'นพ.ธีระ' ชี้สายพันธุ์ BA.2.75 เพิ่มขึ้นช้าๆกระจายใน 48 ประเทศแล้ว

'หมอธีระ' อัพเดตความรู้โควิด-19 ชี้โอมิครอนยังเป็นเจ้าของตลาด สายพันธุ์ BA.2.75 เริ่มเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ พบใน 48 ประเทศทั่วโลกแล้ว พร้อมอ้างอิงปัญหาลอง โควิดจากงานวิจัยมะกัน-แอฟริกาใต้

22 ก.ย.2565 - รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยโพสต์เฟซบุ๊กถึงสถานการณ์โควิดประจำวันที่ 22 กันยายน 2565 ว่า เมื่อวานทั่วโลกติดเพิ่ม 342,079 คน ตายเพิ่ม 907 คน รวมแล้วติดไป 618,386,136 คน เสียชีวิตรวม 6,534,535 คน

5 อันดับแรกที่ติดเชื้อสูงสุดคือ รัสเซีย ไต้หวัน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และฝรั่งเศส เมื่อวานนี้จำนวนติดเชื้อใหม่มีประเทศจากยุโรปและเอเชียครอง 9 ใน 10 อันดับแรก และ 19 ใน 20 อันดับแรกของโลก จำนวนติดเชื้อใหม่ในแต่ละวันของทั่วโลกตอนนี้ มาจากทวีปเอเชียและยุโรป รวมกันคิดเป็นร้อยละ 90.46 ของทั้งโลก ในขณะที่จำนวนการเสียชีวิตคิดเป็นร้อยละ 70.89

...สถานการณ์ระบาดของไทย จากข้อมูล Worldometer เช้านี้พบว่า จำนวนเสียชีวิตเมื่อวาน สูงเป็นอันดับ 14 ของโลก และอันดับ 7 ของเอเชีย แม้สธ.ไทยจะปรับระบบรายงานตั้งแต่ 1 พ.ค.จนทำให้จำนวนที่รายงานนั้นลดลงไปมากก็ตาม

...อัพเดตความรู้โควิด-19
1. สัดส่วนสายพันธุ์ที่ระบาด องค์การอนามัยโลกออกรายงาน WHO Weekly Epidemiological Update เมื่อคืนนี้ 21 กันยายน 2565 Omicron สายพันธุ์ BA.5 (และลูกหลาน) ยังครองการระบาด 76.6%, BA.4 (และลูกหลาน) 7.5% ในขณะที่สายพันธุ์ย่อยที่กำลังเป็นที่จับตามองคือ BA.2.75 นั้นเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ ปัจจุบันพบ 1.26% โดยมีประเทศที่ตรวจพบแล้ว 48 ประเทศทั่วโลก

ความสำคัญ: ทั้งนี้ไวรัสที่กลายพันธุ์ที่เกิดขึ้นนั้นมักพัฒนาสมรรถนะการหลบหลีกภูมิคุ้มกัน การแพร่เชื้อ การจับกับตัวรับที่เซลล์เป้าหมาย และ/หรือนำไปสู่การป่วยรุนแรงและเสียชีวิตได้ หากมองไปในอนาคต ภูมิจากวัคซีนที่ฉีดจะลดลงตามกาลเวลา หากนโยบายและสภาพแวดล้อมในการใช้ชีวิตประจำวันมีการเดินทาง พบปะกันมาก คนติดเชื้อไม่ได้แยกตัวจากคนอื่น ความใส่ใจสุขภาพและการป้องกันตัวเองของประชาชนแต่ละคนจะกลายเป็นปัจจัยเดียวที่เหลืออยู่ และมีความสำคัญมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใส่หน้ากากอย่างถูกต้องสม่ำเสมอ
เพราะสุดท้ายแล้ว จะเกิดปัญหาติดเชื้อ ป่วย ตาย และ Long COVID ตามมาอย่างแน่นอน จะมากน้อยขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของคนในสังคม แต่ผลกระทบระยะยาวที่เกิดขึ้นนั้นจะมีทั้งเรื่องความสูญเสียด้านสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคม ไม่ว่าจะต่อตัวผู้ป่วยเอง ครอบครัว และประเทศ

2. การดูแลรักษา Long COVID การศึกษาของทีมงานมหาวิทยาลัยจอห์น ฮอปกินส์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เปิดเผยว่า แนวทางการดูแลรักษาผู้ป่วย Long COVID ที่มีอาการอ่อนเพลีย/เหนื่อยล้าและมีปัญหาด้านความคิดความจำ โดยใช้วิธีฟื้นฟูสภาพร่างกายผ่านการจัดโปรแกรมอาหารและออกำลังกายนั้น หลังดำเนินการศึกษามา 3 เดือนแล้ว พบว่าไม่ได้ผล จึงจำเป็นต้องทำการศึกษากลไกการเกิดปัญหา เพื่อหาแนวทางอื่นในการรักษา ทั้งนี้ผู้ป่วยจำเป็นต้องหาทางปรับตัวที่จะดำเนินชีวิตประจำวันให้เหมาะสมกับอาการป่วยของตน เช่น การทำกิจกรรมที่พอจะทำได้เท่าที่จำเป็น

3. กระบวนการอักเสบสัมพันธ์กับภาวะ Long COVID ทีมงานจากประเทศแอฟริกาใต้ เผยแพร่ผลการศึกษา พบว่าในกลุ่มผู้ป่วยที่มีอาการ Long COVID นั้นจะตรวจพบสารเคมีในเลือดที่บ่งถึงกระบวนการอักเสบ และส่งผลให้เกิดความผิดปกติของกลไกการละลายลิ่มเลือด ทีมวิจัยคาดว่า การเกิดพยาธิสภาพเหล่านี้น่าจะนำไปสู่ปัญหาการทำงานของระบบต่างๆ ในร่างกาย จนนำมาสู่อาการผิดปกติต่างๆ ที่เกิดขึ้นในผู้ป่วย Long COVID

...การป้องกันตัวไม่ให้ติดเชื้อย่อมดีที่สุด ใส่หน้ากากอย่างถูกต้องสม่ำเสมอนะครับ... อัตตาหิ...อัตตโน...นาโถ

อ้างอิง
1. WHO Weekly Epidemiological Update. 21 September 2022.
2. Owens B et al. How “long covid” is shedding light on postviral syndromes. BMJ. 21 September 2022.
3. Kruger A et al. Proteomics of fibrin amyloid microclots in long COVID/post-acute sequelae of COVID-19 (PASC) shows many entrapped pro-inflammatory molecules that may also contribute to a failed fibrinolytic system. Cardiovascular Diabetology. 21 September 2022.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

พรึ่บ นิสิตเก่า-นิสิตปัจจุบัน จุฬาฯ แสดงพลังปกป้อง-ถวายกำลังใจแด่กรมสมเด็จพระเทพฯ

ที่ลานพระบรมราชานุสาวรีย์สองรัชกาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ‘กลุ่มจุฬาฯ รักพระเทพฯ‘ จัดกิจกรรมแสดงจุดยืนปกป้อง กรมสมเด็จพระเทพ

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง 15 กรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิ ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรีเรื่อง แต่งตั้งกรรมการสภามหาวิทยาลัยผู้ทรงคุณวุฒิของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

‘หมอธีระ’ วิเคราะห์การระบาดโควิดรอบสัปดาห์ ผู้ป่วยปอดอักเสบมากขึ้น

จำนวนผู้ป่วยปอดอักเสบ ถือว่าสูงที่สุดในรอบ 8 เดือน นับตั้งแต่ 10 มิถุนายน 2023 เป็นต้นมา และเป็นการเพิ่มอย่างต่อเนื่องถึง 7 สัปดาห์แล้ว