็นควรชี้มูลบุคคล รวม 134 คน โดยอยู่ในกลุ่ม 138 สว. และอยู่ระหว่างการจัดทำความเห็นเพื่อเสนอให้ที่ประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้งพิจารณาต่อไป โดยกรณีดังกล่าวยังอยู่ในระหว่างการดำเนินการของคณะอนุกรรมการชี้ขาด คณะที่ 36 ยังไม่มีการสรุปสำนวนส่งมายังสำนักงาน กกต. และยังไม่ได้ส่งเรื่องเข้าสู่การบรรจุระเบียบวาระการประชุมคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งจะมีการประชุมประจำสัปดาห์ในทุกวันจันทร์และวันอังคาร  เมื่อสรุปสำนวนส่งมาแล้วก็จะต้องใช้ระยะเวลา 7 วันในการบรรจุเข้าสู่ระเบียบวาระการประชุม กกต. คาดว่าจะไม่ทันในการประชุมสัปดาห์หน้า..ผลออกมาแบบนี้ ไม่ใช่แค่ สว.สีน้ำเงินเฮ แต่พรรคสีน้ำเงินก็คงเฮด้วย และคาดว่าจะทำให้ สว.ฝั่งตรงข้าม สว.สีน้ำเงิน และฝ่ายค้าน นำเรื่องนี้ไปอภิปรายด้วยในช่วงการแถลงนโยบายรัฐบาล เพื่อโยงไปถึง อนุทินและภูมิใจไทยด้วยแน่นอน!

ปิดท้ายที่สถานการณ์การสู้รบสงครามถล่มอิหร่าน ที่ดูแล้วแนวโน้มยืดเยื้อแน่นอน และคงเกิดผลกระทบในวงกว้างกับหลายประเทศทั่วโลกรวมถึงไทย ล่าสุด ชูเกียรติ โอภาสวงศ์ นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า การส่งออกข้าวไทยได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง และมีการปิดช่องแคบฮอร์มุซ รวมถึงล่าสุดมีเรือสินค้าไทยโดนอิหร่านยิง โดยได้รับผลกระทบ 2 ด้าน คือ ด้านปริมาณการส่งออกที่ชะงักงัน และต้นทุนค่าขนส่งทางทะเลที่เพิ่มขึ้น เพราะตะวันออกกลางเป็นตลาดส่งออกข้าวที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของไทย มียอดส่งออกสูงถึง 1.5 ล้านตันต่อปี คิดเป็นมูลค่ากว่า 12,800 ล้านบาท และตลาดที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดคืออิรัก ซึ่งเป็นตลาดอันดับหนึ่งของไทยในภูมิภาคนี้..เรียกได้ว่าตอนนี้ ซูเปอร์จี ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เจอแต่งานหนักๆ ทั้งนั้น รอดูว่า ก.พาณิชย์จะแก้ปัญหาเรื่องนี้อย่างไรได้บ้างหรือไม่?.

 

กระบวนยุทธ์

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บันทึกหน้า 4

ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศพระราชกฤษฎีกาเรียกประชุมรัฐสภา พุทธศักราช 2569 แล้วโดยจะเริ่มตั้งแต่วันที่ 14 มีนาคม พ.ศ.2569 เป็นต้นไป ซึ่ง “ศิโรจน์ แพทย์พันธุ์” เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรก็ระบุว่า

บันทึกหน้า 4

ประชุม ครม.เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย ลาป่วย มอบหมายให้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ เป็นประธานแทน ต่อมาเวลา 11.45 น. นายกฯ

บันทึกหน้า 4

การจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่ใกล้ได้ข้อสรุป หลังการเจรจาพรรคร่วมรัฐบาลคืบหน้าอย่างชัดเจน โดยสูตรรัฐบาลที่มี “พรรคภูมิใจไทย” เป็นแกนนำสามารถรวบรวมเสียงสนับสนุนได้ 291 เสียง ประกอบด้วย พรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย พรรคพลังประชารัฐ พรรคประชาชาติ และพรรคขนาดเล็กบางส่วน

บันทึกหน้า 4

บันทึกบอกกล่าวเล่าสิบ ..หลังผ่านการเลือกตั้งมาตั้งแต่ 8 ก.พ. ได้ฤกษ์แล้วว่า ในวันที่ 14 มี.ค.ศกนี้ จะมีรัฐพิธีเปิดประชุมสภาอย่างเป็นทางการเพื่อเลือก "ประธานรัฐสภา" อันถือเป็นลำดับขั้นตอนแรกก่อนที่จะมีการโหวต "นายกรัฐมนตรี" คนที่ 33 ให้ไปบริหารจัดการราชการแผ่นดินต่อไป ...

บันทึกหน้า 4

กลับสู่โหมดการเมืองเต็มตัว หลัง กกต. ปลดล็อก รับรอง สส. ระบบเขต และปาร์ตี้ลิสต์ 499 คน เหลือแค่สุพรรณบุรี เขต 2 นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ จากพรรคภูมิใจไทย ที่โดนแขวน เนื่องจากกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้งส่อทุจริต "ศิโรจน์ แพทย์พันธุ์"

บันทึกหน้า 4

ในที่สุดคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ก็มีมติรับรองสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพิ่มอีก 103 คน เมื่อรวมกับ รอบแรกที่ประกาศรับรอง สส.เขตไป 396 คน และรอบนี้มี สส.บัญชีรายชื่อครบ 100 คน