สำนักงานตำรวจแห่งชาติเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยว ห้ามรับจ้างหรือรับฝากขนกัญชาออกนอกประเทศ หลังหลายชาติยึดกัญชาจากไทยได้จำนวนมาก พร้อมแนะ 5 วิธีป้องกันตัวเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อขบวนการลักลอบขนกัญชาข้ามชาติ
6 กรกฎาคม 2569 - พล.ต.ต.จตุรภัทร์ ภิรมย์แก้ว ผู้บังคับการกองการต่างประเทศ ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติมีความห่วงใยประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ กรณีการลักลอบนำกัญชา ช่อดอกกัญชา หรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของกัญชาออกนอกราชอาณาจักรไทย ซึ่งยังถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายทั้งในประเทศไทยและหลายประเทศทั่วโลก
การแจ้งเตือนดังกล่าวมีขึ้นภายหลังปรากฏข่าวการตรวจยึดกัญชาจากประเทศไทยในหลายประเทศ อาทิ กรณีศุลกากรฮ่องกงตรวจยึดกัญชาแห้งประมาณ 23 กิโลกรัม พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 2 ราย ซึ่งเดินทางมาจากประเทศไทย ขณะที่สำนักงานปราบปรามยาเสพติดอินโดนีเซีย (BNN) ทลายเครือข่ายลักลอบขนกัญชาและตรวจยึดกัญชาคุณภาพสูงจากไทยได้รวม 3.37 ตัน รวมถึงกรณีทางการโปแลนด์ตรวจยึดกัญชาน้ำหนัก 1.2 ตัน ที่ซุกซ่อนอยู่ในอิฐลูกรังภายในตู้คอนเทนเนอร์ซึ่งส่งออกจากประเทศไทย พร้อมจับกุมผู้ต้องหา 8 ราย
พล.ต.ต.จตุรภัทร์ กล่าวว่า แม้กัญชาจะได้รับการปลดล็อกบางส่วนเพื่อใช้ทางการแพทย์ภายในประเทศไทย แต่การนำออกนอกประเทศยังอยู่ภายใต้ข้อจำกัดทางกฎหมายอย่างเข้มงวด และหลายประเทศยังคงจัดให้กัญชาเป็นยาเสพติดร้ายแรง
สำหรับกฎหมายที่เกี่ยวข้อง ผู้กระทำผิดอาจเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560 ซึ่งมีโทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับ 4 เท่าของราคาของรวมค่าอากร หรือทั้งจำทั้งปรับ รวมถึงอาจมีความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ.2542 และประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง สมุนไพรควบคุม (กัญชา) พ.ศ.2568 ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
นอกจากนี้ ผู้กระทำผิดยังอาจต้องรับโทษตามกฎหมายของประเทศปลายทาง ซึ่งในหลายประเทศกัญชายังคงถูกจัดเป็นยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 โดยมีโทษตั้งแต่จำคุกระยะยาว จำคุกตลอดชีวิต ไปจนถึงโทษประหารชีวิต
สำนักงานตำรวจแห่งชาติยังแนะนำแนวทางป้องกันตนเองจากการถูกหลอกใช้เป็นส่วนหนึ่งของขบวนการลักลอบขนกัญชาข้ามชาติ ได้แก่ ไม่รับฝากกระเป๋าหรือสิ่งของจากผู้อื่นเพื่อนำออกนอกประเทศ ตรวจสอบสัมภาระของตนเองอย่างละเอียดก่อนเดินทาง และไม่รับงานเป็น “คนหิ้ว” หรือรับส่งสิ่งของข้ามประเทศโดยเด็ดขาด เนื่องจากอาจถูกใช้เป็นเครื่องมือของเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติได้โดยไม่รู้ตัว
ทั้งนี้ หากประชาชนพบเห็นพฤติกรรมต้องสงสัย การลักลอบขนกัญชาออกนอกประเทศ หรือการชักชวนรับจ้างขนส่งผ่านช่องทางออนไลน์ สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน 191 และ 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติยืนยันว่าจะดำเนินการตรวจสอบทุกข้อมูลอย่างจริงจัง และเก็บรักษาข้อมูลผู้แจ้งเบาะแสเป็นความลับสูงสุด.