ดร.ณัฎฐ์ ชี้บัตรเลือกตั้งบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด ไม่อาจตรวจย้อนรู้ประชาชนเลือกใคร

นักกฎหมายมหาชน ชี้ กกต.มีอำนาจจัดทำบัตรเลือกตั้งบาร์โค้ด-คิวอาร์โค้ด เพื่อป้องกันการปลอมแปลงและบริหารจัดการเลือกตั้ง ยันไม่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ว่าผู้มีสิทธิลงคะแนนเลือกผู้สมัครหรือพรรคใด ก่อนศาลรัฐธรรมนูญนัดวินิจฉัยคดี 28 ก.ย.นี้

27 กันยายน 2569 - สืบเนื่องศาลรัฐธรรมนูญนัดฟังคำวินิจฉัยชี้ขาดคดีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด บัตรเลือกตั้ง สส. ที่ กกต.นำมาใช้ในการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา

ล่าสุด ดร.ณัฐวุฒิ วงศ์เนียม มือกฎหมายมหาชน ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ (MD) บจ. AURELIAN GROUP และกลุ่มบริษัทในเครือ AG ให้ความเห็นเพื่อประโยชน์สาธารณะว่า ในแง่กฎหมายมหาชน ต้องตรวจสอบก่อนว่าหน่วยงานนั้นมีอำนาจหรือไม่ หากมีอำนาจ กฎหมายกำหนดกลไกไว้อย่างไร จะขี้แพ้ชวนตี หรือแพ้แล้วพาล ทำไม่ได้ ต้องยึดหลักกฎหมาย เพราะประเทศเราปกครองโดยหลักนิติรัฐ ยึดหลักกฎหมาย โดยเฉพาะ กกต.เป็นองค์กรอิสระและถือเป็นหน่วยงานของรัฐ แม้ กกต.และสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งแยกคนละบอร์ด แต่เป็นไปตามหลักการบริหารในองค์กรอิสระ มีกฎหมายกำกับควบคุมและ พ.ร.ป.ป.ป.ช. ยังกำกับกรรมการในองค์กรอิสระ จะกระทำตามอำเภอใจไม่ได้

ดร.ณัฐวุฒิกล่าวว่า ในการจัดทำบัตรเลือกตั้ง สส. ในการเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 กกต.มีอำนาจตาม พ.ร.ป.กกต. พ.ร.ป.สส. และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ.2566 โดย พ.ร.ป.สส.กำหนดเพียงให้จัดทำตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ กกต.กำหนด

ทั้งนี้ ปรากฏในระเบียบ กกต.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2566 ข้อ 129 วรรคสอง ให้อำนาจ กกต.กระทำได้ วัตถุประสงค์เพื่อป้องกันการปลอมแปลงบัตรเลือกตั้ง แก้เกมลอกเลียนบัตร โกงการเลือกตั้ง บัตรปลอม บัตรข้ามเขต ข้อดีคือควบคุมและรู้ที่มาของบัตรได้ว่ามาจากแห่งใด ข้ามเขตหรือไม่ แต่ไม่อาจตรวจสอบย้อนกลับและทราบผลการเลือกของประชาชนแต่ละคนได้

ดร.ณัฐวุฒิกล่าวต่อว่า ส่วนคนที่บอกว่าตรวจสอบย้อนกลับได้ ราคาน้ำลาย ละครลิงเท่านั้น โดยมีอดีต กกต.รายหนึ่ง ที่มีปัญหากับองค์กร กกต. และไปนั่งเป็นอนุ กมธ. ใช้ภาษีประชาชน เบี้ยเลี้ยง มาทำลาย กกต. ตนดำเนินคดีอาญาไปแล้วหลายข้อหา ทั้ง สน.ทุ่งสองห้อง สน.บางโพ สน.บางเขน และ สน.ทองหล่อ คดียาวเป็นหางว่าว

ทั้งโดยข้อหาหนักระดมทุนสู้คดี กกต. ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ฟอกเงิน สมคบกันฟอกเงิน ที่โอนสำนวนคดีจาก สน.ทองหล่อ ให้กองบัญชาการสอบสวนกลางทำคดีแทน ไม่รวมถึงคดีอาญาจงใจกระทำโดยมิชอบฯ ฝ่าฝืน พ.ร.ป.ป.ป.ช. มาตรา 126, 172 และกระทำฝ่าฝืน รธน. จริยธรรมกรรมการในองค์กรอิสระ มาตรา 219 และมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง เมื่อครั้งสมัยเป็น กกต. ปี 2561

ดร.ณัฐวุฒิระบุว่า รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2560 มาตรา 224, 225 บัญญัติให้อำนาจ กกต.ในการบริหารจัดการการเลือกตั้ง ควบคุมการเลือกตั้ง ประกาศผลการเลือกตั้ง รวมถึงการสืบสวนและไต่สวน ทั้งก่อนรับรองและภายหลังประกาศรับรอง ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 วรรคสี่ โดยเมื่อรับรองแล้ว ไม่ตัดอำนาจ กกต.ในการสืบสวนและไต่สวนในคดีทุจริตการเลือกตั้ง แม้ กกต.รับรองภายใน 60 วันแล้วก็ตาม

ส่วนปัญหาว่าการจัดการเลือกตั้งของ กกต.เป็นความลับหรือไม่ ดร.ณัฐวุฒิกล่าวว่า เป็นข้อถกเถียงกันในสังคมจนคดีขึ้นสู่ศาลชี้ขาด ถือว่าเป็นข้อดี เพราะเมื่อศาลได้ตัดสินแล้วจะได้เป็นบรรทัดฐานแก่สังคมและผู้ใช้บังคับกฎหมาย รวมถึง กกต.เอง

สำหรับคำว่า “ออกเสียงโดยตรงและลับ” ดร.ณัฐวุฒิอธิบายว่า การออกเสียงลงคะแนนโดยตรง มีความหมายในตัวว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งต้องเป็นผู้ลงคะแนนด้วยตนเอง ไม่อาจให้บุคคลอื่นลงคะแนนแทนตนได้ และมิใช่การเลือกผู้แทนเพื่อไปเลือกตั้งอีกครั้งหนึ่งในลักษณะเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกา หรือดังเช่นที่เคยกระทำในการเลือกตั้งตาม พ.ร.บ.ธรรมนูญการปกครองแผ่นดินสยามชั่วคราว พ.ศ.2475

ส่วนคำว่า การออกเสียงลงคะแนนโดยลับ มีความหมายว่า ในการลงคะแนนของผู้มีสิทธิออกเสียงลงคะแนน “จะต้องกระทำในลักษณะที่บุคคลอื่นไม่อาจทราบ” หรือตรวจสอบได้ว่า ผู้มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนอย่างไร หรือออกเสียงลงคะแนนให้ผู้สมัครคนใด ในเรื่องนี้ ศาลรัฐธรรมนูญเคยมีคำวินิจฉัย ที่ 9/2549 ลงวันที่ 8 พฤษภาคม 2549 ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 123 ตอนที่ 43 ก 12 พฤษภาคม 2549 สรุปได้ว่า หลักการการเลือกตั้งโดยลับนั้นเป็นสาระสำคัญของการเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตย การใช้สิทธิเลือกตั้งโดยเสรี หากการเลือกตั้งไม่ลับแล้ว การเลือกตั้งก็ไม่อาจที่จะเป็นการเลือกตั้งโดยเสรีได้

ดร.ณัฐวุฒิกล่าวว่า การเลือกตั้งโดยลับให้ความคุ้มครองทั้งผู้มีสิทธิออกเสียงเลือกตั้งแต่ละคน และผลประโยชน์โดยส่วนรวมด้วย หลักการเลือกตั้งโดยลับ ต้องดำเนินการเลือกตั้งโดยไม่มีผู้ใดทราบได้เลยว่า ผู้ลงคะแนนออกเสียงเลือกตั้งแต่ละคนตัดสินใจอย่างไร

“สรุปภาษาชาวบ้าน คำว่า ‘ลับ’ หมายความว่า ‘ลับตลอดไป’” ดร.ณัฐวุฒิกล่าว พร้อมอ้างถึงความมุ่งหมายและคำอธิบายประกอบรายมาตรา 85 วรรคหนึ่ง รัฐธรรมนูญ 2560 และเจตนารมณ์ของความมุ่งหมายของรัฐธรรมนูญ มาตรา 85 วรรคหนึ่ง

ดร.ณัฐวุฒิอธิบายต่อว่า ในการจัดการเลือกตั้ง เมื่อประชาชนไปแสดงตนต่อหน้าเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง โดยแสดงบัตรประจำตัวประชาชน พร้อมลงชื่อในบัญชีรายชื่อของกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และลงชื่อในต้นขั้ว เป็นไปตามระเบียบ กกต.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2566 ข้อ 130-134 และนำบัตรเลือกตั้งทั้งสองไปกาที่คูหา สถานที่ กปน.กำหนดไว้ เพื่อป้องกันการมองเห็น ตรงนี้ถือว่าเป็นความลับครั้งที่ 1

เมื่อกาบัตรเสร็จแล้ว ต้องพับบัตรเลือกตั้งทั้งสองใบไปหย่อนบัตรเลือกตั้ง ภาษากฎหมายเรียกว่า หย่อนบัตรเลือกตั้ง ภาษารัฐศาสตร์เรียกว่า ประชาธิปไตยทางอ้อม เลือกผู้แทน โดยไทยใช้เสียงข้างมากและมีผู้ชนะเพียงคนเดียวในระบบเขตเลือกตั้ง ส่วนบัญชีรายชื่อนำคะแนนไปกองรวมเพื่อคำนวณ สส.บัญชีรายชื่อ เกิดขึ้นครั้งแรกตามรัฐธรรมนูญ 2540 โดย กกต.เกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญ 2540

ดร.ณัฐวุฒิระบุว่า ตาม พ.ร.ป.สส. และระเบียบ กกต.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ.2566 การนับคะแนนต้องกระทำโดยเปิดเผย โดยตัวแทนแต่ละพรรคการเมืองจะไปสังเกตการณ์จะต้องดำเนินการขออนุญาตต่อ กกต.ภายใน 15 วันนับถึงวันเลือกตั้ง และการคัดค้านผลเลือกตั้งต้องกระทำทันทีภายในคูหาการเลือกตั้ง โดย กปน.ต้องจัดทำบันทึกเหตุการณ์ไว้ อาทิ นับคะแนนไม่ถูกต้อง หรือบัตรผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งและบัตรลงคะแนนไม่ตรงกัน ที่เรียกกันว่า บัตรเขย่ง

การนับคะแนนจะต้องกระทำต่อเนื่องและให้เสร็จสิ้นภายในหน่วย และจะต้องนำหีบบัตรและผลคะแนนแจ้งประธาน กกต.ระดับเขตเลือกตั้ง โดยหีบบัตรจะต้องนำไปยุบรวมสถานที่กำหนดไว้ และนำไปส่งมอบให้ ผอ.เลือกตั้งประจำจังหวัดภายใน 7 วันนับแต่วันเลือกตั้งเสร็จสิ้น และให้จัดทำบันทึกผลคะแนนติดไว้สถานที่เลือกตั้ง

ดร.ณัฐวุฒิกล่าวว่า การยุบหีบบัตรและนำมารวม โดยนำบัตรเลือกตั้งที่ใช้งานแล้วกับบัตรเลือกตั้งที่ไม่ได้ใช้งานแยกออกจากกัน โดยบัตรเลือกตั้งที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ต้นขั้ว และรายชื่อ แยกเก็บต่างหากจากกัน เรียกว่า ลับครั้งที่สอง เป็นลับตลอดไป เป็นไปตามความมุ่งหมายคำอธิบายคำว่า ลับ และเป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญทุกประการ

สำหรับปัญหาว่าบาร์โค้ดในบัตรสีชมพู ซึ่งเป็นบัตรบัญชีรายชื่อ สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปยังผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งได้หรือไม่ ดร.ณัฐวุฒิกล่าวว่า คำตอบคือไม่ได้ เพราะจะต้องครบองค์ประกอบ 3 อย่าง ต้องทราบแน่ชัดว่า บัตรเลือกตั้งที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ต้นขั้ว และรายชื่อผู้ใช้สิทธิ ต้องเชื่อมโยงถึงกัน แต่การจัดการเลือกตั้ง เมื่อแยกเก็บแล้วจะจัดเก็บสถานแห่งเดียวกันหรือไม่ ไม่สามารถดำเนินการนำออกมาได้ เว้นแต่คำสั่งศาล หรือเป็นของกลางในคดี เพราะกำกับควบคุมความลับตลอดไปด้วยข้อกฎหมาย หากบุคคลใดกระทำฝ่าฝืน แม้แต่ตุลาการรัฐธรรมนูญ ย่อมไม่อาจกระทำได้ เพราะไม่ใช่ของกลางในคดีอาญา

ส่วนบัตรสีเขียวในการเลือกตั้งปี 2566 ดร.ณัฐวุฒิกล่าวว่า หากย้อนกลับไปดูการเลือกตั้งที่อังกฤษ สกอตแลนด์ เนเธอร์แลนด์ เยอรมนี หรือในโซนเอเชีย เช่น สิงคโปร์ มีทั้งบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด โดย กกต.นำไปใช้ในประเทศในพื้นยุโรป ผลการเลือกตั้งไม่เคยตกเป็นโมฆะ และเป็นความลับ

ดร.ณัฐวุฒิกล่าวต่อว่า ส่วนของไทย กกต.อาศัยรัฐธรรมนูญ มาตรา 224, 225 ในการบริหารจัดการการเลือกตั้งและควบคุมการเลือกตั้ง สอดคล้องปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชนในการใช้สิทธิเลือกตั้งตัวแทนเข้าไปทำหน้าที่ ทั้งการป้องกันปลอมแปลงบัตรเลือกตั้ง ควบคู่การบริหารจัดการเลือกตั้ง และควบคุมการเลือกตั้ง ทั้งให้อำนาจ กกต.ในการแจกใบส้ม ใบเหลือง ใบแดงและใบดำ ทั้งบัตรเลือกตั้งอิเล็กทรอนิกส์ กกต.สามารถกระทำได้โดยภายใต้หลักป้องกันปลอมแปลง รวมถึงในยุคดิจิทัล ป้องกันบัตรผี บัตรข้ามเขต ทั้งต้นทุนในการผลิตต่ำ แต่มีคุณภาพสูง ประเทศชาติได้ประโยชน์

กระบวนการจัดการเลือกตั้งจึงเป็นความลับในทางพฤตินัยและลับตลอดไป โดย กกต.ใช้กฎหมายกำกับควบคุม โดยมีระยะเวลา 2 ปี ใช้กล้องบันทึกภาพป้องกันขโมยบัตรเลือกตั้งอีกชั้นหนึ่ง เมื่อพ้น 2 ปีและไม่ใช่ของกลางในคดี กกต.นำไปเผาทำลาย เป็นลับตลอดไป “มันเป็นเช่นนั้นเอง” จึงมาบอกกล่าวเล่าให้ฟัง เพื่อเกิดภาพในเชิงวิชาการในแง่มุมกฎหมายมหาชน เพื่อประโยชน์แก่ประเทศชาติ

ดร.ณัฐวุฒิกล่าวทิ้งท้ายว่า รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี บริหารประเทศยาวๆ ครบเทอม เพิ่มตัวเลขฝ่ายรัฐบาล โดยพรรคกล้าธรรม รวมจำนวน 338 เสียง ปรากฏชัดในร่างพระราชบัญญัติรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ประเทศมั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง ตนจะชักชวนนักธุรกิจในภาคพื้นยุโรปมาลงทุนในประเทศไทย ลูกหลานจะได้มีงานทำ กระจายรายได้ ทำให้เศรษฐกิจเข้มแข็ง.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

28 ก.ย.รู้ผลคดีบัตรเลือกตั้ง ศาลรธน.ต้องตีความโดยเคร่งครัด

วันจันทร์นี้ 28 กันยายน ศาลรัฐธรรมนูญนัด9 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญลงมติในคำร้องคดีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินร้องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งเมื่อ 8 ก.พ.2569

จันทร์นี้ระทึก! 'เลือกตั้งโมฆะ' หรือไม่ 'ศาลรธน.' ต้องยึด 3 หลักตีความเคร่งครัด

จันทร์นี้มีระทึก 'เลือกตั้งโมฆะ' หรือไม่ 'อดีตผู้พิพากษา' ย้ำ 9 ตุลาการศาลรธน. ต้องตีความโดยเคร่งครัด อย่าตีความขยายรัฐธรรมนูญ ชี้เสี่ยงบัตรเลือกตั้งไม่เป็นความลับ

ดร.ณัฏฐ์ ชี้ 'กล้าธรรม' ถอนตัวฝ่ายค้านมาถูกทาง หนุนรัฐบาลเพิ่มเสถียรภาพ

“ดร.ณัฐวุฒิ” นักกฎหมายมหาชน ชี้ “กล้าธรรม” ถอนตัวจากฝ่ายค้านสามารถทำได้ ไม่มีกฎหมายบัญญัติห้าม มองการหันมาสนับสนุนรัฐบาลช่วยเพิ่มเสียงและเสถียรภาพทางการเมือง เชื่อส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและบรรยากาศการลงทุน

ดร.ณัฏฐ์ จี้ ผบ.ตร.โอนคดี ‘สมชัย-ปริญญา-ยิ่งชีพ’ ให้กองปราบฯ

บี้ทุกดอก! ดร.ณัฐวุฒิ เตรียมยื่นหนังสือ ผบ.ตร. 14 ก.ย. ขอโยกสำนวนคดีที่กล่าวหา “สมชัย-ปริญญา-ยิ่งชีพ” กับพวก ร่วมฉ้อโกงประชาชน-ฟอกเงิน จาก สน.ทองหล่อให้กองปราบฯ รับช่วง อ้างสำนวนล่าช้า ตั้งคำถามเหตุใดยังไม่ขอหมายจับ พร้อมวิจารณ์การทำงาน ผกก.สน.ทองหล่อ

กันยาเดือด! 'สนธิ' นำม็อบลงถนน กกต. เติมเชื้อ 'ฮั้ว สว.' ผสมศาลชี้คดีบาร์โค้ด

กันยาสะสมอารมณ์เดือด ปชช.เริ่มลงถนน 7 ก.ย. 'สนธิ' ไล่ทุนเทาทวงประเทศคืน หวั่น 14 ก.ย. กกต. เติมเชื้อ 'ฮั้ว สว.' ผสมศาล รธน.ชี้ชะตาบัตรเลือกตั้ง 28 ก.ย. ขณะที่ดาต้าเซ็นเตอร์ภัยวายวอด