‘สุวิชาณ สุระบาล’จากคนสร้างทาง...สู่บทบาทใหม่วางแผนนโยบายคมนาคมไทย

หากพูดถึงเส้นทางชีวิตราชการของ “สุวิชาณ สุระบาล” รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) หลายคนอาจคุ้นภาพของวิศวกรและนักบริหารที่คลุกคลีกับงานก่อสร้างถนนและโครงสร้างพื้นฐานมาเกือบตลอดชีวิตการทำงาน แต่วันนี้ กำลังก้าวเข้าสู่บทบาทใหม่ในฐานะหนึ่งในฟันเฟืองสำคัญของหน่วยงานที่ทำหน้าที่วางนโยบายระบบคมนาคมและขนส่งของประเทศอย่าง สนข.

สุวิชาณ เล่าว่า ตลอดชีวิตการทำงานที่ผ่านมาอยู่กับงานภาคปฏิบัติเป็นหลัก โดยเฉพาะงานก่อสร้างและบริหารโครงการของกรมทางหลวง แต่เมื่อย้ายมาทำงานด้านนโยบาย กลับรู้สึกท้าทายไม่น้อย เพราะได้รับมอบหมายให้ดูแลโครงการสำคัญหลายเรื่องที่ส่งผลต่ออนาคตประเทศโดยตรง หนึ่งในนั้นคือ “ระบบตั๋วร่วม” ถือเป็นความหวังของคนไทยจำนวนมากที่อยากเห็นการเดินทางด้วยรถสาธารณะสะดวกสบาย “ผมอยากเห็นคนไทยใช้บัตรใบเดียวเดินทางได้ทุกระบบ และมีค่าใช้จ่ายที่ประชาชนเข้าถึงได้” หลังจากเดินหน้าผลักดัน มั่นใจว่าอีกไม่นานจะได้ใช้อย่างแน่นอน

นอกจากตั๋วร่วมแล้ว ยังรับผิดชอบการศึกษาระบบ Congestion Charge หรือ การจัดเก็บค่าธรรมเนียมการใช้รถในเขตศูนย์กลางธุรกิจ ซึ่งเป็นมาตรการที่หลายเมืองใหญ่ทั่วโลกนำมาใช้เพื่อลดปัญหาการจราจรและนำรายได้กลับมาสนับสนุนระบบขนส่งสาธารณะ อีกโครงการที่ทำให้ดวงตาของเขาเป็นประกายทุกครั้งที่พูดถึง คือ “แลนด์บริดจ์” เมกะโปรเจกต์ที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างมาก “ผมมองว่าแลนด์บริดจ์จะเป็น Game Changer ของประเทศไทย” โครงการดังกล่าวจะเชื่อมโยงการขนส่งทางเรือ ทางราง และมอเตอร์เวย์เข้าด้วยกัน พร้อมยกระดับประเทศไทยให้กลายเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์แห่งใหม่ของภูมิภาค

วันนี้แม้จะนั่งอยู่ในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูง แต่สุวิชาณยังคงยึดแนวคิดการทำงานแบบเรียบง่าย “การทำงานก็เหมือนการทำบุญ” เป็นคติประจำใจที่เขาใช้มาตลอดชีวิตราชการ โดยเชื่อว่าหากทุกคนทำงานด้วยความตั้งใจ ใส่ใจในรายละเอียด และมีความสุขกับงานที่ทำ ผลลัพธ์สุดท้ายจะตกถึงประชาชนโดยตรง อยากให้ทุกคนทำงานด้วยความสนุก มี Passion และมีวิสัยทัศน์

เมื่อถามว่าทำไมถึงคิดเช่นนั้น สุวิชาณได้ยกตัวอย่างโครงการ M-Flow ที่เคยมีส่วนร่วมผลักดันในอดีต แม้จะเป็นเพียงระบบเก็บค่าผ่านทางแบบไร้ไม้กั้น แต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกลับช่วยให้รถพยาบาลและรถฉุกเฉินผ่านด่านได้รวดเร็วขึ้น ลดเวลาที่ต้องหยุดชำระเงิน และอาจหมายถึงการช่วยชีวิตผู้ป่วยได้อีกหลายคน “บางทีสิ่งที่เราทำอาจดูเป็นเรื่องเล็ก แต่ผลที่ประชาชนได้รับอาจยิ่งใหญ่กว่าที่คิด”

สุวิชาณ มองว่าประสบการณ์จากกรมทางหลวง ถือเป็นต้นทุนสำคัญที่พกติดตัวมาสู่ สนข. ตั้งแต่งานวางแผนโครงการ การศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม การบริหารเงินกู้จากธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) และธนาคารโลก ไปจนถึงงานออกแบบ กำหนดราคากลาง การบริหารจัดการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง และโครงการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) มองว่าประสบการณ์เหล่านี้ทำให้เข้าใจทั้งมุมของ “คนวางนโยบาย” และ “คนปฏิบัติ” พร้อมกัน โดยเฉพาะการผลักดัน Congestion Charge ที่ต้องอาศัยเทคโนโลยีอ่านป้ายทะเบียนอัตโนมัติ หรือ ALPR ซึ่งเป็นเรื่องที่เขามีประสบการณ์ตรงจากการพัฒนาระบบ M-Flow มาก่อน

ส่วนความประทับใจหลังเข้ารับตำแหน่งใหม่ สุวิชาณเล่าว่า วันแรกที่มารายงานตัวก็ต้องเข้าประชุมผู้บริหารตั้งแต่ 8 โมงเช้า จากนั้นยังได้ร่วมกิจกรรม “ขีดสีตีเส้น” ที่ทำให้เห็นพลังความร่วมมือและความสามัคคีของคนในองค์กร แต่สิ่งที่ประทับใจที่สุดกลับเป็นวัฒนธรรมการทำงานของ สนข. “ถึงจะไม่ได้รับผิดชอบงานนั้นโดยตรง ก็ยังถูกเชิญเข้าประชุมเพื่อช่วยกันแสดงความคิดเห็น” มองว่าการเปิดพื้นที่ให้ผู้บริหารแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ข้ามสายงาน เป็นจุดแข็งที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และทำให้องค์กรมีมุมมองที่รอบด้านมากขึ้น

สุวิชาณ ทิ้งท้ายถึงเพื่อนร่วมงาน “ไม่ว่าสำนัก กอง หรือศูนย์ของท่านจะอยู่ในกำกับดูแลของผมหรือไม่ หากมีเรื่องที่ผมพอจะช่วยได้ ผมยินดีเสมอ” พร้อมย้ำว่า คน สนข.ทุกคนมีความสำคัญ “ทุกคนคือจิกซอว์คนละชิ้น ที่เมื่อประกอบเข้าด้วยกันแล้ว จะกลายเป็นภาพใหญ่ของ สนข.ที่สมบูรณ์” และบางที...จากคนที่เคยสร้างถนนให้ผู้คนเดินทาง วันนี้พร้อมเดินหน้าช่วยวางเส้นทางใหม่ให้ระบบคมนาคมไทยทั้งประเทศเดินหน้าไปสู่อนาคตเช่นกัน.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

‘ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์’กับภารกิจเร่งด่วน ปั้นบุคลากรการบินดันไทยฮับภูมิภาค

ถ้าพูดถึง “อุตสาหกรรมการบิน” ภาพที่หลายคนนึกถึงอาจเป็นเครื่องบินลำใหญ่กำลังทะยานขึ้นจากรันเวย์ ผู้โดยสารลากกระเป๋าเข้าเกต หรือสนามบินที่เต็มไปด้วยผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก แต่ในมุมของกระทรวงคมนาคม

นายกฯ ถกทีมไทยแลนด์ ชูจุดแข็ง 'รัฐบาล' เสถียรภาพสูงมาก ไม่หากินผิดกม.

นายกฯ ประชุมทีมไทยแลนด์ สยบข่าวญี่ปุ่นย้ายฐานผลิต ยัน ครม. ชุดนี้ ไม่มีใครหากินผิดกฎหมาย ย้ำจุดแข็ง รัฐบาลมีเสถียรภาพสูงมาก ด้าน ‘ทีมโรดโชว์’ ชมเปาะ นโยบายเพิ่มความมั่นใจนักลงทุน

‘SISTORY CAFE’ จากความชอบในกาแฟและซาวโดว์ สู่พื้นที่เล็กๆ ที่อยากให้ผู้คนมาใช้เวลาร่วมกัน

จากความตั้งใจเล็กๆ ของคนทำงานที่อยากมีพื้นที่สำหรับจิบกาแฟ กินขนมปังดีๆ อยู่ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ และได้ใช้เวลากับผู้คน ค่อยๆ เติบโตมาเป็น Sistory cafe

ทัพเทคบอลไทย รีวิวอาหารเอเชียนเกมส์ เจ้าภาพญี่ปุ่นตักให้น้อยมาก

เฟซบุ๊ก Teqball Thailand Inside ของทีมเทคบอลทีมชาติไทย ลงคลิปรีวิวอาหาร ที่ญี่ปุ่น เจ้าภาพเอเชียนเกมส์ 2026 จัดเตรียมไว้ให้ ณ สนามฝึกซ้อมและแข่งขันในกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 20