ทลาย 6 เครือข่ายขายข้อมูลส่วนบุคคล ยึดกว่า 9 ล้านรายชื่อ เสียหายทะลุ 2 พันล้าน

ตำรวจสอบสวนกลางร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เปิดปฏิบัติการ “Cut Down Scam 2” บุก 22 จุดทั่วประเทศ ทลายเครือข่ายขายข้อมูลส่วนบุคคล 6 เครือข่าย จับผู้ต้องหา 9 ราย ยึดข้อมูลประชาชนกว่า 9.6 ล้านรายชื่อ พบเชื่อมโยงคดีออนไลน์กว่า 13,000 คดี มูลค่าความเสียหายกว่า 2,008 ล้านบาท

23 มิถุนายน 2569 - กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วมกับกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (DE) และสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPC) แถลงผลปฏิบัติการ “Cut Down Scam 2 สยบเครือข่ายค้าข้อมูลส่วนบุคคล” หลังขยายผลทลายเครือข่ายลักลอบซื้อขายข้อมูลประชาชน 6 เครือข่าย และจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 9 ราย

ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันใช้ เก็บรวบรวม ครอบครอง หรือเปิดเผยข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อนำไปใช้หรือให้ผู้อื่นใช้ก่ออาชญากรรมทางเทคโนโลยี รวมถึงแสวงหาประโยชน์โดยมิชอบจากข้อมูลส่วนบุคคล

เจ้าหน้าที่ตรวจยึดของกลางจำนวนมาก อาทิ คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก โทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต ซิมการ์ด อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูล เครื่อง Boxphone Farm สมุดบัญชี บัตรเอทีเอ็ม เงินสด 775,000 บาท รถยนต์ 1 คัน อาวุธปืน 2 กระบอก และเครื่องกระสุนปืน รวมถึงพยานหลักฐานทางดิจิทัลจำนวนมาก

คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากช่วงปลายปี 2568 เจ้าหน้าที่เปิดปฏิบัติการ “Cut Down Scam” เข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมายใน 8 จังหวัด และจับกุมผู้ต้องหาได้ 6 ราย ก่อนตรวจพบว่ากลุ่มดังกล่าวครอบครองข้อมูลส่วนบุคคลเพิ่มเติมกว่า 6 ล้านรายชื่อ เมื่อนำมารวมกับข้อมูลที่ตรวจยึดได้ก่อนหน้า พบข้อมูลรั่วไหลรวมประมาณ 9 ล้านรายชื่อ ซึ่งเชื่อว่าถูกส่งต่อให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ แก๊งสแกมเมอร์ และเครือข่ายพนันออนไลน์นำไปใช้หลอกลวงประชาชน

จากการสืบสวนขยายผลต่อเนื่อง เจ้าหน้าที่พบความเชื่อมโยงไปยังเครือข่ายเพิ่มเติมอีก 6 กลุ่ม จึงเปิดปฏิบัติการ “Cut Down Scam 2” เข้าตรวจค้น 22 จุด ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และอีก 12 จังหวัด ได้แก่ เชียงราย เชียงใหม่ แม่ฮ่องสอน ลำปาง นครสวรรค์ ลพบุรี ขอนแก่น อำนาจเจริญ สระแก้ว จันทบุรี ประจวบคีรีขันธ์ และพระนครศรีอยุธยา ก่อนจับกุมผู้ต้องหาได้รวม 9 ราย

เบื้องต้น ผู้ต้องหาทั้ง 9 คนให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา

ผลการตรวจสอบล่าสุดพบข้อมูลส่วนบุคคลรวม 9,616,199 รายชื่อ พร้อมภาพบัตรประจำตัวประชาชนของประชาชนอีก 477 ราย และเมื่อตรวจสอบกับระบบรับแจ้งความออนไลน์ Thai Police Online พบว่ามีความเชื่อมโยงกับคดีอาชญากรรมออนไลน์จำนวน 13,677 คดี คิดเป็นมูลค่าความเสียหายรวม 2,008,531,702.48 บาท

เจ้าหน้าที่ระบุว่าจะเร่งขยายผลหาต้นตอของข้อมูลที่รั่วไหล รวมถึงติดตามผู้ซื้อข้อมูลและผู้ที่นำข้อมูลไปใช้ก่อเหตุอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตม.ภูเก็ตปิดเกม! รวบหนุ่มยูเครนหนีหมายแดง แก๊งฉ้อโกงคริปโตฯ

ตม.ภูเก็ต รวบหนุ่มยูเครนวัย 26 ปี ผู้ต้องหาตามหมายแดงตำรวจสากล หลังพบหลบหนีคดีฉ้อโกงจากกรุงเคียฟ เผยพฤติการณ์สร้างบัญชี

สลด! ลูกเลี้ยงคลั่งฆ่าคนรักแม่ แทงยับ-ชิงปืนยิงซ้ำ ก่อนเผ่นหนี

เหตุสลดกลางเมืองสงขลา ชายวัย 53 ถูกทำร้ายเสียชีวิตหน้าบ้าน ญาติให้การปมขัดแย้งลูกเลี้ยงไม่พอใจมาติดพันแม่ ก่อนเห

เปิดปมหึงเลือด! นศ.ปวส.กลับห้องแฟน เจอภาพบาดตา ก่อนหนุ่มจีนดับสลด

คดีหนุ่มจีนวัย 20 ปี เสียชีวิตในหอพักย่านนาจอมเทียน ตำรวจตามตัวนักศึกษา ปวส.2 ก่อนผู้ปกครองพาเข้ามอบตัว เจ้าตัวเปิดปากเล่านาทีเข้าไ

คุม 2 โจ๋ทำแผนฯ ฉุดหญิงหวังข่มขืนในห้องน้ำสาธารณะ อ้างเมาแล้วเกิดอารมณ์

ตำรวจ สภ.บ้านฝาง คุมตัว 2 ผู้ต้องหาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังร่วมกันฉุดหญิงขณะออกกำลังกายหวังพาเข้าห้องน้ำสาธาร

รวบหนุ่มเมืองคอนค้ายานรก ซุกหน้าบ้านกลางเมืองนครศรีฯ

เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติดจังหวัดนครศรีธรรมราช สนธิกำลังเข้าจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติด พร้อมตรวจยึดยาบ้าจำนวน 52,000 เม็ด บริเวณหน้าบ้

‘ฟูจิโมริ’ เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีคนใหม่ของเปรู

เคโกะ ฟูจิโมริ ประธานาธิบดีคนใหม่ของเปรู ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินทันทีภายหลังเข้ารับตำแหน่ง โดยให้กองทัพ “เข้าควบคุมสถานการณ์ชั่วคราว” ในพื้นที่ที่มีอาชญากรรมสูงของประเทศ