ป.ป.ส. ลุยค้นห้อง "ลูกเรือสาว" ขยายผลขบวนการเฮโรอีนข้ามชาติ

30 มิถุนายน 2569 น.ส.อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และโฆษกสำนักงาน ป.ป.ส. ชี้แจงถึงกรณีที่ปรากฏเป็นข่าวว่า ทางการประเทศออสเตรเลียได้ควบคุมตัวลูกเรือของสายการบินในข้อหาลักลอบนำเข้ายาเสพติดให้โทษประเภท 1 (เฮโรอีน) ณ เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลียว่า 

ที่ผ่านมา สำนักงาน ป.ป.ส. และ AFP มีความร่วมมือกันภายใต้ “ปฏิบัติการเฉพาะกิจร่วม Taskforce Storm” มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2559 โดยมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวกรอง ขยายผลจับกุม และยึดทรัพย์ผู้ต้องหาทั้งในประเทศไทย ประเทศออสเตรเลีย และผู้ต้องหาที่หลบหนีไปยังประเทศต่างๆ 

สำหรับกรณีนี้ ล่าสุด สำนักงาน ป.ป.ส. ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับทาง AFP จนได้รับข้อเท็จจริงที่ชัดเจนแล้ว และจะนำข้อมูลดังกล่าวไปเร่งสืบสวนขยายผล เพื่อทลายเครือข่ายการลักลอบส่งยาเสพติดไปยังประเทศออสเตรเลียต่อไป 

ทั้งนี้ ในวันเดียวกัน สำนักงาน ป.ป.ส. ได้เข้าตรวจค้นหอพักของหญิงสาวผู้ถูกกล่าวหารายดังกล่าว พร้อมสอบปากคำแฟนของผู้ต้องหา เพื่อสืบสวนขยายผลไปยังผู้ที่เป็นเจ้าของยาเสพติด และผู้เกี่ยวข้องในเครือข่าย ซึ่งเชื่อว่าเป็นผู้รับฝากยาเสพติดให้ลักลอบนำไปยังประเทศออสเตรเลีย โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานและติดตามตัวผู้ร่วมขบวนการมาดำเนินคดีตามกฎหมาย 

โฆษกสำนักงาน ป.ป.ส. ชี้แจงเพิ่มเติมถึงมาตรการตรวจค้นและคัดกรองสิ่งของสัมภาระก่อนออกเดินทางว่า ปัจจุบันการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทยได้ดำเนินการตรวจค้นและสแกนสัมภาระติดตัว (Carry-on) และสัมภาระโหลดใต้ท้องเครื่อง (Checked Baggage) ด้วยเครื่องเอกซเรย์ (X-ray) เพื่อหาวัตถุอันตราย อาวุธ หรือสิ่งของต้องห้ามของผู้โดยสารทุกคน รวมถึงลูกเรือ ซึ่งเป็นบุคลากรที่เข้าถึงพื้นที่ปฏิบัติงานและอากาศยานโดยตรง จึงต้องผ่านการตรวจค้นตามมาตรฐานความปลอดภัยเช่นเดียวกับผู้โดยสาร ทั้งนี้ สำนักงาน ป.ป.ส. ได้เร่งหารือร่วมกับการท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (AOT) เพื่อยกระดับมาตรการความปลอดภัย พร้อมเพิ่มความเข้มงวดในระบบการตรวจคัดกรองให้มีความรัดกุมสูงสุด 

นอกจากนี้ สำนักงาน ป.ป.ส. ได้บูรณาการการทำงานระหว่างหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของไทยและระหว่างประเทศ เพื่อรับมือกับปัญหายาเสพติดข้ามชาติ โดยจัดตั้งคณะทำงานสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด ณ ท่าอากาศยาน (AITF) และ ณ ท่าเรือ (SITF) รวมถึงขยายความร่วมมือในระดับภูมิภาคอาเซียน (AAITF และ ASITF) พร้อมทั้งจัดอบรมเพิ่มพูนความรู้ให้แก่ผู้ประกอบการขนส่งและบริษัทเอกชน เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันการลักลอบขนส่งยาเสพติดผ่านพัสดุภัณฑ์ระหว่างประเทศ 

ในตอนท้าย น.ส.อารีภักดิ์ ได้ฝากเตือนและขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการรับหิ้วสิ่งของหรือรับฝากกระเป๋าสัมภาระระหว่างประเทศโดยเด็ดขาด เนื่องจากกลุ่มเครือข่ายการค้ายาเสพติดมักใช้วิธีการจ้างหรือฝากหิ้วพัสดุข้ามประเทศ โดยซุกซ่อนยาเสพติดไว้ ซึ่งหากถูกตรวจพบ ผู้รับหิ้วจะกลายเป็นผู้ต้องหาในความผิดฐานลักลอบนำเข้าหรือส่งออกยาเสพติดโดยไม่รู้ตัว ซึ่งความผิดดังกล่าวมีโทษทางกฎหมายที่รุนแรงมาก โดยเฉพาะความผิดฐานนำเข้าหรือส่งออกยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ได้แก่ เฮโรอีน ไอซ์ ยาบ้า หรือยาอี เป็นต้น) มีอัตราโทษสูงสุดคือจำคุกตลอดชีวิต ไปจนถึงประหารชีวิต ทั้งตามกฎหมายของประเทศไทยและกฎหมายของประเทศปลายทาง 

ทั้งนี้ หากพบเห็นพฤติการณ์ต้องสงสัยหรือมีเบาะแสเกี่ยวกับยาเสพติด สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนสำนักงาน ป.ป.ส. โทร. 1386 ตลอด 24 ชั่วโมง

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตั้งทีม 'Task Force' ลุยกวาดล้างแก๊งยาเสพติดข้ามชาติ

รัฐบาลผนึกกำลัง ตั้ง Task Force ลุยกวาดล้างเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ แฝงตัวในกลุ่มแรงงานไทยผิดกฎหมาย เข้มตรวจสารเสพติด คัดกรองแรงงานทุกด่าน ฟื้นความเชื่อมั่นจากเกาหลีใต้ต่อแรงงานไทย

ตชด.ภาค 2 จับแก๊งค้ายาบ้าข้ามชาติ ยึด 6 แสนเม็ด มูลค่า 10 ล้านบาท

พ.ต.อ.คณิต กลิ่นศรีสุข รองผู้บังคับการตำรวจตระเวนชายแดนภาค 2 (รอง ผบก.ตชด.ภ.2) พร้อมด้วย ร.ต.อ.คมสัน นิลสมบูรณ์ หัวหน้าชุดปฏิบัติการข่าว ตชด.ภ.2 นำกำลังเจ้าหน้าที่ ตชด. สนธิกำลังร่วมกับ สำนักการข่าว กอ.รมน.

‘ประธานสภาฯ’ ชูโมเดลบุรีรัมย์แก้ปัญหายาเสพติด

“โสภณ ซารัมย์” ประธานสภาผู้แทนราษฎร นำคณะ จากสำนักงบประมาณ และสำนักงาน ป.ป.ส. ลงพื้นที่ศึกษาดูงานการบำบัดฟื้นฟูผู้เสพและติดยาเสพติด ภายใต้โครงการ “รวมพลังรัก พลังศรัทธา แก้ปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการต้นแบบ” ที่ จ.บุรีรัมย์  ดีเดย์ 27 เม.ย.นี้ ที่สภาฯ ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ระดมสมอง ทำเวิร์คช้อป แก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ เพื่อจะได้เป็นรูปแบบเดียวกันทั้งประเทศ

สุดเสื่อม! รวบเจ้าอาวาส-พระลูกวัด มั่วสุมเสพยาบ้าคากุฏิ

ภายใต้การอำนวยการของว่าที่ร้อยตรี นครชัย แสงมณี อำเภอเขาพนม สั่งการให้นายอิทธิเชษฐ์ โภคินธนวัฒน์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานบริหารงานปกครอง เจ้าพนักงาน ป.ป.ส.

ป.ป.ส. อนุมัติจ่ายเงินกว่า 9 ล้านบาท หนุนกำลังเจ้าหน้าที่ และผู้แจ้งเบาะแสคดียาเสพติด ร่วมสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติดอย่างยั่งยืน

วันอังคารที่ 2 กันยายน 2568 เวลา 10.00 น. พลตำรวจโท ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. เป็นประธานการประชุมคณะอนุกรรมการเงินค่าตอบแทนผู้แจ้งความนำจับ เงินค่าตอบแทนเจ้าหน้าที่ และ

ป.ป.ส. ขับเคลื่อน Best Practice พลิกสถานการณ์ยาเสพติด ต่อยอดต้นแบบสู่ก้าวใหม่ที่ยั่งยืน

วันที่ 3 กันยายน 2568 พล.ต.ท.ภาณุรัตน์ หลักบุญ เลขาธิการ ป.ป.ส. พร้อมด้วย Ms. Delphine Schantz (เดลฟีน ช้านท์ซ) ผู้แทนสำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