สธ. ประกาศยกระดับเตือนภัยโควิด ระดับ 4 งดกินดื่มในร้าน เลี่ยงกิจกรรมรวมกลุ่ม

6 ม.ค.2565 - ที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต จ.ภูเก็ต นพ.เกียรติภูมิ วงศ์รจิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข แถลงสถานการณ์โรคโควิด 19 ประเทศไทย ว่า วันนี้ประเทศไทยพบผู้ติดเชื้อ 5,775 ราย รักษาหาย 2,673 ราย และเสียชีวิต 11 ราย ภาพรวมผู้ป่วยอาการหนักและเสียชีวิตลดลง แต่มีการติดเชื้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว จากการเข้าไปใช้บริการในสถานที่เสี่ยง ร้านอาหารกึ่งผับ การจัดกิจกรรมรวมกลุ่มคน เช่น งานเลี้ยง งานบุญทางศาสนา ที่อาจไม่ได้ระวังเพียงพอทำให้เกิดการระบาด โดยวันนี้มีจังหวัดที่ติดเชื้อเกินร้อยรายเพิ่มเป็น 11 จังหวัด จ.ชลบุรี มีการติดเชื้อสูงสุด 769 ราย ตามด้วย สมุทรปราการ 484 ราย และ กทม. 454 ราย ภาพรวมถือว่าเข้าสู่การระบาดอีกระลอก ซึ่งเป็นไปตามการคาดการณ์ฉากทัศน์ที่มีการระบาดของสายพันธุ์โอมิครอน ซึ่งแม้ส่วนใหญ่จะไม่มีอาการหรือมีอาการน้อย แต่ต้องเฝ้าระวังป้องกันไม่ให้มีการติดเชื้อเพิ่มรวดเร็วเกินไปจนเป็นปัญหาต่อระบบสาธารณสุข

นายแพทย์เกียรติภูมิกล่าวต่อว่า กระทรวงสาธารณสุขได้ยกระดับการเตือนภัยประชาชนจากระดับ 3 เป็นระดับ 4 โดยมีข้อแนะนำ คือ 1.อาจปิดสถานที่เสี่ยงที่ทำให้มีการแพร่เชื้อ หรือเพิ่มมาตรการมากขึ้นให้สถานที่เสี่ยงมีความปลอดภัย 2.ชะลอการเดินทาง เช่น ขอให้ทำงานที่บ้าน งดเดินทางข้ามจังหวัดถ้าไม่จำเป็น เนื่องจากการเคลื่อนย้ายทำให้เกิดการแพร่เชื้ออย่างรวดเร็วได้ 3.จำกัดการรวมกลุ่ม มีมาตรการเคร่งครัดมากขึ้น ไม่ให้มีการแพร่เชื้อต่อ และ 4.ปฏิบัติตามมาตรการ VUCA คือ V เร่งฉีดวัคซีน U ป้องกันตนเองครอบจักรวาล รักษาระยะห่าง ล้างมือ ใส่หน้ากาก พยายามอยู่ในที่โล่ง C สถานประกอบการปฏิบัติตามมาตรการ COVID Free Setting และ A ตรวจ ATK เป็นประจำ

สำหรับแต่ละระดับของการเตือนภัยจะมีมาตรการป้องกันควบคุมโรคสำคัญแตกต่างกัน ตามที่กรมควบคุมโรคกำหนด ได้แก่

ระดับ 1 ไปสถานที่เสี่ยงได้ทุกแห่ง ร่วมกิจกรรมได้แบบ New Normal โดยสารขนส่งสาธารณะได้ การเดินทางเข้าประเทศโดยปกติ

ระดับ 2 กลุ่มผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัว หญิงตั้งครรภ์ และผู้รับวัคซีนไม่ครบงดเข้าสถานบันเทิง เลี่ยงเข้าสถานที่ปิด/แออัด เลี่ยงร่วมกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มจำนวนมาก เลี่ยงโดยสารขนส่งสาธารณะทุกประเภท เลี่ยงไปต่างประเทศ เข้าประเทศแบบกักตัว

ระดับ 3 ทุกคนงดเข้าสถานบันเทิง เลี่ยงเข้าสถานที่ปิด/แออัด กลุ่มผู้สูงอายุ มีโรคประจำตัว หญิงตั้งครรภ์ และผู้รับวัคซีนไม่ครบ เลี่ยงร่วมกิจกรรมที่มีการรวมกลุ่มจำนวนมาก เลี่ยงโดยสารขนส่งสาธารณะทุกประเภท งดไปต่างประเทศ คนทั่วไปเลี่ยงเดินทางไปต่างประทศ เข้าประเทศแบบกักตัว

ระดับ 4 ทุกคน งดไปรับประทานร่วม/ดื่มสุราในร้าน งดเข้าสถานที่เสี่ยงทุกประเภท เลี่ยงเข้าใกล้ผู้อื่นนอกบ้าน งดร่วมกิจกรรมกลุ่ม งดโดยสารขนส่งสาธารณะทุกประเภท งดไปต่างประเทศ เข้าประเทศกักตัว

และระดับ 5 ทุกคนงดออกนอกบ้าน หากจำเป็นเพื่อการดำรงชีวิต เช่น ตรวจ รักษา ซื้ออาหาร ของใช้ งดรวมกลุ่มมากกว่า 5 คน งดใกล้ชิดกันในบ้าน (ผู้ที่ไม่ได้รับวัคซีน) งดออกนอกบ้าน หากจำเป็นให้ใช้รถส่วนตัวและคัดกรอง ห้ามไปต่างประเทศ และเข้าประเทศกักตัว

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

วาทกรรมเตะตัดขา 'หมอฮีโร่' คำถามที่พรรคส้มไม่กล้าตอบ

กรณีของ นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ เริ่มต้นจากเรื่องวินัยราชการ ไม่ใช่เรื่องความคิดเห็น ไม่ใช่เรื่องอุดมการณ์ และไม่ใช่เรื่องเลือกข้างทางการเมือง หากแต่เป็นการตรวจส

ลั่นปลด 'หมอสุภัทร' ไม่เกี่ยวภูมิใจไทยเซ็งถูกไปโยงการเมือง

'อนุทิน' ลั่นปลด 'หมอสุภัทร' ไม่เกี่ยวภูมิใจไทย เชื่อถูกฝ่ายตรงข้ามนำไปโยงการเมือง ยันไม่เคยสั่งการ-ไม่มีนโยบายปลดเจาะจงขรก. เชื่อไม่กระทบคะแนนเสียง

'ปชน.' ป้อง 'หมอสุภัทร' ถูกปลดออกจากราชการไม่เป็นธรรมเจตนากลั่นแกล้ง ลั่นต้องต่อสู้ถึงที่สุด

เพจ พรรคประชาชน - People's Party เผยแพร่แถลงการณ์พรรคประชาชน กรณีการปลดนายแพทย์สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ออกจากราชการ มีใจความว่า .

สธ. ตรวจเข้มผู้เดินทางจากอินเดีย ไม่พบผู้ติดเชื้อไวรัสนิปาห์

"พัฒนา" เผยนายกฯ กำชับ สธ.- คค. คุมเข้มสกัดไวรัสนิปาห์ตั้งแต่สนามบิน ยันตรวจผู้เดินทางจากรัฐเวสต์เบงกอลแล้ว ทั้งสามสนามบิน 1,700 ราย ยังไม่พบผู้ติดเชื้อในไทย ย้ำ ติดยากกว่าโควิด-19 และไม่แพร่เชื้อในระยะฟักตัว

นายกฯ ลั่นไม่เคยกลั่นแกล้งใคร ปลด 'หมอสุภัทร' เรื่องภายใน สธ.

นายกฯ ยันปลด 'หมอสุภัทร' เรื่องภายใน สธ. บอกตอนนี้อยู่ทำเนียบฯ แล้ว ลั่นไม่เคยกลั่นแกล้งใคร แจงเยียวยาน้ำท่วมหาดใหญ่จ่ายตามจริง ขึ้นอยู่กับความเสียหาย