
อีกจุดสำคัญของรัฐบาลภูมิใจไทย คือการไม่ทอดทิ้งคนทำงานที่ร่วมฝ่าฟันกันมา ล่าสุดคณะรัฐมนตรี (ครม.) นำโดย "อนุทิน ชาญวีรกูล" นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย (มท.1) มีมติเห็นชอบแต่งตั้ง "ไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์" อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี และอดีตอธิบดีกรมการปกครอง ให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ตั้งแต่วันที่ 21 เมษายน 2569 เป็นต้นไป
"ไชยวัฒน์" ถือเป็นสายตรงบ้านใหญ่บุรีรัมย์ เติบโตในสายงานปกครองในพื้นที่อีสานใต้ เส้นทางสำคัญก่อนหน้านี้ เคยดำรงตำแหน่งรองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ก่อนขึ้นเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ จากนั้นขยับสู่ตำแหน่งอธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และอธิบดีกรมการปกครอง
อย่างไรก็ตาม ในช่วงการเมืองพลิกขั้ว พรรคเพื่อไทยขึ้นกุมอำนาจ ขณะที่พรรคภูมิใจไทยตกเป็นฝ่ายค้าน ภายใต้แรงกดดันทางการเมืองที่มุ่งกวาดล้างเครือข่ายสีน้ำเงินในกระทรวงมหาดไทย ทำให้ “ไชยวัฒน์” ซึ่งถูกมองว่าเป็นเลือดแท้ภูมิใจไทย ถูกย้ายไปเป็นผู้ตรวจราชการ ทั้งที่เหลือเวลาอีกเพียง 2 เดือนก็จะเกษียณ ทำให้ต้องปิดฉากชีวิตราชการเมื่อ 30 ก.ย. 2568 ไปอย่างเงียบงัน
เมื่อพรรคภูมิใจไทยกลับมาเป็นรัฐบาลในยุค "อนุทิน 1" จึงมีการคืนความเป็นธรรม โดย "นายกฯ" ได้แต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี เพื่อให้กลับมามีบทบาทอีกครั้ง
ช่วงหนึ่ง "นายกฯ อนุทิน" เคยกล่าวถึงเหตุผลในการดึง "ไชยวัฒน์ จุนถิระพงศ์" มาร่วมงานว่า
“ท่านมีความใกล้ชิดสนิทสนมกับวงศ์วานว่านเครือผมมานานแล้ว เป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ และเราก็เห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เหลืออีก 2 เดือนใกล้จะเกษียณก็ยังถูกย้ายจากอธิบดีกรมการปกครอง ไปเกษียณที่ผู้ตรวจราชการ เป็นใครจะบอกว่าไม่เสียใจ ผมไม่เชื่อ ฉะนั้นอะไรที่เราเยียวยาได้ และเขายังมีบารมีความสามารถในการช่วยงานผมได้”
ล่าสุด ในรัฐบาล "อนุทิน 2" แต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย จึงไม่ใช่แค่การจัดวางคนให้เหมาะสมกับงาน แต่ยังสะท้อนชัดถึงแนวทางผู้นำที่ไม่เคยลืมคนทำงานเก่า
งานนี้จึงถูกมองว่า “ตรงคน ตรงงาน” และย้ำภาพชัดว่า สำหรับนายกรัฐมนตรีคนนี้ คนที่เคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมา ย่อมไม่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง.
ช่างสงสัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สส.สายอบอุ่น
พูดน้อย ต่อยหนัก น่าจะเป็นเครื่องหมายการค้าของ เฮียชิต–ชิตพล ไตรสรณกุล สส.ศรีสะเกษ เขต 4 อำเภอกันทรลักษ์ พรรคภูมิใจไทย พี่ใหญ่แห่ง บ้านไตรสรณกุล
เลขาฯ กวางขายเอง
ช่วงนี้งานรัฐบาลรัดตัวแค่ไหนไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ “เลขาฯ กวาง” ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี จากพรรคภูมิใจไทย ยังไม่ลืมภารกิจโปรโมตบ้านเกิด
อาบไปเลย
แวบไปแถวศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ เมื่อช่วงเช้าตรู่ของวันที่ 9 มิ.ย.2569 ที่ผ่านมา บรรยากาศที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดูจะคึกคักและอบอวลไปด้วยกลิ่นธูปควันเทียนเป็นพิเศษ เพราะเป็นวันดีเดย์ครบรอบ 28 ปีแห่งการสถาปนาองค์กรอิสระแห่งนี้ งานนี้แกนนำและขุนพลของสำนักงานตบเท้าเข้าร่วมพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำสำนักงานกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา นำโดย ณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. พร้อมด้วยคณะกรรมการ กกต. ชุดปัจจุบัน
'มาตรการคัดกรองเนื้อหา'
ปัญหาหลักในการใช้โซเชียลมีเดีย เมื่อเปิดเข้าไปในแพลตฟอร์มบางครั้งก็จะไม่สามารถคอนโทรลเนื้อหาที่แสดงได้ ซึ่งในหลายครั้งก็จะส่งผลต่อเด็ก เยาวชนที่ใช้สื่อโซเชียล เป็นเรื่องที่พวกผู้ปกครองหลายคนกังวล หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องเร่งแก้ไขปัญหานี้โดยด่วน เพราะถึงแม้ว่าผู้ปกครองจะปิดกั้นข้อมูลเหล่านี้ แต่ก็มีหลุดรอดออกมาบ้าง โดยเรื่องนี้ที่ประชุมวุฒิสภาได้มีกระทู้ถามเรื่องที่สื่อสังคมออนไลน์มีการเผยแพร่สื่อลามกอนาจาร ที่มี น.ต.วุฒิพงศ์ พงศ์สุวรรณ เป็นผู้ตั้งถาม ถามรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ซึ่งเจ้าตัวได้กล่าวถึงปัญหาของสังคมว่า “เป็นเรื่องที่เห็นในสื่อสังคมออนไลน์ทั่วไป บ่อยครั้งมาพร้อมกับโฆษณาประชาสัมพันธ์ร่วมกับวัยรุ่นที่ทำบ่อนพนันออนไลน์ตามด้วย 888 ทั้งหลาย ซึ่งเป็นสิ่งที่เห็นได้อย่างทั่วไปและกั้นไม่อยู่ โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่ไม่เหมาะได้รับสื่อเหล่านี้” สว.วุฒิพงศ์ ได้แนะนำว่า “ทุกวันนี้ถ้าเราไปค้นบนเว็บไซต์ Google ก็ยังเจอ ซึ่งสามารถดูได้ว่าสื่อไหนลามกอนาจารตรงไหน ถ้าท่านไม่เจอ ท่านมาบอกผมได้ หรือเอาผมไปบรรยายที่กระทรวงดีอีก็ได้ ผมยินดีที่จะชี้โพรงให้กระรอก จริงๆ ท่านอาจจะรู้อยู่แล้วด้วยซ้ำไป แต่จะหาหนทางในการปฏิบัติอย่างไร รวมถึงจะหามาตรการคัดกรองเนื้อหาอย่างไร”
รุกปราบโกงออนไลน์
ช่วงนี้ภารกิจคุ้มครองผู้บริโภคมากขึ้น โดยเฉพาะกรณีที่เป็นกระแสสังคม ทำให้หัวหน้าทัพอย่าง “รัฐมนตรีผึ้ง-ศุภมาส อิศรภักดี” รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) มีงานแน่นทุกวัน ด้วยมีประเด็นที่สังคมสนใจและร้องเรียนเข้ามายัง สคบ.จำนวนมาก
อังกฤษคล่องปร๋อ
ลงพื้นที่เหมือนกลัวประชาชนไม่รัก สำหรับ โบ๊ต-อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ สส.สงขลา พรรคภูมิใจไทย ดูแลพี่น้องพื้นที่อำเภอสะเดา และคลองหอยโข่ง

