12 มี.ค.2565 - เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่ ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการกำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการผู้ป่วยฉุกเฉินโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)) (ฉบับที่ 8) ลงนามโดย นายอนุทิน ชาญวีรกูล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ประกาศ ณ วันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2565
โดยเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการกำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการผู้ป่วยฉุกเฉินโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19))และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อปรับอัตราค่าใช้จ่ายบางรายการที่ไม่สอดคล้องกับสภาวการณ์ปัจจุบัน ตลอดจนแก้ไขบัญชีและอัตราค่าใช้จ่ายแนบท้ายให้มีความเหมาะสม และครบถ้วน
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 6 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 และมาตรา 36 วรรคห้า แห่งพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ. 2541 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสถานพยาบาล (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2559 ประกอบกับมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2565 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข จึงออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้
ข้อ 1 ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการกำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการผู้ป่วยฉุกเฉินโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)) (ฉบับที่ 8)”
ข้อ 2 ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2565 เป็นต้นไป
ข้อ 3 ให้หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการกำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการผู้ป่วยฉุกเฉินโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)) ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบแล้วเป็นไปตามแนบท้ายประกาศนี้
ทั้งนี้ สาระสำคัญของประกาศฉบับนี้ คือ
ข้อ 1 ให้ยกเลิกความในข้อ 4 แห่งหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการกำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการผู้ป่วยฉุกเฉินโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID -19)) และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
“ข้อ 4 สถานพยาบาลจะได้รับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตามระดับกลุ่มอาการของผู้ป่วยในช่วงเวลานับแต่รับผู้ป่วยตามแนวทางที่กระทรวงสาธารณสุขกำหนด หรือส่งต่อผู้ป่วยไปยังสถานพยาบาลอื่นในบัญชีและอัตราค่าใช้จ่ายแนบท้ายหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขนี้
กรณีสถานพยาบาลส่งต่อผู้ป่วยไปรับการดูแลรักษายังสถานพยาบาลอื่นตามข้อ 3 (1) หากผู้ป่วยหรือญาติผู้ป่วยปฏิเสธไม่ขอให้ส่งต่อ หรือกรณีผู้ป่วยหรือญาติผู้ป่วย ประสงค์จะไปรับการรักษาที่สถานพยาบาลอื่นตามข้อ 3 (3) ผู้ป่วยต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นเอง”
ข้อ 2 ให้ยกเลิกบัญชีและอัตราค่าใช้จ่ายแนบท้ายหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการกำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการผู้ป่วยฉุกเฉินโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 (Coronavirus Disease 2019 (COVD-19)) ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยหลักเกณฑ์ วิธีการและเงื่อนไขการกำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการผู้ป่วยฉุกเฉินโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด 19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)) (ฉบับที่ 2) ถึง (ฉบับที่ 7) และให้ใช้บัญชีและอัตราค่าใช้จ่ายแนบท้ายหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขนี้แทน
ข้อ 3 หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขนี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2565 เป็นต้นไป
ข้อ 4 ให้สถานพยาบาลที่รับผู้ป่วยก่อนวันที่หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขนี้ใช้บังคับ ให้เรียกเก็บค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตามบัญชีและอัตราค่าใช้จ่ายแนบท้ายหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการกำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการผู้ป่วยฉุกเฉินโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 (Coronavirus Disease 2019 (COVD-19)) ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการกำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ ผู้ป่วยฉุกเฉินโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID- 19)) (ฉบับที่ 2) ถึง (ฉบับที่ 7)
ให้สถานพยาบาลที่รับผู้ป่วยนับแต่วันที่หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขนี้มีผลใช้บังคับ ให้เรียกเก็บค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตามบัญชีและอัตราค่าใช้จ่ายแนบท้ายหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขนี้
ข้อ 5 การใดที่อยู่ในระหว่างดำเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการกำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการผู้ป่วยฉุกเฉินโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 (Coronavirus Disease 2019 (COVD-19)) ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการกำหนดค่าใช้จ่ายในการดำเนินการผู้ป่วยฉุกเฉินโรคติดต่ออันตรายตามกฎหมายว่าด้วยโรคติดต่อ กรณีโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19)) (ฉบับที่ 2) ถึง (ฉบับที่ 7) ก่อนวันที่หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขนี้มีผลใช้บังคับ ให้ดำเนินการต่อไปได้และให้ถือว่าเป็นการดำเนินการตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขนี้
พร้อมกันนี้ มีการระบุหมายเหตุ 5 ข้อ ดังต่อไปนี้
1. รายการที่ไม่ปรากฏในรายการข้างต้น อนุโลมให้ใช้ราคาเบิกจ่ายโครงการ UCEP
2. ยา Favipiravir เบิกจากกระทรวงสาธารณสุข
3. ค่าพาหนะส่งต่อผู้ป่วยให้เป็นไปตามคู่มือแนวทางปฏิบัติในการขอรับค่าใช้จ่ายเพื่อบริการสาธารณสุขของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
4. ยา Remdesivir 100 mg inj. ให้เบิกจากกระทรวงสาธารณสุข
5. กรณีผู้ป่วยระดับกลุ่มอาการสีเขียว ให้เบิกเฉพาะรายการ “ค่าบริการเหมาจ่ายสำหรับการดูแลการให้บริการผู้ป่วยโควิด-19 สำหรับผู้ป่วยสีเขียว กรณี Home Isolation, Community Isolation, Hotel Isolation, Hospitel, โรงพยาบาลและโรงพยาบาลสนาม (ค่ายาพื้นฐาน ค่าบริการพยาบาลทั่วไป ค่าติดตามอาการ ค่าให้คำปรึกษาของแพทย์ ค่า PPE ค่าอุปกรณ์ทางการแพทย์ ค่าอาหาร 3 มื้อ รวมถึงค่าที่พักกรณี Hotel Isolation, Hospitel, โรงพยาบาล และโรงพยาบาลสนาม)”
กลุ่มอาการผู้ป่วยสีเขียว
กรณีรักษาตั้งแต่ 1-6 วัน ราคาเหมาจ่าย 6,000 บาท
กรณีรักษาตั้งแต่ 7 วันขึ้นไป ราคาเหมาจ่าย 12,000 บาท
ส่วนค่าห้องและค่าอาหาร 3 มื้อ สำหรับผู้ป่วยระดับ 1-3 มีดังนี้
ผู้ป่วยระดับ 1 อยู่ที่ 1,000 บาทต่อวัน
ผู้ป่วยระดับ 2.1 อยู่ที่ 1,500 บาทต่อวัน
ผู้ป่วยระดับ 2.2 อยู่ที่ 3,000 บาทต่อวัน
ผู้ป่วยระดับ 3 อยู่ที่ 7,500 บาทต่อวัน อ่านต้นฉบับ
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
โล่ง! รัฐบาลยันไม่พบผู้ป่วยอีโบลาในไทย วอนประชาชนอย่าหลงเชื่อข่าวปลอม
รัฐบาลยืนยันข่าวลือ “ไวรัสอีโบลาเข้าไทยแล้ว” เป็นข้อมูลเท็จ พร้อมชี้แจงกรณีหญิงชาวดีอาร์คองโก 1 ราย เดินทางเข้าประเทศเป็นไปตามระบบเฝ้าระวังโรคของกรมควบคุมโรค โดยไม่พบประวัติสัมผัสผู้ป่วย และได้จองตั๋วเดินทางกลับประเทศต้นทางแล้ว ขณะที่การติดตามผู้เดินทาง
ไขข้อข้องใจ! 'อีโบลา' เข้าข่าย 'โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์' หรือไม่
ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี โพสต์ข้อความเรื่อง "อีโบลา (Ebola) ถือเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ (STD) หรือไม่?" โดยระบุว่า
รองโฆษกฯ เผยชงร่างกฎหมาย อสม.ฉบับใหม่เข้า ครม.เดือนหน้า
รัฐบาลเตรียมปรับร่าง พ.ร.บ.อสม. ยกระดับการคุ้มครอง เพิ่มสิทธิประโยชน์ และสวัสดิการ ตอบโจทย์คนทำงาน คาดเสนอ ครม.เห็นชอบ มิ.ย.นี้
สธ.–สปสช.–EACC ชูยุทธศาสตร์ “Proactive Care” รุกค้นหาผู้ป่วยโรคหืด-ปอดอุดกั้นเรื้อรัง เร่งดันคลินิกคุณภาพใน รพช. - รพ.สต. ตามเป้าใหม่ 90%
กรุงเทพมหานคร (25 พ.ค. 69) – กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) โดย คณะกรรมการพัฒนาระบบบริการสุขภาพ (Service Plan) สาขาโรคไม่ติดต่อ ด้านโรคหืดและปอดอุดกั้นเรื้อรัง
คุมเข้มคัดกรองผู้เดินทางจาก 'คองโก–ยูกันดา' สกัด 'อีโบลา' ระบาดไทย
รัฐบาลยกระดับคัดกรองผู้เดินทางจากพื้นที่เสี่ยง หลังราชกิจจาฯ ประกาศ 'คองโก–ยูกันดา' เป็นเขตติดโรคติดต่ออันตราย 'อีโบลา'
สั่ง สธ.เกาะติด 'อีโบลา' แม้ยังไม่พบในไทย!
รัฐบาลกำชับ สธ. ติดตามการระบาดโรค 'อีโบลา' อย่างใกล้ชิด ย้ำยังไม่พบระบาดในไทย ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก

