'โรม' ห่วง ครม.ตั้ง 'ปิยะ' นั่งอธิบดี DSI ตอบแทนอุ้มระบอบน้ำเงิน หวั่นกลายเป็นเครื่องมือการเมือง-ช่วยอาชญากรตัวจริง
23 ก.ย.2569 - นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติแต่งตั้ง ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล เป็นอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) คนใหม่ ซึ่งถูกมองว่าเป็นการให้ประโยชน์ต่างตอบแทน ว่า นั่นเป็นสิ่งที่ตนเป็นห่วงเช่นเดียวกัน และไม่ใช่แค่เรื่องนี้เรื่องเดียว เพราะมีสถานการณ์คล้ายกันอีกหลายเรื่อง ดังนั้นตนเป็นห่วงจริง ๆ
"ว่าสิ่งที่เรากำลังเห็นอยู่ในเวลานี้ คือคนทำงานจะไม่ได้ดี ส่วนคนที่ช่วยเหลือระบอบน้ำเงิน ที่เรียกว่าทำให้บางคนรอดพ้นจากคุกไปได้อาจกลายเป็นคนที่ได้ดี ซึ่งเป็นสิ่งที่เราไม่อยากให้เกิดขึ้นเลยในระบบราชการ" นายรังสิมันต์ กล่าว
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ลองคิดดูในเรื่องการสอบท้องถิ่น วันนี้ถ้าเกิดอยากจะสอบท้องถิ่น เรียนจบและประสบความสำเร็จในการเรียน ไม่ได้หมายความว่าจะสอบได้ แต่ต้องมีเงิน มีเส้นสายด้วย และทุกวันนี้สิ่งที่เราเห็นคือคนที่เกี่ยวข้อง ซึ่งตนไม่รู้ว่าคนที่มีส่วนเกี่ยวข้องมีส่วนช่วยระบอบน้ำเงินมากน้อยแค่ไหน แต่ก็รู้ว่าคณะอนุกรรมการวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อโต้แย้งคณะที่ 36 (คณะอนุฯ ชุดที่ 36) เป็นหนึ่งในตัวแปรสำคัญ และสวนกลับมติชุดที่คณะอนุฯ ชุดที่ 26 ตัวอธิบดีคนใหม่ก็มีส่วนในนั้น
"เมื่อสถานการณ์เป็นแบบนี้คำถามคือ ตกลงแล้วถ้าอยากประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานในราชการ คือคุณต้องเอียงเข้าหาคนที่มีอำนาจ แม้ว่ากระบวนการยุติธรรมจะพังทะลายเช่นนั้น ถ้าอยู่กันแบบนี้ผมก็อยากเชื้อเชิญพี่น้องข้าราชการทุกคน ว่าเราจะยอมให้ประเทศของเราเป็นแบบนี้จริงๆหรือ ผมคิดว่าการที่จะประสบความสำเร็จของราชการ มันควรที่จะเอาเรื่องของคุณงามความดีที่มีต่อแผ่นดิน และควรจะเอาเรื่องความสามารถเป็นหลักไม่ใช่หรือ" นายรังสิมันต์ กล่าว
นายรังสิมันต์ กล่าวต่อว่า อยากชวนให้ทุกคนมองและส่งเสียงถึงเรื่องนี้ว่าเราจะปล่อยให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นต่อไปไม่ได้ ซึ่งพรรคฝ่ายค้านยินดีที่จะทำงานกับข้าราชการน้ำดีทุกคน ไม่ว่าจะเป็นใครเรายินดีเปิดรับในเรื่องนี้ แต่เราต้องไม่จำยอมหรือจำยอมให้สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจนกลายเป็นเรื่องปกติต่อไปไม่เช่นนั้นนึกไม่ออกว่าประเทศของเราจะมีความเจริญงอกงามได้อย่างไร
เมื่อถามว่า กังวลคดีอื่นๆที่อยู่ในมือของดีเอสไอหรือไม่ นายรังสิมันต์ ระบุว่า ตอนนี้ตนไม่ค่อยมั่นใจว่าดีเอสไอมีบทบาทอย่างไรในการแก้ปัญหาต่างๆ ซึ่งการปราบปรามอาชญากรรมเป็นเรื่องที่ดี และเป็นเรื่องที่ควรทำว่ากันด้วยพยานหลักฐาน แต่สิ่งที่ตนเป็นห่วงคือ ดีเอสไอจะกลายเป็นเครื่องมือทางการเมือง ด้วย 2 วัตถุประสงค์ 1.ช่วยอาชญากรตัวจริง 2.เป็นเครื่องมือทางการเมืองกับผู้ที่ต้องการทำให้บ้านเมืองนี้ เป็นของตัวเอง
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ไม่ละอาย! ปูนบำเหน็จอนุฯชุดที่ 36 จับตาคดีสีน้ำเงิน ทั้งโกงเลือกสว.-รุกที่เขากระโดง
'สส.ปชน.'ฟาดรัฐบาลไม่มีความละอาย ไล่ล่าคณะไต่สวนชุดที่ 26 ปูนบำเหน็จอนุฯชุดที่36 เด้งอธิบดีดีเอสไอ เข้ากรุ ให้คนไหว้สวยมานั่งอธิบดีดีเอสไอคนใหม่ จับตาคดีสีน้ำเงิน ทั้งโกงเลือกสว.-รุกที่เขากระโดง จะมีทิศทางใด
'กมธ.กฎหมายฯ' แนะดึงผู้หนีภัยเมียนมาทดแทนแรงงานกัมพูชา!
'กมธ.กฎหมายฯ' ถกแก้ขาดแคลนแรงงาน เล็งดึงผู้หนีภัยเมียนมาเข้าสู่ระบบ ทดแทนแรงงานกัมพูชา
พระเอกโรมมาแล้ว! ซัดกล้าธรรม 'กายอยู่กับเรา ใจไปอยู่กับเขา'
'โรม' ลั่นไม่สนใจ 'กล้าธรรม' ย้ายขั้ว ชี้ไร้ประโยชน์ 'กายอยู่กับเรา ใจไปอยู่กับเขา' ยันไม่กระทบซักฟอก
'ทรงศักดิ์' บอกย้ายอธิบดีดีเอสไอเป็นความใฝ่ฝันข้าราชการขยับขึ้นซี 11
'ทรงศักดิ์' แจงย้าย 'ยุทธนา' ไม่เกี่ยวทำคดีฮั้ว สว. บอกเป็นคนมีความรู้ความสามารถ เล็งให้ช่วยงานรับเรื่องร้องทุกข์-แก้ปัญหาประชาชน ระบุุขยับซี 10 เป็น 11 เป็นความใฝ่ฝันข้าราชการ
ส่องประวัติ 'ร.ต.อ.ปิยะ' อธิบดีดีเอสไอคนใหม่ จากคดีเสื้อแดงปี 53 ถึงอนุฯ กกต. ไม่ฟ้องฮั้ว สว.
ประวัติการทำงานของ ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) คนใหม่ เริ่มจากการเป็นพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ช่วงปี 2552-2553 และขยับขึ้นเป็น ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านคดีพิเศษกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)
'รุทธพล' ปัดตั้ง 'ปิยะ' นั่งอธิบดี DSI ตอบแทนคดีฮั้วสว.
ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท. รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม กล่าวถึงมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) โยกย้ายข้าราชการระดั

