
ถ้าพูดถึง “อุตสาหกรรมการบิน” ภาพที่หลายคนนึกถึงอาจเป็นเครื่องบินลำใหญ่กำลังทะยานขึ้นจากรันเวย์ ผู้โดยสารลากกระเป๋าเข้าเกต หรือสนามบินที่เต็มไปด้วยผู้คนจากทั่วทุกมุมโลก แต่ในมุมของกระทรวงคมนาคม วันนี้เรื่องของการบินกำลังถูกมองไปไกลกว่านั้น เพราะเป้าหมายไม่ได้มีเพียงการทำให้เครื่องบินขึ้น-ลงได้มากขึ้น หากแต่ต้องทำให้การเดินทางทางอากาศกลายเป็นหนึ่งในเครื่องยนต์สำคัญที่ช่วยกระตุ้นของเศรษฐกิจไทย
ดังนั้น กระทรวงคมนาคมจึงวางเป้าหมายใหญ่ในการผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค หรือ World-Class Aviation Hub ภายในปี 2572 และเบื้องหลังเป้าหมายดังกล่าวคือ การปรับทั้งระบบ ตั้งแต่คนที่อยู่หลังห้องนักบิน คนที่ดูแลเครื่องบิน คนที่ควบคุมการจราจรทางอากาศ ไปจนถึงสนามบิน เทคโนโลยี และเส้นทางบินที่จะพาผู้โดยสารเดินทางไปถึงจุดหมายได้ง่ายขึ้น
อาทิตย์เอกเขนก ได้พูดคุยกับ ภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ซึ่งได้รับมอบหมายจากนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ให้กำกับดูแลงานด้านการขนส่งทางอากาศ จึงเลือกแนวคิดสำคัญว่า ทุกหน่วยงานต้องไม่ต่างคนต่างทำ แต่ต้องทำงานเชื่อมโยงกันให้เห็นผลจริง ตั้งแต่การพัฒนาบุคลากร โครงสร้างพื้นฐาน เทคโนโลยี ไปจนถึงการเพิ่มศักยภาพสนามบินทั่วประเทศ เพราะสุดท้ายแล้ว เครื่องบินจะบินได้ดีแค่ไหนไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเครื่องเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ คน ที่อยู่เบื้องหลังด้วย

หนึ่งในภารกิจที่ถูกเร่งเครื่องจึงเป็นเรื่องการ สร้างบุคลากรการบิน ซึ่งถือเป็นรากฐานของอุตสาหกรรม โดยมีการผลักดันสถาบันการบินพลเรือน (สบพ.) ให้ก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการผลิตบุคลากรด้านการบินระดับโลก พร้อมปรับหลักสูตรให้ครอบคลุมทั้งนักบิน ช่างอากาศยาน เจ้าหน้าที่ควบคุมจราจรทางอากาศ บุคลากรท่าอากาศยาน และผู้ปฏิบัติงานด้านความปลอดภัย
ภัทรพงศ์ ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบัน สบพ.ได้จับมือกับบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ผลิตนักบิน ขณะที่ล่าสุด สบพ.ได้รับการจัดอันดับจากองค์การการบินพลเรือนระหว่างประเทศ (ICAO) ให้เป็นสถาบันผลิตบุคลากรด้านการบินอันดับ 1 ของภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งถือเป็นอีกภาพสะท้อนว่าประเทศไทยไม่ได้ต้องการเป็นเพียง จุดจอดเครื่องบิน ของภูมิภาค แต่ต้องการเป็นแหล่งสร้างคนสำหรับอุตสาหกรรมการบินด้วย และเมื่อโลกการบินกำลังเปลี่ยนไป คนที่จะทำงานกับเครื่องบินในอนาคตก็ต้องเตรียมตัวให้พร้อมกับรูปแบบการเดินทางที่หลากหลายขึ้น หนึ่งในนั้นคือ Seaplane หรืออากาศยานที่สามารถขึ้น-ลงบนผิวน้ำได้

