
หมอระวี-นพ.ระวี มาศฉมาดล ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคพลังธรรมใหม่ ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส.และพรรคการเมือง ถือเป็น ส.ส.หนึ่งเดียวที่ต่อสู้กับบรรดาพรรคการเมืองใหญ่ต่างๆ
หวังปรับเปลี่ยนแนวสูตรคำนวณ ส.ส.จากระบบคู่ขนาน ดังเช่นรัฐธรรมนูญปี 40 และ 50 ให้กลับมาใช้สูตรคำนวณแบบจัดสรรปันส่วนผสม หรือ MMP โดยคำนึงจำนวน ส.ส.พึงมีของแต่ละพรรคการเมือง เช่น การเลือกตั้งปี 62 แต่ที่เปลี่ยนไม่ได้คือการใช้บัตรเลือกตั้ง 2 ใบ
ทั้งนี้ หากทำสำเร็จ "หมอระวี" อาจถูกเปรียบเป็น "แจ็คผู้สยบยักษ์" อย่างไรก็ตาม หากย้อนกลับไป การต่อสู้ของหมอระวีอาจถูกมองว่าโดดเดี่ยว แต่เมื่อสถานการณ์เปลี่ยนไป โดยเฉพาะพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ไม่ได้ยิ่งใหญ่ตามที่โวไว้ และสวนทางกับพรรคเพื่อไทยที่อาจได้ ส.ส.แบบแลนด์สไลด์
จึงเป็นเหตุให้แนวทางต่อสู้ของ "หมอระวี" กลับมาพูดถึงในหมู่ผู้มีอำนาจและของบรรดาพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อล้มกติกาเลือกตั้งที่ดำเนินการอยู่ เพื่อให้ "บิ๊กตู่" พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ สมัยสาม ภายใต้สูตรคำนวณ ส.ส.แบบ MMP
"หมอระวี" ระบุว่า “แนวทางดังกล่าวนี้ บิ๊กป้อม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และหัวหน้า พปชร. มีท่าทีตอบรับ พร้อมกับบอกไปยังพรรคใหญ่ว่าศึกยังไม่จบอย่าเพิ่งนับศพทหาร"
สอดคล้องกับมือกฎหมายของรัฐบาลอย่าง นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ ก็ออกมาระบุว่า สูตรคำนวณ ส.ส.จะเป็นแบบใดก็ได้ แต่สุดท้ายต้องไม่ขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 83, 86 และมาตรา 91
นอกจากนี้ แนวทางในรัฐสภา "หมอระวี" อีกด้านหนึ่งได้ยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพราะไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรรมนูญที่เปลี่ยนไปเป็นบัตร 2 ใบ ฉะนั้นหากส่งเรื่องไปที่ศาลรัฐธรรมนูญและวินิจฉัยว่าขัดเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญปี 60 ก็ต้องกลับไปใช้กติกาเลือกตั้งปี 62 คือ บัตรเลือกตั้ง 1 ใบ และใช้สูตร MMP สิ่งที่ดำเนินการอยู่ก็ถือเป็นโมฆะไปทั้งหมดใช่หรือไม่
หากเป็นไปตามนี้จะเข้าทางผู้มีอำนาจทันที ส่วนใครจะเสียค่าโง่หรือไม่อาจต้องไปถาม "โทนี่ วู้ดซัม".
ช่างสงสัย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
เดินเท้าขอบคุณ
ทุ่มเทมาตลอด 5 ปี สอบตกไป 2 ครั้ง แต่ยังไม่หยุดทุ่มเท รอบนี้สมหวัง เสี่ยโบ๊ต-อนุกูล พฤกษานุศักดิ์ ผู้สมัคร สส.สงขลา เขต 6 พรรคภูมิใจไทย เข้าวินถล่มทลาย กวาดไปกว่า 48,000 คะแนน ทิ้งขาดอันดับสองแบบไม่ต้องลุ้นอะไรมากนัก
'นับสักกี่ครั้งก็ชนะ'
ศึกเลือกตั้งศรีสะเกษรอบนี้ ต้องยอมรับว่า “สีน้ำเงิน” มาแรงแบบไม่เกรงใจใคร เพราะนอกจากพรรคภูมิใจไทยจะกวาดชัยอย่างไม่เป็นทางการเกือบยกจังหวัด เปลี่ยนพื้นที่สีแดงให้กลายเป็นน้ำเงินได้แล้ว บทสรุปสุดท้ายต้องลุ้นว่าจะได้ 7 หรือ 8 ที่นั่ง จากทั้งหมด 9 เก้าอี้ เนื่องจากยังมีประเด็นเรื่องการร้องขอนับคะแนนใหม่ในบางเขต
"พักก่อนพี่เต้"
บรรยากาศการเลือกตั้ง ก.พ.2569 นี่มันช่างระอุยิ่งกว่าอากาศเมืองไทย โดยเฉพาะสมรภูมิเมืองน้ำเค็ม “ชลบุรี เขต 1” ที่ดรามาพุ่งกระฉูด พรรคประชาชนแพ้ให้ สุชาติ ชมกลิ่น บ้านใหญ่ที่นี่ เพียงไม่กี่คะแนน ทำด้อมส้มปรี๊ดแตก ขอให้นับคะแนนใหม่ อีกทั้งยังพบทั้งบัตรเขย่ง ยันใบคะแนนในถังขยะ ทำเอาชาวบ้านตาค้างกันทั้งบาง
'อยากดูแลทุกคน'
การเลือกตั้งวันที่ 8 ก.พ. ได้เสร็จสิ้นลงไปแล้ว ซึ่งคิดว่าแต่ละพรรคการเมืองได้ทำเต็มที่ที่สุดเท่าที่ทำได้ ทั้งเรื่องการหาเสียงหรือเรื่องการประกาศนโยบายให้ถึงชาวบ้านให้ได้มากที่สุด
โพสต์เดือด!
พร้อมชนทุนผูกขาดทุกวงการ คำนี้เป็นอันรู้กันต้องยกให้ “พรรครวมไทยสร้างชาติ” ของ “หัวหน้าตุ๋ย-พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ ที่ประกาศดุดันพร้อมทลายทุกทุนผูกขาด ทุกการทุจริต ทุนเทา ทุนดำ พรรครวมไทยสร้างชาติพร้อมเป็นพรรคสีขาว ที่ไม่สามารถย้อมด้วยอำนาจหรือผลประโยชน์ได้
‘อีหล่า’ จะทำให้เบิ่ง
ศรีสะเกษจะมีรัฐมนตรีเป็นศักดิ์เป็นศรีคนบ้านเฮาหรือไม่ งวดนี้อยู่ในกำมือพี่น้องคนนครดอกลำดวนแล้วเด้อ ส่องสปอร์ตไลต์เลือกตั้งเที่ยวนี้ เหมือนจะมีแค่ 2 พรรคที่ต้องชิงดำ คือ พรรคภูมิใจไทย กับพรรคเพื่อไทย

