
"...น้ำมันขาดแคลน คุยกับแฟนก็ต้องดับไฟ ถึงตอนดับไฟ มีอะไรเราก็เริ่มฝอย ใกล้เข้าไปอีกนิด ชิดเข้าไปอีกหน่อย น้ำมันมีน้อยมืดหน่อยก็ทนเอานิด..."
ครับ...นึกถึง "สรวง สันติ" ร้องเพลง "น้ำมันแพง" ช่วงรัฐบาล "เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์"
ก็ไม่ใช่ครั้งแรกหรอกครับที่น้ำมันแพง
เกิดสงครามแถวๆ อ่าวเปอร์เซียเมื่อไหร่ก็แพงเมื่อนั้น
ไอ้คนทำสงครามมันก็รู้จังหวะ เหมือนตั้งใจให้น้ำมันแพง
ปี ๒๕๒๓ ปีที่ต้องดับไฟคุยกับแฟน เกิดสงคราม อิรัก-อิหร่าน ทำให้ปริมาณน้ำมันดิบที่ผลิตเพื่อการจำหน่ายในตลาดโลกลดต่ำลง ๔.๕% จากปี ๒๕๒๒
จากกำลังการผลิตเฉลี่ยอยู่ที่ ๖๖.๙๗ ล้านบาร์เรลต่อวัน ลดลงเหลือ ๖๓.๙๙ ล้านบาร์เรลต่อวัน
ดูเหมือนไม่เยอะ
แต่กลับกระทบต่อราคาเฉลี่ยน้ำมันดิบในตลาดโลกให้ปรับเพิ่มสูงขึ้นถึง ๑๓๗.๔๔% จากปี ๒๕๑๙ ที่ราคาเฉลี่ยน้ำมันดิบในตลาดโลก อยู่ที่ ๑๓.๓๔ ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
หรือเท่ากับ ๓๗.๐๔ ดอลลาร์สหรัฐฯ ณ ราคาปี ๒๕๔๙
ส่วนหนึ่งมาจากการปั่นราคาน้ำมัน!
วิธีการจัดการของรัฐบาลเกรียงศักดิ์ คือปรับขึ้นราคาน้ำมัน
ไม่เฉพาะไทยหรอกครับปรับกันทั่วโลก
การเมืองช่วงนั้นจึงสนุกสนานด้วยเรื่องราคาน้ำมัน
นักการเมืองรู้จริงบ้างไม่จริงบ้าง แต่ฉวยจังหวะนี้แหละครับอวยยศรัฐบาลเอาใจประชาชน
มันก็ธรรมดาครับ น้ำมันแพง ประชาชนก็ไม่พอใจ เหมือนที่เกิดอยู่ในวันนี้
ราคาความไม่พอใจมันไปไกลกว่าราคาน้ำมันแล้ว
ก็เตรียมตัวเตรียมใจไว้ครับ ราคาน้ำมันขยับขึ้นแน่ๆ เพราะมันคือความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้
และเป็นไปไม่ได้ที่ไทยประเทศเดียวจะใช้น้ำมันราคาเดิมขณะที่ทั่วโลกเข้าสู่ยุคน้ำมันราคาแพง
แต่รัฐบาลก็ต้องบริหารจัดการให้ประชาชนเดือดร้อนน้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้
วิธีแก้มีสารพัดครับ
ย้อนกลับไปปี ๒๕๔๓ มีพระราชดำรัส ที่พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานแก่ผู้เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๕ ธันวาคม เรื่องวิธีแก้ราคาน้ำมันแพงนี่แหละครับ
"....น้ำมันสมัยใหม่แพง ไม่รู้ทำไมมันแพง แต่ก็ยังไงเป็นสมัยนี้อะไรๆ ก็แพงขึ้นทุกที จะให้น้ำมันถูกลงมาก็ลำบาก นอกจากหาวิธีที่จะทำน้ำมันราคาถูกซึ่งก็ทำได้เหมือนกัน ถูกกว่านิดหน่อย
คือแทนที่จะใช้น้ำมันที่มีออกเทน 95 ก็ใช้ออกเทน 91 แล้วก็เติมแอลกอฮอล์เข้าไปนิดหนึ่ง อาจเป็นได้ว่ารถจะวิ่งไม่เร็วก็ดีเหมือนกัน รถไม่วิ่งเร็วเกินไปรถจะได้ไม่ชนมากเกินไป ก็จะช่วยประหยัด
ทั้งหมดนี้เป็นความคิดที่ให้พอเพียง
พูดแบบคนไม่รู้เรื่อง ไม่รู้เรื่องการคลัง การเศรษฐกิจ
แต่ว่าลองนึกดูถ้าสมมุติว่า ใช้ของที่ทำในเมืองไทย ทำในประเทศได้เอง แล้วก็ทำได้ดีมาก อ้อยที่ปลูกที่ต่างๆ เขาบ่นว่ามีมากเกินไปขายไม่ได้ ราคาตก เราก็ไปซื้อในราคาที่ดีพอสมควร มาทำแอลกอฮอล์
แล้วผู้ที่ปลูกอ้อยก็ได้เงิน ผู้ที่ทำแอลกอฮอล์ก็ได้เงิน..."
นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณที่คนไทยได้ใช้น้ำมันในราคาถูกกว่าน้ำมันที่ไม่ผสมแอลกอฮอล์
มาวันนี้มีปัญหามาท้าทายให้แก้กันอีกครั้ง
ถามว่าจะจบเมื่อไหร่
ต้องเหนื่อยกันอีกพักใหญ่ครับ เพราะ "โดนัลด์ ทรัมป์" เริ่มแสดงออกให้เห็นแล้วว่า ลำพัง สหรัฐฯ-อิสราเอล เอาไม่อยู่
และตอนนี้ "ทรัมป์" บ้าไปแล้ว!
ไปเรียกร้องให้ "นาโต" กับ "จีน" ส่งเรือรบไปช่วยเปิดช่องแคบฮอร์มุซ จะได้ขนน้ำมันขายกันอย่างสะดวก
ความคิดของ "ทรัมป์" คงประมาณว่า เมื่อทุกประเทศเดือดร้อนจากราคาน้ำมันที่พุ่งกระฉูด ฉะนั้นประเทศที่มีกำลังต้องมาช่วยกันมัดมือมัดตีนอิหร่าน
เหมือนเด็กเล่นกันแล้วต่อยกันในสนามเด็กเล่น อีกคนสู้ไม่ได้ ไปเรียกพวกมาช่วย
ยากครับ ทางอียู ญี่ปุ่น จีน ไม่มีใครอยากจะลงมาเล่นเกมนี้
อิหร่านก็แสบครับขู่โจมตีเรือน้ำมัน คลังน้ำมัน โรงกลั่น ต่อเนื่อง
เป็นความวิบัติที่ก่อโดยผู้นำโรคจิตอย่าง โดนัลด์ ทรัมป์ และ เบนจามิน เนทันยาฮู โดยแท้
แล้วรัฐบาลจะแก้ปัญหาอย่างไร
ใช้เงินกองทุนก็ได้พักเดียว ตอนนี้ติดลบไปแล้ว
รื้อโครงสร้างภาษีน้ำมันใหม่เป็นการชั่วคราว ก็อาจเป็นอีกทางเลือก โดยเฉพาะภาษีสรรพสามิต
มันมีได้มีเสียครับ
ลดภาษี ก็จัดเก็บภาษีเข้ารัฐได้น้อยลง
แต่ก็ช่วยให้ประชาชนทำมาหากินได้คล่องตัวขึ้น รัฐก็ได้ภาษีจากส่วนอื่นมาชดเชย
ก็สุดแท้แต่รัฐบาลครับ เพราะคนเก่งๆ ทั้งนั้น
ตบท้ายข่าวจากอเมริกา รัฐบาลเขาหาเงินเพิ่มทุกเม็ดจริงๆ
อเมริกาเตรียมจะลดค่าธรรมเนียมสำหรับชาวอเมริกันที่ต้องการสละสัญชาติอย่างเป็นทางการลงกว่า ๘๐%
เป็นการเคลื่อนไหวที่ได้รับการต้อนรับจาก "ชาวอเมริกันโดยบังเอิญ" ที่กำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับระบบภาษีของสหรัฐฯ
วิน-วินครับ
ตามประกาศในวารสารทางการของรัฐบาลสหรัฐฯ ค่าธรรมเนียมกงสุลสำหรับการสละสัญชาติอเมริกันจะลดลงจาก ๒,๓๕๐ ดอลลาร์เหลือ ๔๕๐ ดอลลาร์
มีผลตั้งแต่วันที่ ๑๓ เมษายนนี้เป็นต้นไป
พระเจ้าช่วย!
