'พิพัฒน์' แย้มชง ศบค.ขยายเวลาดริ๊งก์ใน 17 จังหวัด

'พิพัฒน์' แจงสภายันประชนสบายใจ ไวรัสสายพันธุ์โอไมครอนไม่กระทบไทย เผยจ่อชง 'ศบค.' ขยายเวลาชนแก้วพื้นที่บลูโซน 17 จังหวัด

02 ธ.ค.2564 - ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายสุชาติ ตันเจริญ รองประธานสภาผู้แทนราษฎรคนที่หนึ่ง ทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ส.ส.สตูล พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ตั้งกระทู้ถามสดด้วยวาจาถึงเรื่องการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างประเทศเข้ามา และการท่องเที่ยวภายในประเทศ รวมถึงมาตรการควบคุมโรคโควิด-19 ว่า สถานการณ์ประเทศขณะนี้คึกคักมากขึ้น มีชาวต่างชาติเข้ามามากขึ้น ร้านอาหาร โรงแรม สถานที่ท่องเที่ยวเริ่มกลับมาเปิดมากขึ้น จากการเปิดประเทศช่วงที่ผ่านมามีผลชี้วัดเป็นอย่างไร ส่งผลต่อตัวเลขทางเศรษฐกิจอย่างไร และมีแผนขยายขอบเขตการเปิดประเทศอย่างไร เชื่อว่าการเปิดประเทศเป็นสิ่งที่ทุกคนเฝ้ารอ ทุกอาชีพมีความหวังมากขึ้น แต่มีความเป็นห่วงเรื่องเชื้อไวรัสกลายพันธุ์โอไมครอน ซึ่งครั้งนี้ส่งผลอย่างมีนัยยะสำคัญโดยทั่วโลกออกมาตื่นตัวเป็นอย่างมาก และองค์กรอนามัยโลก (WHO) ออกมาติดตามการระบาดอย่างใกล้ชิด เพราะเชื้อโอไมครอนระบาดได้เร็วกว่าเชื้อสายพันธุ์เดลตา หลายประเทศยกระดับป้องกันแล้ว ทั้งญี่ปุ่น สหรัฐ และแคนาดา

“สถานการณ์นี้กระทรวงท่องเที่ยวฯประเมินสถานการณ์ และเตรียมแผนรับมืออย่างไร เพื่อสร้างความเชื่อมั่น รวมถึงจะมีการดูแลเยียวยาผู้ประกอบการและคนกลางคืนที่ได้รับผลกระทบ และจะผ่อนปรนมาตรการอย่างไร โดยเฉพาะเรื่องการขยายเวลาเปิดให้บริการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์แทนการให้นำใส่ถุงกลับบ้าน”

ด้านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวฯ ชี้แจงว่า สิ่งที่เราจะเปิดได้ก่อนคือการท่องเที่ยวชาวไทยในประเทศ และต่อมาคือการรับนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามา โดยเสนอใช้พื้นที่ภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ เพื่อดูแลและป้องกันได้ง่ายที่สุด เพราะได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวต่างประเทศ และเป็นเกาะ ง่ายต่อการดูแลป้องกัน ดังนั้นจึงได้เปิดโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า หลังจากการเปิดโครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ในวันที่ 1 ก.ค.2564 ช่วงเวลา 3 เดือน หลังจากนั้นมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาประมาณ 62,000 คน มีรายได้เฉลี่ยต่อคนประมาณ 60,000 บาท และประมาณการณ์ว่าปีนี้หลังจากประกาศปลดล็อกอีก 17 จังหวัด จากวันที่ 1 พ.ย.2564 ถึงวันที่ 30 พ.ย.2564 มีนักท่องที่ยวต่างชาติเข้ามากว่า 100,100 คน และประมาณว่าปี 2564 เฉพาะคนไทยเที่ยวในไทยประมาณ 100 ล้านคน รายได้จากการท่องเที่ยวประมาณ 650,000 ล้านบาท สิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือการประมาณการณ์ว่าปี 2565 เราน่าจะมีรายได้จากนักท่องเที่ยวชาวไทยและชาวต่างประเทศ 1.3 -1.8 ล้านล้านบาท หากประเทศจีนเปิด เราจะได้นักท่องเที่ยวมากขึ้นอีก อีกทั้งการเปิดประเทศเพื่อนบ้านชายแดนเราก็จะมีรายได้อีกประมาณ 3 แสนล้านบาท

“เดือน พ.ย.2564 เราตั้งเป้านักท่องเที่ยวไว้ 3 แสนคน แต่เราได้ 1 แสนคน ส่วนเดือน ธ.ค. เราตั้งเป้า 3 แสนคน ซึ่งน่าจะได้ตามเป้าหมาย แต่สำหรับไตรมาสที่ 1 ปี 2565 ช่วงไฮซีซั่นของไทยคาดว่านักท่องเที่ยวต่างชาติน่าจะกลับมาเที่ยวในเมืองไทยเหมือนอดีตที่ผ่านมา ส่วนสถานการณ์กลายพันธุ์โอไมครอน ขอยืนยันว่าจากการแพร่ระบาดที่เกิดขึ้นในต่างประเทศ ขณะนี้นักท่องเที่ยวต่างประเทศยังยืนยันการเดินทางมาไทย โดยไม่มีการถอนการเดินทาง และรัฐบาลได้สั่งให้กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กระทรวงท่องเที่ยวฯ กระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบและติดตามนักท่องเที่ยวชาวแอฟริกาที่เข้ามาไทยตั้งแต่วันที่ 15 พ.ย.2564 ติดตามมาให้ได้ทุกคน และประกบตัว เพื่อเชิญนักท่องเที่ยวเหล่านั้นเข้ามาตรวจสอบอย่างใกล้ชิด” รมว.ท่องเที่ยว ระบุ

นายพิพัฒน์ กล่าวด้วยว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค.2564 เป็นต้นมา ยังไม่มีนักท่องเที่ยวจาก 8 ประเทศแแอฟริกาเข้าประเทศไทยอีกเลย ตราบใดที่ประเทศไทยยังมีการป้องกันโดยกระทรวงสาธารณสุขและคนไทยทั้งชาติช่วยกัน เขาจะตัดสินใจได้ทันทีว่าจะยังเดินทางเข้ามาเที่ยวในประเทศไทย รวมทั้งจากการตรวจสอบสถิติผู้ติดเชื้อพบว่านักท่องเที่ยวที่เดินทางมาประเทศไทยดูแลตนเองดีอยู่แล้ว ขอให้คนไทยสบายใจได้ อย่างไรก็ตาม กระทรวงท่องเที่ยวฯ ขอขยายเวลาในพื้นที่บลูโซนจากเวลา 21.00 น. เป็นเวลา 23.00 น. และการเปิดผับ บาร์หรือคาราโอเกะ พยายามเสนอใน ศบค. และหารือกับกระทรวงสาธารณสุขว่าเรามีวิธีผ่อนปรนอย่างไร และจะเปิดเป็นโซนได้อย่างไรในพื้นที่ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยว.