รู้กันไว้! ไวรัสโควิดไร้สีที่ตามองเห็นส่วนที่ขึ้นเป็นสีแดงเพราะใช้คอมพิวเตอร์แต่ง

ศูนย์จีโนมทางการแพทย์เปิดความรู้เรื่องสีไวรัส บอกชัดไม่มีสีที่ตามองเห็นได้ ส่วนที่เป็นสีแดงไม่ใช่สีจริงเป็นการแต่งแต้มด้วยคอมพิวเตอร์

21 มิ.ย.2566 - ศูนย์จีโนมทางการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล โพสต์เฟซบุ๊กพร้อมรูประบุว่า “ไวรัสมีสีหรือไม่” และ “ทำไมภาพอนุภาคไวรัสโควิด-19 จึงมีสีแดง” ทำความเข้าใจธรรมชาติของไวรัสและสี: ความเชื่อที่ว่าไวรัสมีสีนั้นไม่ถูกต้อง เหตุผลหลักคือไวรัสมีขนาดที่เล็กมาก ทำให้มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าและไม่สามารถโต้ตอบกับแสงที่มองเห็นในลักษณะที่จะให้สีได้

นักวิทยาศาสตร์ใช้กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนในการมองเห็นไวรัสเหล่านี้ เพื่อทราบถึงรายละเอียดที่ซับซ้อนเกี่ยวกับรูปร่างและขนาดของไวรัส อย่างไรก็ตาม เทคนิคนี้ให้ภาพโทนสีเทา (gray scale) มีเฉพาะเฉดสีเทาตั้งแต่สีขาวบริสุทธิ์ไปจนถึงสีดำล้วนไม่มีข้อมูลสีใดๆ ใช้บอกขนาดและรูปร่าง ไม่ใช่สี ภาพสีของไวรัสที่ได้จากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนนั้นถูกแต้มเติมสีด้วยคอมพิวเตอร์เพื่อเพิ่มการมองเห็น แต่ไม่ใช่สีจริงของไวรัส
ตัวอย่างเช่น ไวรัสโคโรนา 2019 (SARS-CoV-2) ซึ่งเป็นสาเหตุของโรคโควิด-19 มักจะแสดงภาพด้วยสีแดงสด ทำให้หลายคนเข้าใจว่าไวรัสโคโรนา 2019 มีสีแดง

ปฏิสัมพันธ์ระหว่างขนาดไวรัส ความยาวคลื่นแสง และสี: การที่ไวรัสไม่มีสีเกี่ยวข้องอย่างสำคัญกับขนาดที่เล็กและปฏิสัมพันธ์กับแสง แสงที่เรามองเห็นด้วยตาจะอยู่ภายใต้สเปกตรัมของความยาวคลื่นที่จำเพาะ ซึ่งครอบคลุมประมาณ 400 ถึง 700 นาโนเมตร เมื่อวัตถุสัมผัสกับพลังงานแสง มันจะดูดซับแสงความยาวคลื่นนั้นเข้าไปและสะท้อนแสงหรือคายพลังงานแสงออกมาในช่วงความยาวคลื่นที่ยาวขึ้นเพราะพลังงานลดลง (สูญเสียให้กับวัตถุ) สีที่เรารับรู้จะจอประสาทตาถูกกำหนดโดยความยาวคลื่นที่สะท้อนหรือส่งผ่านจากวัตถุเหล่านี้
1 นาโนเมตรนั้นเล็กกว่าความกว้างของเส้นผมประมาณ 100,000 เท่า

1 นาโนเมตร มีขนาดเท่ากับไฮโดรเจน 1 อะตอม ถ้าเรียงอะตอมของไฮโดรเจน 100,000 อะตอมตั้งแต่ต้นจนจบ พวกมันก็จะมีความยาวประมาณ 1 นาโนเมตร ความกว้างของโมเลกุล DNA ประมาณ 2 นาโนเมตร ไวรัสที่เล็กที่สุดมีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 20 นาโนเมตร

อย่างไรก็ตาม ไวรัสโดยทั่วไปจะมีเส้นผ่านศูนย์กลางน้อยกว่า 200 นาโนเมตร สำหรับไวรัสโคโรนา 2019 เป็นไวรัสที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 120 นาโนเมตร ขนาดเล็กกว่าความยาวคลื่นของแสงที่มองเห็นอย่างมาก ด้วยเหตุนี้ ไวรัสจึงไม่ทำปฏิกิริยากับแสงในลักษณะที่ช่วยให้สามารถดูดซับหรือสะท้อนความยาวคลื่นเฉพาะได้ ส่งผลให้ไม่มีสี

การแสดงภาพของไวรัสโดยใช้กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน: กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนเป็นเทคนิคที่ใช้ในการมองวัตถุขนาดเล็กที่กล้องจุลทรรศน์ธรรมดามองไม่เห็น กล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนใช้ลำแสงอิเล็กตรอน ไม่ใช่แสง (visible light) ที่ตามองเห็น เพื่อสร้างภาพที่มีความละเอียดสูง ความยาวของลำแสงอิเล็กตรอนที่ใช้แสดงภาพของไวรัสจึงต่ำเพียง 0.1 นาโนเมตรซึ่งแตกต่างจากกล้องจุลทรรศน์แบบดั้งเดิม ส่งผลให้ได้ภาพโทนสีเทา ที่แสดงรายละเอียดที่ซับซ้อนของรูปร่างและโครงสร้างของไวรัส สีที่มักเห็นจากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอนเหล่านี้ เช่น โควิดสีแดง ถูกเพิ่มเข้ามาหลังการถ่ายทำ เพื่อดึงดูดความสนใจและให้เห็นความแตกต่างของโครงสร้างไวรัสในภาพ แต่ไม่ได้เป็นตัวแทนของสีของไวรัส

ดังนั้นในทางวิทยาศาสตร์เมื่อคำนึงถึงขนาดที่เล็กของไวรัส การโต้ตอบกับแสง และภาพโทนสีเทาที่ได้จากกล้องจุลทรรศน์อิเล็กตรอน จึงระบุว่าไวรัส รวมทั้งไวรัสโคโรนา 2019 ไม่มีสีที่ตาเราสามารถเห็นได้

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

มั่นใจไม่ระบาดใหญ่! หมอยง ชี้ไวรัสนิปาห์การแพร่กระจายโรคต่ำ แนะเตรียมระบบสาธารณสุขรับมือ

ไวรัสนิปาห์ เป็นโรคที่รู้จักมานานแล้วเกือบ 30 ปี องค์ความรู้ มีการศึกษากันมากมาโดยตลอด และการวินิจฉัยก็ไม่ได้ยุ่งยากซับซ้อน

นักวิชาการ มธ. คนแรกของอาเซียน คว้ารางวัล People of ACM

นักวิชาการ มธ. คนแรกของไทยและอาเซียน ได้รับเลือกเป็น People of ACM จากบทบาทพัฒนาทักษะซูเปอร์คอมพิวเตอร์ให้ประชาชนภาคเหนือ เชื่อมเทคโนโลยีขั้นสูงสู่การสร้างนวัตกรรมแก้ปัญหาพื้นที่