เหมือนส่งเสริมให้อเมริกันสละสัญชาติ
ทางฝั่งอเมริกันที่ไปอาศัยและทำงานต่างประเทศเปิดไวน์ฉลองกันเลยครับ อเมริกาเก็บภาษีจากพลเมืองโดยพิจารณาจากสัญชาติ ไม่ใช่สถานที่อยู่อาศัย
สมาคมชาวอเมริกันผู้ประสบอุบัติเหตุ (AAA) ที่เป็นองค์กรไม่แสวงผลกำไรที่ตั้งอยู่ในกรุงปารีส ยินดีกับการตัดสินใจดังกล่าว และเคลมว่าเป็นผลโดยตรง จากการดำเนินการทางกฎหมายและการรณรงค์
"การลดค่าธรรมเนียมครั้งนี้ถือเป็นชัยชนะครั้งแรกที่เป็นรูปธรรม"
แบบนี้ไม่รู้จะเรียกว่าชังชาติหรือเปล่า แต่รัฐบาลทรัมป์หิวจริงๆ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เปลี่ยนชื่อพรรคดีมั้ย?
ทำเป็นเล่นไป... พรรคส้มอาจได้ชื่อใหม่จริงๆ เป็นชื่อ “พรรคราษฎร” ตามที่ “ชาญวิทย์ เกษตรศิริ” ผู้นำทางจิตวิญญาณ ตั้งเป้าเป็นรัฐบาลปี ๒๕๗๕
'มัวแต่โทษตัวเอง เมื่อไหร่คนอื่นจะผิด'
อืมมมม...นำมาใช้ได้จริงๆ ครับ วลีเด็ด "ถ้ามัวแต่โทษตัวเอง แล้วเมื่อไหร่คนอื่นจะผิด"สถานการณ์ ณ นาทีนี้ของ "หัวหน้าเท้ง" ของผมไม่ต่างลิงแก้แหครับ อย่าเพิ่งไปพูดเรื่องการเป็นรัฐบาลครับ มันยังไกลเกินจริง เอาแค่บริหารพรรคให้รอดก่อน เพราะความวัวไม่ทันหายความควายเข้ามาแทรกอยู่เรื่อย
หยุดก่อนโลกพินาศ
ช่วงนี้ประเทศไทยต้องเจอหลายดอกครับ สงครามตะวันออกกลางทำให้มีการระงับคำสั่งซื้อข้าวไทย ซาอุดีอาระเบีย โอมาน ที่มียอดสั่งซื้อข้าวขาวและข้าวนึ่งหลักแสนตัน ตอนนี้ชะลอออกไปก่อน
ดูสงครามฝากไปถึงส้ม
นี่แหละครับสงคราม.... เรือที่แล่นในช่องแคบฮอร์มุซไม่ว่าจะติดธงชาติอะไร ล้วนมีสิทธิ์ตกเป็นเป้าโจมตีทั้งสิ้น
โกงตั้งแต่เด็ก
อีกประเด็นร้อนๆ ไม่ใช่สงครามตะวันออกกลาง ไม่ใช่การตั้งรัฐบาล แต่เป็นเรื่องเด็กๆ ที่ไม่เล็ก และกำลังเป็นประเด็นดรามาในโลกโซเชียล นั่นคือเรื่องการสอบเข้าโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
'ดาวดับ' กับ 'ดาวโรจน์'
เผลอแป๊บเดียว ๖ เดือนแล้ว เป็น ๖ เดือนที่้ "นักโทษชายทักษิณ ชินวัตร" เข้าไปอยู่ในเรือนจำ ก็ติดคุกนั่นแหละครับ เห็นว่าตั้งตารอวันพ้นโทษ ๑๑ พฤษภาคม

