
30 ก.ย. 2565 – ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Center for Medical Genomics” ว่า โควิดเจเนอเรชัน 3 “โอมิครอน BA.2.75.2” พบแล้วในไทยรวม 4 ราย “โอมิครอน BQ.1.1” เหลนของ BA.5 พบทั่วโลกเพิ่มเป็น 228 ราย
เราจะยังสามารถควบคุม (control) จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ และผู้เสียชีวิต ยังจะสามารถกำจัด (elimination) และในที่สุดกวาดล้าง (eradication) ไวรัสโคโรนา 2019 ให้หมดไปจากประเทศไทยและจากโลกได้หรือไม่?
จากฐานข้อมูลรหัสพันธุกรรมโควิดโลก “GISAID” พบโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.2.75.2 ในประเทศไทยเพิ่มรวมเป็น 4 ราย โดยทั่วโลกพบเพิ่มเป็น 729 ราย
โอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BA.2.75.2 ที่มีการกลายพันธุ์เพิ่มเติมจาก BA.5 บนส่วนหนามถึง 13 ตำแหน่ง โอไมครอน BA.2.75.2 มีความได้เปรียบในการเติบโต-แพร่ระบาด (relative growth advantage) ประมาณ 71% เมื่อเปรียบเทียบกับสายพันธุ์ BA.5 ที่ระบาดอยู่ทั่วโลกในปัจจุบัน
จากฐานข้อมูลรหัสพันธุกรรมโควิดโลก “GISAID” ยังไม่พบโอมิครอนสายพันธุ์ย่อย BQ.1.1 ในประเทศไทยแต่ทั่วโลกพบเพิ่มเป็น 228 ราย
โอมิครอน BQ.1.1 ทั่วโลกเพิ่มจาก 136 ราย เมื่อ 7 วันก่อน เป็น 228 ราย BQ.1.1 เป็นเหลนของโอมิครอน BA.5 ซึ่งมีการกลายพันธุ์ 3 ตำแหน่งสำคัญบนส่วนหนามคือ R346T, K444T, และ N460K
การกลายพันธุ์ตำแหน่ง N460K ของส่วนหนาม ช่วยให้อนุภาคไวรัสเข้าจับกับผิวเซลล์มนุษย์ (ACE2) ได้ดีเพื่อแทรกเข้าภายในเซลล์เพื่อเพิ่มจำนวน ในขณะที่ การกลายพันธุ์ตำแหน่ง R346T และ K444T ช่วยหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันเป็นเลิศ ส่งผลให้ดื้อต่อแอนติบอดีสำเร็จรูปทุกชนิดที่องค์การอาหารและยาสหรัฐ ให้ใช้ได้ รวมทั้งแอนติบอดีค็อกเทลอย่าง “เอวูเชลด์ (Evusheld” และ “เบบเทโลวิแมบ (Bebtelovimab)”
คงต้องเฝ้าติดตามในช่วงย่างเข้าฤดูหนาวของทวีปยุโรปและทวีปอเมริกาเหนือ ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2565 เป็นต้นไป เมื่อประชาชนหลบอยู่ในบ้าน และอาคารเนื่องจากอากาศหนาว และไม่สวมหน้ากากอนามัยและไม่เว้นระยะห่างทางสังคมเนื่องจากมีการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ จะก่อให้เกิดการระบาดของโอมิครอน BA.2.75.2 หรือ BQ.1.1 หรือไม่ หรือ BA.5 ยังคงระบาดครอบคลุมพื้นที่เป็นส่วนใหญ่ไม่เปิดโอกาสให้โอมิครอนสายพันธุ์ย่อยที่มีการกลายพันธุ์ไปมากกว่าสามารถเข้ามาแทนที่ได้ และถูกกำจัด (elimination) ไปด้วยวัคซีนเข็มกระตุ้น หรือภูมิที่ได้รับจากการติดเชื้อตามธรรมชาติ
องค์การอนามัยโลกมีขั้นตอนการกวาดล้างโรคติดต่อที่เกิดกับมนุษย์และมีการระบาดไปทั่วโลกที่ควบคุมไม่ได้ (pandemic) อย่างไวรัสโคโรนา 2019 ดังนี้
1.โดยการป้องกัน (Prevention): เช่น สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างทางสังคม ตรวจ ATK ตรวจ PCR ตรวจหาสายพันธุ์ “Genotyping” รวมทั้งการถอดรหัสพันธุกรรม (ไวรัสและผู้ติดเชื้อ) ช่วยติดตามการระบาด ช่วยพัฒนาวัคซีน ยา แอนติบอดีสำเร็จรูปมาใช้อย่างรวดเร็วทันต่อสถานการณ์ ให้ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ผ่านสื่อสารมวลชนถึงประชาชนในรูปแบบดิจิทัล (digital health literacy) เพื่อให้ประชาชนเกิดปัญญาตระหนักรู้ สามารถตัดสินใจป้องกัน ดูแล และรักษาได้ด้วยตนเอง
2.การควบคุม (Control): จากการดำเนินงานการป้องกันในข้อหนึ่งอย่างเข้มข้นมาตลอดเกือบ 3 ปีทำให้เราสามารถลดจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ลงได้ในระดับที่ระบบสาธารณสุขของประเทศจากการร่วมมือของภาครัฐ ภาคประชาชน เอกชน และ NGO สามารถควบคุมจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ และผู้เสียชีวิตลงได้ ประเทศไทยรวมสามปีมีอัตราผู้เสียชีวิตจากโควิดร้อยละ 0.7 ในขณะนี้ทั้งโลกมีอัตราผู้เสียชีวิตด้วยโควิด-19 ร้อยละหนึ่ง (ภาพ7)
โรคโควิด-19 ในปัจจุบันมีลักษณะเช่นเดียวกับโรคมาลาเรีย ที่เราทำได้เพียงควบคุมการระบาดยังไม่สามารถกำจัด (Elimination) หรือกวาดล้างให้หมดไปจากโลกได้ (eradication) ในกรณีของมาลาเรียเป็นเพราะโรคนี้มียุงเป็นพาหะ เราไม่สามารถกำจัดยุงให้หมดไปจากโลกได้ ส่วนกรณีไวรัสโคโรนา-2019 ยังไม่สามารถกำจัด และกวาดล้างให้หมดไปจากโลกได้เพราะไวรัสมีการกลายพันธุ์อย่างต่อเนื่อง และมีสัตว์เป็นพาหะร่วม
3.การกําจัด (Elimination): เมื่อเราควบคุมการติดต่อจะช่วยให้สามารถหยุดยั้งการระบาดได้ในบางพื้นที่ เช่น โปลิโอ (ขณะนี้พบบางประเทศเท่านั้น เช่น ปากีสถาน และ อัฟกานิสถานที่ยังมีการระบาดประปราย)
4.การกวาดล้าง (Eradication): การกวาดล้างให้โรคติดเชื้อไวรัสให้หมดไปจากโลกขณะนี้เราทำสำเร็จไปเพียงโรคเดียวในมนุษย์คือโรค “ฝีดาษ (smallpox)” ที่ติดต่อโดยเชื้อไวรัสวาริโอลา (Variola Virus) ซึ่งการกลายพันธุ์เพื่อเปลี่ยนแปลงเปลือกนอกของไวรัสวาริโอลา เพื่อหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันแทบไม่เกิดขึ้นเลยในช่วงร้อยปีที่ผ่านมา ทำให้การปลูกฝีดาษเพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันได้ผลดี ปลูกฝีเพียงครั้งเดียว ป้องกันการการติดโรคฝีดาษได้ตลอดชีพ ในกรณีของไวรัสโคโรนา 2019 อาจถูกกวาดล้างลงได้เช่นเดียวกันเมื่อมีการพัฒนาวัคซีนประเภท “Universal covid-19 vaccine” ซึ่งสามารถจับกับอนุภาคไวรัสโคโรนา-2019 ที่เข้ามารุกรานร่างกายของเราได้ไม่ว่าจะเป็นสายพันธุ์ไหนเก่าและใหม่ได้สำเร็จ.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ภาคปชช. ร้อง 'บวรศักดิ์' ชง ก.พ. สอบใหม่ปมปลด 'หมอสุภัทร'
เครือข่าย ขสช. ร้องขอความเป็นธรรม 'บวรศักดิ์' ปมปลด 'หมอสุภัทร' วอน ก.พ. สอบสวนใหม่ กระทุ้งผู้บริหาร สธ. ยืนหยัดเพื่อความถูกต้อง
วาทกรรมเตะตัดขา 'หมอฮีโร่' คำถามที่พรรคส้มไม่กล้าตอบ
กรณีของ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ เริ่มต้นจากเรื่องวินัยราชการ ไม่ใช่เรื่องความคิดเห็น ไม่ใช่เรื่องอุดมการณ์ และไม่ใช่เรื่องเลือกข้างทางการเมือง หากแต่เป็นการตรวจส
นายกฯ ยันไทยยังปลอดผู้ติดเชื้อนิปาห์ ยึดต้นแบบเฝ้าระวังสมัยโควิด
นายกฯ ยันไทยยังไม่พบผู้ติดเชื้อนิปาห์ ขอให้ยึดโมเดลเฝ้าระวังสมัยโควิด คัดกรอง นทท.จากประเทศเสี่ยง แนะเลี่ยงสัมผัสมือ กินร้อน-ช้อนกลาง-ล้างมือ สั่งสธ. แถลงหวั่นปชช.วิตก ชี้ติดต่อจากสารคัดหลั่งไม่ฟุ้งในอากาศ
ดักคอ 'ทักษิณ' อย่างัดมุกติดโควิด เบี้ยวขึ้นศาล 13 มิ.ย.
นายสมชาย แสวงการ อดีตสมาชิกวุฒิสภา (สว.) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กถึงกรณีนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังอ้ำอึ้งเรื่องไปศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง
รัฐบาลเตือนระวังสุขภาพหลัง โควิด-19 กลับมาระบาดในหลายภูมิภาค
นายอนุกูล พฤกษานุศักดิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า องค์การอนามัยโลก (WHO) ออกประกาศเตือนสถานการณ์ก

