4 ก.ค.2565 - ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นพ.จักรรัฐ พิทยาวงศ์อานนท์ ผู้อำนวยการกองระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์โควิด 19 สายพันธุ์โอมิครอน ว่า สถานการณ์โควิด 19 ทั่วโลกหลายประเทศพบรายงานสายพันธุ์ย่อยโอมิครอน BA.4/BA.5 เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะยุโรป สหรัฐอเมริกา ดังนั้น ผู้เดินทางไปต่างประเทศที่อาจมีการผ่อนคลายเรื่องหน้ากากแล้ว ยังแนะนำให้สวมหน้ากากเพื่อป้องกันการติดเชื้อ เพื่อไม่ให้นำเชื้อกลับมาติดกลุ่มเสี่ยงที่บ้าน และเมื่อกลับมาแล้วขอให้สวมหน้ากาก เลี่ยงไปสถานที่สาธารณะ ถ้าป่วยมีอาการแล้วสงสัยตรวจ ATK ได้เลย
สำหรับประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อ ผู้ป่วยกำลังรักษา ผู้ป่วยอาการหนัก และผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น เนื่องจากผ่อนคลายมาตรการต่างๆ ทำให้พบผู้ติดเชื้อที่อาการไม่มากและรักษาตัวที่บ้านมากขึ้น โดยพบผู้รักษาในระบบ HI เพิ่มขึ้นเป็นเกือบ 1.5 หมื่นราย ลงทะเบียนรับยาผ่านระบบ สปสช. แบบผู้ป่วยนอกเพิ่มขึ้นจาก 1.91 แสนราย เป็น 2.07 แสนรายในสัปดาห์นี้ แต่ผู้ป่วยที่เข้ารักษาในโรงพยาบาลยังเพิ่มขึ้นไม่มาก อยู่ในเกณฑ์รองรับได้ในระบบสาธารณสุข โดยจังหวัดที่พบเข้ารักษาในโรงพยาบาลเพิ่มขึ้น คือ กทม. ปริมณฑล จังหวัดใหญ่และท่องเที่ยว จึงต้องพิจารณาควบคุมการระบาดในบางส่วน อาจมีการเพิ่มเติมมาตรการป้องกันโรค เช่น การสวมหน้ากากไปในพื้นที่มีการรวมกลุ่ม การใช้ขนส่งสาธารณะทุกประเภทต้องสวมหน้ากาก สำหรับอัตราครองเตียงภาพรวมอยู่ที่ 10% แม้บางจังหวัดที่มีการนำเตียงโควิดไปใช้ดูแลรักษาโรคอื่น ทำให้อัตราครองเตียงเพิ่มขึ้น แต่อยู่ในระดับ 20-30% ยังไม่เกิน 50% ที่ต้องเพิ่มจำนวนเตียง ส่วนยารักษาต่างๆ มีมากพอรองรับ
นพ.จักรรัฐกล่าวว่า กรมควบคุมโรคได้คาดการณ์ผู้ติดเชื้อรายใหม่และเสียชีวิต ตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค.2565 เป็นต้นไป ว่าอาจเกิดการระบาดเป็นระลอกเล็กๆ (Small Wave) ได้ ซึ่งช่วงนี้มีสัญญาณว่ากำลังมีการติดเชื้อเพิ่มขึ้น อาจทำให้มีผู้ไปรักษาในโรงพยาบาลมากขึ้น หากยังคงมาตรการเหมือนช่วงเดือนมิถุนายน คาดช่วง 10 สัปดาห์จากนี้ไปจนถึงเดือนกันยายนจะเป็นช่วงพีคสุดของเวฟในการเจอผู้ป่วยรักษาในโรงพยาบาล แต่ถ้าผ่อนคลายมาตรการทั้งหมด ไม่สวมหน้ากาก ก็อาจจะมีผู้ป่วยมากขึ้นอีก และหากกลุ่ม 608 ป่วยมากขึ้น ก็อาจจะเป็นระลอกใหญ่ขึ้นได้ ดังนั้น อย่าเพิ่งรีบผ่อนหน้ากากอนามัย ขอให้ใส่ไว้ก่อนเมื่ออยู่ในสถานที่ปิด สถานที่แออัด ขนส่งสาธารณะ โดยเฉพาะกลุ่ม 608 และรีบไปรับวัคซีนเข็มกระตุ้นเพิ่มเติม ซึ่งจะช่วยลดและป้องกันอาการป่วยรุนแรงและเสียชีวิตลงได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
สธ.เต้น! ประสาน รพ.ตรวจสอบ ปมข้อมูลแอปฯ 'หมอพร้อม' ไม่ตรงการรับบริการจริงหรือไม่
รัฐบาล เผย สธ.เร่งประสานโรงพยาบาลเพื่อตรวจสอบสาเหตุและแก้ไขข้อมูลให้ถูกต้อง กรณีข้อมูลในแอปฯ 'หมอพร้อม' ไม่ตรงกับการรับบริการจริง
'รัฐบาลอนุทิน' ย้ำ 'กัญชาไม่เสรี' คุมเข้มช่อดอก ฝ่าฝืนเจอคุก
รัฐบาลยัน 'กัญชาไม่เสรี' ย้ำประกาศ สธ. คุมเข้มช่อดอก ซื้อ-ขายต้องมีใบสั่งแพทย์เท่านั้น เตือนลอบขนออกนอกประเทศโทษหนัก จำคุก 10 ปี ปรับ 4 เท่า
โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง บิ๊กขรก.สาธารณสุข จำนวน 13 ราย
ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญ โดยมีพระบรมราชโ
รัฐบาลยกมาตรฐาน 'เครื่องมือแพทย์' เริ่มใช้เกณฑ์ใหม่ 20 มิ.ย.
รัฐบาลยกระดับมาตรฐานเครื่องมือแพทย์ เริ่มใช้เกณฑ์ใหม่ 20 มิ.ย. นี้ กำชับฉลาก–เอกสารกำกับต้องชัดเจน ปลอดภัย ไม่โอ้อวดเกินจริง
ข่าวดี! สธ. ปรับค่าจ้างใหม่ เริ่ม 1 ต.ค. พร้อมชงจ้างงานเพิ่ม 9.3 หมื่นอัตรา
รัฐบาล เดินหน้ายกระดับคุณภาพชีวิตบุคลากรสาธารณสุข ปรับโครงสร้างค่าจ้างใหม่ เริ่ม 1 ต.ค. 69 สูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำ พร้อมเสนอเพิ่มกรอบจ้างงาน 93,000 อัตรา
'หมอยง' แจงชัด! 'โควิด' สายพันธุ์ระบาดสิงคโปร์ มีผลต่อไทยแค่ไหน
ศ.นพ.ยง ภู่วรวรรณ หัวหน้าศูนย์เชี่ยวชาญเฉพาะทางด้านไวรัสวิทยาคลินิก ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