สบพ.จึงเดินหน้าพัฒนาหลักสูตรรองรับ Seaplane พร้อมยกระดับเครื่องบินฝึก เครื่องฝึกบินจำลอง ห้องปฏิบัติการ และศูนย์ฝึกการบินแห่งใหม่ เพื่อให้การผลิตบุคลากรไม่ได้หยุดอยู่กับเทคโนโลยีในวันนี้ แต่เตรียมไปถึงการบินในวันข้างหน้า ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างจัดทำหลักสูตรผลิตนักบินและช่างอากาศยานเฉพาะทาง เตรียมพื้นที่รองรับการบิน และวางแผนเส้นทางบินต้นแบบ กระบี่-ภูเก็ต
ภัทรพงศ์ เล่าต่อว่า จากเรื่องของคน มาถึงเรื่องของ สนามบิน แนวคิดที่กระทรวงคมนาคมต้องการผลักดันคือ Airport for Regional Development หรือการใช้สนามบินเป็นเครื่องมือพัฒนาเศรษฐกิจของจังหวัด เพราะสนามบินหนึ่งแห่งไม่ได้มีความหมายแค่รันเวย์ อาคารผู้โดยสาร หรือหอบังคับการบิน แต่สามารถเป็นประตูบานใหญ่ที่พาคน เงิน และโอกาสเข้าไปถึงพื้นที่ได้

และได้มอบนโยบายให้ กรมท่าอากาศยาน (ไทย) ยกระดับสนามบินภูมิภาค โดยมี ความปลอดภัย เป็นเรื่องแรกที่ต้องให้ความสำคัญ พร้อมเร่งติดตั้งระบบเครื่องช่วยการเดินอากาศ ILS/DME เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการขึ้น-ลงของอากาศยานในสภาพอากาศต่างๆ และเพิ่มศักยภาพการให้บริการของสนามบิน
ภัทรพงศ์ มองว่าศักยภาพไม่ได้อยู่แค่การปรับสนามบินให้ดีขึ้น แต่ต้องทำให้มีเครื่องบินบินเข้ามาด้วย จึงมีการผลักดันการ เปิดเส้นทางบินใหม่และเพิ่มความถี่เที่ยวบิน ทั้งเส้นทางภายในประเทศแบบข้ามภูมิภาค และเที่ยวบินระหว่างประเทศตรงสู่เมืองรอง โดยประสานความร่วมมือกับสายการบินหลายแห่ง หากสามารถเปิดเที่ยวบินตรงเข้าสู่เมืองรองได้ การเดินทางก็สั้นลง สะดวกขึ้น และที่สำคัญ เงินจากนักท่องเที่ยวก็มีโอกาสไหลลงไปถึงพื้นที่มากขึ้น
ภัทรพงศ์ ระบุว่าต้องการผลักดันให้นโยบายต่างๆ ไม่หยุดอยู่เพียงตัวเลขหรือโครงการบนกระดาษ แต่ต้องเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดประโยชน์กับประชาชนและจับต้องได้จริง ภาพของการบินในแบบที่เขาต้องการจึงไม่ใช่เพียงเครื่องบินที่บินสูงขึ้น หรือสนามบินที่ใหญ่ขึ้น แต่คือระบบการเดินทางที่เปิดโอกาสให้คนเดินทางได้ง่ายขึ้น นักบินมีโอกาสทำงานอย่างเป็นธรรม เมืองรองมีนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น ผู้ประกอบการมีช่องทางเติบโต และรายได้จากการเดินทางกระจายออกจากเมืองใหญ่ไปสู่ภูมิภาค

เพราะในท้ายที่สุดแล้ว การเป็น World-Class Aviation Hub อาจไม่ได้วัดกันแค่จำนวนเที่ยวบินที่ผ่านน่านฟ้าไทย หากแต่ต้องดูว่า การบิน สามารถพาโอกาสลงมาถึงพื้นดินได้มากเพียงใดจากห้องนักบินสู่รันเวย์ จากสนามบินสู่เมืองรอง และจากนักท่องเที่ยวสู่ร้านอาหาร โรงแรม รถโดยสาร และธุรกิจท้องถิ่น ทุกจุดล้วนเชื่อมโยงกันเป็นภาพเดียว
ภัทรพงศ์กล่าวทิ้งท้ายว่า นี่คือโจทย์ใหญ่ที่กระทรวงคมนาคมกำลังเดินหน้า หากทำให้ทุกชิ้นส่วนขยับไปพร้อมกันได้ เป้าหมายการเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาคภายในปี 2572 ก็จะไม่ได้เป็นเพียงคำสวยหรูในแผนงาน แต่จะกลายเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ผู้คนสัมผัสได้ตั้งแต่ก้าวขึ้นเครื่อง จนถึงวันที่เครื่องบินพาโอกาสใหม่ๆ ไปลงถึงเมืองปลายทาง.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ย้ำ! ผู้ขับรถรับจ้างผ่านแอปต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะภายในวันที่ 30 ก.ย.นี้
รัฐบาลย้ำผู้ขับรถรับจ้างผ่านแอปทุกรายต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะอย่างถูกต้อง ภายในวันที่ 30 ก.ย. เผยสถิติยอดทำใบขับขี่รถสาธารณะพุ่งกว่า 3 เท่าตัว

