
ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ และสร้างความปีติแก่พสกนิกรชาวไทย โดยเฉพาะเกษตรกร เมื่อ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี” เสด็จพระราชดำเนินไปในการพระราชพิธีพืชมงคลจรดพระนังคัลแรกนาขวัญ พุทธศักราช 2569 ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง โดยปีนี้ “วิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข” ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งทำหน้าที่พระยาแรกนาเสี่ยงทายหยิบผ้านุ่งแต่งกาย พระยาแรกนาหยิบได้ผ้า 6 คืบ พยากรณ์ว่าน้ำน้อย นาในที่ลุ่มจะได้ผลบริบูรณ์ดี แต่นาในที่ดอนจะเสียหายบ้าง ได้ผลไม่เต็มที่ …๐
ในขณะที่ พระโคแรกนา ได้แก่ “พระโคพอ” และ “พระโคเพียง” เสี่ยงทายกินเลี้ยง “กินถั่ว” พยากรณ์ว่า ผลาหาร ภักษาหารจะอุดมสมบูรณ์ดี “กินน้ำ กินหญ้า” พยากรณ์ว่าน้ำท่าจะบริบูรณ์พอควร พร้อมด้วยธัญญาหาร ผลาหาร ภักษาหาร มังสาหารอุดมสมบูรณ์ดี “กินเหล้า” พยากรณ์ว่า การคมนาคมสะดวกยิ่งขึ้น การค้าขายกับต่างประเทศดีขึ้น ทำให้เศรษฐกิจเจริญรุ่งเรือง ซึ่ง ถือเป็นปีที่ 5 ติดต่อกันแล้วที่พระโคกินเหล้า ...๐ ครั้งนี้ยังถือเป็นครั้งแรกๆ ที่หลังเสร็จสิ้นพระราชพิธีฯ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้เดินมายังบริเวณแปลงนาสาธิตที่ได้ทำการหว่านเมล็ดพันธุ์ข้าว โดยได้ร่วมเก็บ “เมล็ดพันธุ์ข้าว” ที่ถูกหว่านลงพร้อมกับประชาชนทั่วไปที่เดินทางมาร่วมในพิธี โดยเจ้าตัวบอกว่า เมื่อก่อนไม่เคยมาเก็บเมล็ดพันธุ์ข้าว แต่ได้เห็นประชาชนมาร่วมเก็บ ซึ่งก็จะนำไปเพาะเพื่อให้เติบโต และเป็นสิริมงคลในแปลงนาของตนเอง ...๐
หันมาเรื่องศาสนากันบ้าง เมื่อ “สมเด็จพระมหาวีรวงศ์” เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ได้ลงนามออกประกาศสำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช เรื่อง การปฏิบัติพระกรณียกิจเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน พ.ศ.2569 ระบุว่า “สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก” เสด็จไปทรงรับการตรวจพระอนามัย ณ โรงพยาบาลศิริราช จากพระอาการปวดบริเวณพระปฤษฎางค์ (หลัง) ขณะทรงปฏิบัติพระกรณียกิจ คณะแพทย์ผู้ถวายการรักษาขอประทานพระกรุณาให้ ทรงพักพระกรณียกิจช่วงเดือนพฤษภาคมและมิถุนายน พ.ศ.2569 เป็นเวลา 2 เดือน เนื่องด้วยพระชนมายุเจริญถึง 99 พรรษาแล้ว ...๐
แล้วก็เป็นพุธสัญจรอีกครั้ง เมื่อ “อนุทิน” นำทีมลงพื้น “เกาะพะงัน” สุราษฎร์ธานี และ “หาดฟรีดอม” ภูเก็ตอีกครั้ง เพราะเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แม้ “นายกฯ หนู” จะลงภูเก็ตไปแล้ว แต่เดิมก็จะไปหาดฟรีดอม แต่ดันมีหมายแทรกที่จังหวัดระนองเลยทำให้ไปได้แค่ “หาดบางเทา” งานนี้เลยต้องไปลุยแก้ปัญหากุ๊ยต่างชาติและรุกพื้นที่สาธารณะอีกรอบ ก็ไม่รู้ว่า “เฉลิมพงศ์ แสงดี” สส.ภูเก็ต เขต 2 พรรคประชาชน (ปชน.) ที่เคยรอยื่นหนังสือกับนายกฯ ที่หาดฟรีดอมรอบนี้จะมารอยื่นหรือไม่ ...๐
ที่สำคัญนายกฯ อนุทินนอกจากเดินสายลงพื้นที่แล้ว ยังนิยมโดยสารพาหนะท้องถิ่นอีกด้วย เพราะก่อนหน้านี้ก็นั่งสกายแลปในการลงพื้นที่จังหวัดนครพนม ล่าสุดก็นั่งเรือ “สปีดโบ๊ต” ไปเกาะพะงัน แหม! ชาวสภากาแฟเลยอยากเห็นนายกฯ ขึ้นไปจังหวัดลำปางกันบ้าง ไม่รู้ว่าจะขี่ม้าสำรวจพื้นที่หรือไม่อย่างไร ...๐
หันมาเรื่องพระราชกำหนดกู้เงิน 4 ล้านบาทกันบ้าง เพราะล่าสุด “โสภณ ซารัมย์” ประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่รับเรื่องจากพลพรรคฝ่ายค้านที่นำโดย “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ที่รวบรวมรายชื่อ 1 ใน 5 ของ สส. ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในมาตรา 172 ว่าด้วยความจำเป็นเร่งด่วนหรือไม่ในการออก พ.ร.ก.แล้ว ...๐ ขณะเดียวกัน “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ก็ได้ออกโรงมาถล่ม พ.ร.ก.เงินกู้เช่นกัน หลังจากที่ก่อนหน้านี้ให้ “กรณ์ จาติกวณิช” สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค ปชป. แผ้วทางลุยเดี่ยวมาพอสมควร โดยงานนี้ “มาร์ค” เล่นใหญ่บอกว่าหากเงินถูกใช้หมดเร็ว ขณะที่วิกฤตยังไม่คลี่คลายและเงินเฟ้อยังพุ่งสูง จะยิ่งซ้ำเติมเศรษฐกิจ ทำให้ราคาสินค้าปรับตัวเพิ่มขึ้น และสร้างแรงกดดันต่อหนี้สาธารณะที่ใกล้แตะเพดาน พร้อมทั้ง เสนอแนะให้ยกเว้นภาษีสรรพสามิตน้ำมัน และเก็บภาษีลาภลอยจากธุรกิจพลังงาน รวมถึงลดราคาสินค้า ชาวบ้านร้านถิ่นเลยฝากถามว่า หากได้เป็นรัฐบาลแล้วจะทำได้หรือไม่อย่างไร ทั้งเรื่องสั่งลดราคาสินค้าและสารพัดภาษี งานนี้เลยไม่น่าแปลกใจที่ ทำไมหัวหน้าเท้งตัดสินใจยื่นใช้คำค้าน พ.ร.ก.กู้เงินฉบับส้มที่มุ่งเป้าไปที่ 2 แสนล้านบาทหลังเรื่องเปลี่ยนผ่านพลังงาน เพราะฉบับสีฟ้านั้นเล่นเตะสกัดเงินกู้ 4 แสนล้านบาททั้งก้อนเลย ...๐
ท.ศักดิ์
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
บันทึกหน้า 4
"หนังหน้าไฟ" ได้ไปต่อ! หลัง 7 เสือ กกต. ลงมติพิจารณาการปฏิบัติงานประจำปีงบประมาณ 2568 ของ "แสวง บุญมี" เลขาธิการ กกต. ปรากฏว่าเสียงข้างมาก 5 ต่อ 2 โหวตผ่านการประเมิน อยู่ต่อจนครบสัญญาในวันที่ 31 มี.ค.2570
บันทึกหน้า 4
ต้องยอมรับว่า “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นหนึ่งในนายกฯ ที่ถูกสังคมและฝ่ายตรงข้ามจับผิดมากที่สุดในประวัติศาสตร์ก็ว่าได้ ไม่ว่าจะขยับตัวหรือเอ่ยอ้างเรื่องใด ก็มักมีคนจองกฐินเป็นทิวแถว ซึ่ง ล่าสุดก็คงไม่พ้นเรื่อง “ยิงโจรในบ้านก็ผิด” ซึ่งเจ้าตัวพูดถึงเรื่องการควบคุมอาวุธปืน โดยหลังจากเผยแพร่ออกไปทั้งฝ่ายค้านและฝ่ายแค้น รวมถึงคนอยากมีแสงก็รุมเข้ามายิ่งกว่าแร้งเห็นศพอย่างไรอย่างนั้น ...๐
บันทึกหน้า 4
ช่วงนี้สังคมไทยมี คดีอุกฉกรรจ์ สะเทือนขวัญอย่างต่อเนื่อง เป็นข่าวฉาวไปทั่วโลก ล่าสุด นายฉลอง เรี่ยวแรง อดีต สส.นนทบุรี ยิง พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต ในสำนักงาน อบจ.นนทบุรี หลังก่อเหตุนายฉลอง
บันทึกหน้า 4
ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด วิกฤตการณ์ทุจริตสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นถือเป็นบททดสอบสำคัญของกระทรวงมหาดไทยภายใต้การกำกับดูแลของ วรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งได้ออกมาประกาศความคืบหน้าในการดำเนินการทางอาญาต่อกลุ่มผู้ทุจริต
บันทึกหน้า 4
เป็นอีกหนึ่งสัปดาห์ที่ต้องเริ่มต้นด้วยการแสดงความเสียใจและอาลัยจากใจต่อครอบครัวผู้สูญเสียในเหตุโศกนาฏกรรมที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ นนทบุรี ...เหตุกราดยิงที่โรงเรียนเทพศิรินทร์จบลง แต่คำถามของสังคมยังวนเวียนหลอกหลอน “เราจะทำอย่างไร...ไม่ให้เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก?!?”
บันทึกหน้า 4
ไร้นักการเมืองโกง! ยังเป็นประเด็นคาใจที่ฝ่ายค้านตั้งคำถามทุกวัน ตัดตอนจบแค่บิ๊กข้าราชการ "รังสิมันต์ โรม" รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมาย การยุติธรรรมและสิทธิมนุษยชน

