นายกฯ ย้ำต้องเข้มทุกกิจการ ชะลอเปิดสถานบันเทิง หวั่นงานฉลองปีใหม่ โควิดระบาดถอยหลังกลับอีก

นายกฯย้ำมาตรฐาน Covid Free Seting ต้องเข้มทุกกิจการ พร้อมแล้วค่อยว่ากัน ชะลอเปิดสถานบันเทิง ผวางานฉลองปีใหม่ โควิดระบาดอีก สั่งตร.ขึ้นบัญชีผับลักลอบเปิด จนท.โดนโทษวินัยด้วย  

26 พ.ย.2564- ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19 )ว่า การประชุมวันนี้มีมาตรการพอสมควรโดยเน้นเรื่อง Covid Freeseting ทุกที่ ทุกจุด ทุกกิจกรรม ต้องใช้มาตราฐานนี้ให้ได้ ซึ่งเราเน้นในเรื่องการฉีดวัคซีนให้ครบทั้งผู้ให้บริการ และผู้ใช้บริการ ไม่ว่าจะโรงแรม ที่พักสถานประกอบการ สถานบันเทิง ที่ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนดำเนินการ เมื่อไหร่ที่มีความพร้อมค่อยว่ากันอีกที ต้องเห็นใจด้วยว่ามาตรฐานทางสาธารณสุขนั้นสำคัญ เราต้องการให้เทศกาลปีใหม่ของเราเป็นปีใหม่ที่มีความสุข ไม่อยากเห็นการแพร่ระบาดในช่วงนี้ก่อนปีใหม่ ขอให้เข้าใจ จึงเป็นมติจากการหารือในที่ประชุม

เมื่อถามว่า มีการรายงานเรื่องเชื้อสายพันธ์ใหม่ อย่างเชื้อสายพันธุ์ยุโรปหรือไม่ นายกฯกล่าวว่า ตนรับทราบแล้ว มีการรายงาน และมีการติดตามกันอยู่แล้ว ซึ่งทางกรมควบคุมโรคกำลังดูอยู่ ซึ่งตนเน้นไปในเรื่องของการกลายพันธุ์ในเชื้อสายพันธุ์แอฟริกาและเชื้ออื่นๆว่าจะต้องมีมาตรการอย่างไร การเดินทางไปในประเทศเหล่านี้ก็ต้องห้ามโดยเด็ดขาดเพื่อจะไม่นำเชื้อมาติดโดยเฉพาะสายพันธุ์แอฟริกามีการกลายพันธุ์ไปเยอะพอสมควร ดังนั้นต้องระวังในกลุ่มประเทศเหล่านี้

นายกฯกล่าวต่อว่า ในเรื่องวัคซีน สิ่งสำคัญคือต้องรณรงค์ให้คนมาฉีดวัคซีนกันมากยิ่งขึ้นซึ่งได้มีการทำระบบหมอพร้อม ที่ทุกคนจะสามารถบันทึกข้อมูลของตัวเอง เพื่อใช้แสดงในเข้าใช้บริการกิจการ กิจกรรมต่างๆว่าฉีดวัคซีนครบหรือยัง แล้วจึงไปพบกับมาตรการในพื้นที่ ทั้งการตรวจATK หรือ RT-PCR หรือตามที่คณะกรรมการโรคติดต่อประจำจังหวัดจะกำหนด

เมื่อถามว่า มีการพบว่ามีการเปิดสถานบันเทิงใกล้กับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(ตร.) นายกฯกล่าวว่า ตนได้กวดขัน สั่งการตร.ไปแล้ว จะต้องตรวจและปิดให้หมด สถานบันเทิงเหล่านี้ก็ขึ้นบัญชีเอาไว้ เมื่อไหร่ที่เปิดได้ พรุ่งนี้ก็ไม่ให้เปิด และผู้รับผิดชอบพื้นที่ต้องรับผิดชอบไปด้วย มีโทษทางวินัยตนสั่งปิดทุกวัน

เมื่อถามว่า การเปิดเรียนแบบ Onsite จะเป็นภาระผู้ปกครองหรือไม่ เพราะต้องตรวจ ATK ก่อนเข้าเรียน นายกฯกล่าวว่า ก็ต้องช่วยกันเพื่อความปลอดภัยของส่วนรวม ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการก็ดูแลตรงนี้อยู่ ก็ได้ย้ำไปแล้วเรื่องการเปิดเรียน Onsite ทั้งนี้ ส่ิงสำคัญสุดของการศึกษาคือการพบปะกัน แต่เมื่อมีปัญหาก็ต้องใช้มาตรการต่างๆด้วย อะไรที่เปิดได้ก็เปิด อะไรที่ทำได้ก็ทำ ก็ขอร้อง เพราะหลายอย่างมีผลกระทบด้วยกันทั้งสิ้น

เมื่อถามว่า พรรคก้าวไกล ได้พากลุ่มคนทำงานกลางคืนไปฟ้องศาลแพ่ง เพื่อเรียกค่าเสียหายจากรัฐบาล กรณีทำให้ขาดรายได้ จากผลกระทบโควิด-19 นายกฯกล่าวว่า เป็นเรื่องของศาลให้กระบวนการยุติธรรมพิจารณา ทุกอย่างตนต้องดำเนินการตามกฎหมายกระบวนการยุติธรรมทุกเรื่อง ให้เป็นเรื่องของอัยการ ศาลให้เขาพิจารณา หลายอย่างตนก็ชี้แจงต่างประเทศหมดแล้ว การดำเนินคดีต่างๆเราก็ให้ดูแล อำนวยความยุติธรรม ใครผิดก็ว่าไปตามผิด ตนก็ถามว่าถ้าประเทศเขาเกิดเหตุการณ์แบบนี้เขาจะทำอย่างไร เขาบอกว่าเขาก็ทำแบบที่เราทำ คือการบังคับใช้กฎหมายบางครั้งอาจจะรุนแรงกว่าด้วยซ้ำไป

“ของเรามันต้องเลิกกันเสียทีไอ้แบบนี้ ใช้มวลชน ใช้อะไรต่างๆมาพูดจา มาทำผิดกฎหมายแล้วก็บอกว่าเรารังแก มันไม่ใช่ ทุกอย่างมันต้องอยู่ด้วยกฎหมาย ไม่อย่างนั้นมันก็บ้านป่าเมืองเถื่อน” นายกฯกล่าว

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในส่วนผู้เสียชีวิตและผู้ติดเชื้อลดลงมาเรื่อยๆ ซึ่งตนได้พยายามถามว่าการเสียชีวิตในช่วงแรกๆเกิดจากอะไร ซึ่งส่วนใหญ่พบว่าเป็นผู้ที่ไม่ฉีดวัคซีนจึงมีโอกาสเสี่ยงสูงที่จะติดเชื้อและเสียชีวิต ขออย่าเลือกเลยวัคซีน ทั้งนี้เรื่องวัคซีนทางเลือกรัฐบาลสนับสนุนเต็มที่แต่กรณีที่ไปจองเองรัฐบาลสนับสนุนให้ไม่ได้ ดังนั้นผู้ที่ไปจองวัคซีนทางเลือกขอให้ไปฉีดวัคซีนของรัฐพร้อมให้บริการ

นายกฯ กล่าวว่า สิ่งสำคัญวันนี้เราจะอยู่กันอย่างไรแบบนิวนอร์มอล วันหน้าใครที่ไม่ฉีดวัคซีนจะเดินทางไปไหนไม่ได้ ไม่ใช่เป็นการจำกัดสิทธิมนุษยชน แต่ต้องปฏิบัติตามกรอบมาตรการด้านสาธารณสุข ถ้าไม่รับผิดชอบตัวเอง ไม่ฉีดวัคซีนก็ไม่รู้จะว่าอย่างไร ถ้าไม่ฉีดก็จะเป็นตัวแพร่ระบาดคนอื่นก็เดือดร้อน แม้จะฉีดวัคซีนแล้วก็ยังต้องระมัดระวัง

นายกฯกล่าวอีกว่า ในเรื่องการท่องเที่ยวก็มีมากขึ้นเรื่อยๆ อย่างไรก็ตามต้องดูสถิติต่างๆให้รัดกุม ยืนยันว่าเข้มงวดทุกอัน ทุกคนก็ต้องการจะให้ผ่อนคลายเร็วขึ้น ก็ต้องหามาตรการรองรับที่ปลอดภัย ทุกอย่างไม่ใช่ถามมาแล้วจะตอบได้เลย แต่กระบวนการมีเยอะที่จะทำ จึงต้องมี ศบค. ที่ต้องหารือร่วมกันกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเห็นชอบมาตรการต่างๆ ส่วนผู้ประกอบการและสถานบันเทิงที่ยังเปิดไม่ได้ ซึ่งตนได้สั่งให้มีการพิจารณา เมื่อพิจารณาดูแล้วทางการแพทย์มองว่ายังมีปัญหาอยู่ และเกรงว่าปีใหม่จะเกิดปัญหาอีก คนก็จะไม่มีความสุขอีก ถ้ายังทำมาตรการ มาตรฐานได้ไม่ครบในสถานประกอบการก็ยังต้องขยับไปก่อน แต่จะพยายามทำให้ได้เร็วที่สุด ดังนั้นสถานประกอบการก็ต้องฟังและทำมาตรฐานตัวเองให้ครบ ซึ่งวันนี้มีมาตรการออกไปแล้ว ทั้งโรงแรมสถานบันเทิง ต้องยอมรับตรงนี้ ไม่อย่างนั้นมันอันตรายกับประเทศ

"เราเดินหน้ามาถึงวันนี้แล้วจะกลับไปถอยหลังอีกหรอ แต่รัฐบาลจะหามาตรการเยียวยาทดแทนให้ ซึ่งวันนี้ได้มีการเตรียมการงบประมาณเพื่อดูแลในกรณีที่เปิดไม่ได้จะทำอย่างไร ต้องช่วยเหลือทั้งผู้ประกอบการ นักแสดง นักดนตรี สำหรับสถานที่เปิดเราก็ได้เปิดไปแล้ว แต่สถานที่ปิดใช้แอร์ตัวเดียวกัน ดื่มสุราถอดหน้ากากก็จะแพร่อีก ซึ่งต้องดูสถานการณ์ ผมเห็นใจความเดือดร้อน วันนี้ให้กระทรวงแรงงานร่วมกับสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) หามาตรการดูแลคนเหล่านี้ รัฐบาลก็ช่วยเป็นกลุ่มๆมาตลอด ขอให้เห็นใจรัฐบาลบ้างเพราะมีงบประมาณที่จำกัด การจะทำอะไรก็ตามมีผลกระทบทั้งสิ้นรวมไปถึงเรื่องพลังงาน รัฐก็จำเป็นต้องทำทุกอย่าง มากน้อยก็ว่ากันไป ถ้าทุกคนเสนอแต่ความต้องการมาอย่างเดียวแต่ยังไม่มีวิธีทางแก้ไขปัญหา ก็ไม่มีอะไรที่จะทำได้ ตนรับฟังทุกคน "พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว