ตำรวจหาดใหญ่ชี้แจงปมไบค์เกอร์มาเลเซียโพสต์โวยถูกจับ-ขู่เข้าห้องขัง ก่อนชวนบอยคอตเที่ยวหาดใหญ่ ยันตรวจ 17 คัน พบผิด 9 คัน ออกใบสั่ง 9 ใบ ค่าปรับรวม 12,000 บาท ไม่ใช่ 15 ใบ 15,000 บาทตามที่กล่าวอ้าง ย้ำตรวจท่อเสียงดังด้วยเครื่องมือตามเกณฑ์ ปฏิบัติกับคนไทย-ต่างชาติเท่าเทียม เผยหลังจ่ายค่าปรับยังถ่ายภาพหมู่ร่วมกับตำรวจ
18 สิงหาคม 2569 - เกิดกระแสดราม่าในสื่อสังคมออนไลน์ หลังชาวมาเลเซียเจ้าของบัญชีเฟซบุ๊กชื่อ “Tok Singa” เผยแพร่คลิปวิดีโอ พร้อมข้อความกล่าวอ้างว่า กลุ่มรถจักรยานยนต์ของตนจำนวน 17 คัน ถูกตำรวจจราจร สภ.หาดใหญ่ ดำเนินคดีและออกใบสั่งรวม 15 ใบ เป็นเงินประมาณ 15,000 บาท
เจ้าของโพสต์ยังกล่าวอ้างว่า มีตำรวจปฏิบัติหน้าที่เพียงนายเดียว ใช้เวลาตรวจสอบนานเกือบ 3 ชั่วโมง และมีการขู่ว่าจะนำตัวเข้าห้องขังหากชำระค่าปรับล่าช้า รวมถึงระบุว่าท่อไอเสียที่ใช้เป็นท่อเดิมจากโรงงาน ขณะที่เจ้าหน้าที่ไม่ยอมรับใบอนุญาตขับขี่แบบดิจิทัล
โพสต์ดังกล่าวถูกเผยแพร่ต่ออย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ พร้อมมีการเชิญชวนชาวมาเลเซียให้บอยคอต ไม่เดินทางมาท่องเที่ยวในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
ล่าสุด ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตึกงานจราจร สภ.หาดใหญ่ เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงจาก จ.ส.ต.วีรศักดิ์ พันธุ์สะและหมัน ผบ.หมู่งานจราจร สภ.หาดใหญ่ เจ้าของเพจเฟซบุ๊ก “จ่าวีหาดใหญ่” ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ปรากฏอยู่ในเหตุการณ์
จ.ส.ต.วีรศักดิ์ ชี้แจงว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นขณะปฏิบัติหน้าที่อำนวยการจราจรบริเวณหน้า สภ.หาดใหญ่ โดยสังเกตเห็นกลุ่มรถจักรยานยนต์จากประเทศมาเลเซียประมาณ 17 คันขับผ่าน และพบว่ารถบางคันมีการดัดแปลงไฟท้ายเป็นไฟกะพริบ ขณะที่บางคันมีเสียงท่อไอเสียดัง
เจ้าหน้าที่จึงติดตามไปเรียกตรวจบริเวณสี่แยกสะพานดำ ก่อนเชิญกลุ่มรถจักรยานยนต์ดังกล่าวมาตรวจสอบอย่างละเอียดที่ สภ.หาดใหญ่ เพื่อความปลอดภัยและให้เป็นไปตามกฎหมาย โดยตรวจสอบทั้งเอกสาร พ.ร.บ. ใบอนุญาตขับขี่ และอุปกรณ์ส่วนควบของรถ
จากการตรวจสอบรถทั้งหมด 17 คัน พบการกระทำผิดกฎหมายจำนวน 9 คัน ออกใบสั่งรวม 9 ใบ ค่าปรับรวม 12,000 บาท ไม่ใช่ 15 ใบ รวม 15,000 บาท ตามที่มีการกล่าวอ้างในโพสต์ โดยมีอัตราค่าปรับตั้งแต่ 1,000-3,000 บาท ตามฐานความผิด
สำหรับความผิดที่ตรวจพบ มีทั้งกรณีอุปกรณ์ส่วนควบไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด เช่น ดัดแปลงไฟท้ายเป็นไฟกะพริบ ซึ่งตามกฎหมายกำหนดให้เป็นไฟนิ่งไม่กะพริบ รวมถึงกรณีท่อไอเสียมีเสียงดังเกินมาตรฐาน
นอกจากนี้ ยังพบกรณีไม่แสดงใบอนุญาตขับขี่ โดยเจ้าหน้าที่ชี้แจงว่า กฎหมายไทยรองรับใบอนุญาตขับขี่สากล หรือใบอนุญาตขับขี่แบบบัตรที่มีรูปถ่ายซึ่งออกโดยกรมการขนส่งทางบกของประเทศมาเลเซีย (JPJ) ส่วนสลิปการต่ออายุ หรือการแสดงข้อมูลผ่านแอปพลิเคชัน JPJ ไม่สามารถนำมาใช้แทนได้ รวมถึงพบกรณีไม่แสดงหลักฐาน พ.ร.บ. คุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ
ส่วนประเด็นท่อไอเสียเสียงดัง จ.ส.ต.วีรศักดิ์ ยืนยันว่า เจ้าหน้าที่ใช้เครื่องมือวัดระดับเสียงตามหลักเกณฑ์ของกฎหมาย โดยตรวจสอบแผ่นเพลตที่ระบุค่าระดับเสียงจากโรงงาน ซึ่งสามารถบวกเพิ่มได้ 5 เดซิเบล
กรณีไม่มีแผ่นเพลต เจ้าหน้าที่จะพิจารณาตามปีที่จดทะเบียนรถ โดยรถที่จดทะเบียนก่อนปี 2567 กำหนดระดับเสียงไว้ไม่เกิน 95 เดซิเบล ส่วนรถที่จดทะเบียนตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2567 เป็นต้นไป กำหนดไว้ไม่เกิน 90 เดซิเบล ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้อธิบายหลักเกณฑ์ดังกล่าวให้นักท่องเที่ยวรับทราบแล้ว
จ.ส.ต.วีรศักดิ์ ระบุว่า คลิปที่กลายเป็นไวรัลมีการนำเสนอข้อเท็จจริงบางส่วนคลาดเคลื่อน พร้อมยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุภาพและดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างเท่าเทียม ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือนักท่องเที่ยวต่างชาติ และไม่ได้มีการบังคับหรือเลือกปฏิบัติกับนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซีย
“การเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทย อยากให้ศึกษากฎหมายจราจรของประเทศนั้น ๆ และเคารพกฎหมายอย่างเคร่งครัด แม้จะกังวลเรื่องผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว แต่เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องยึดถือความถูกต้องและความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายเป็นหลัก อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าเหตุการณ์นี้จะไม่ส่งผลกระทบต่อภาพรวมการท่องเที่ยวหาดใหญ่ เพราะนักท่องเที่ยวที่เข้ามาเที่ยวส่วนใหญ่ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด” จ.ส.ต.วีรศักดิ์ กล่าว
มีรายงานเพิ่มเติมว่า หลังกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียดำเนินการชำระค่าปรับเรียบร้อยแล้ว บรรยากาศเป็นไปด้วยดี โดยนักท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่ได้ร่วมกันถ่ายภาพหมู่เป็นที่ระลึก
นอกจากนี้ สมาชิกในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวมาเลเซียยังขอให้ จ.ส.ต.วีรศักดิ์ นำคลิปวิดีโอเหตุการณ์ดังกล่าวไปเผยแพร่ผ่านเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว “จ่าวีหาดใหญ่” อีกด้วย
ขอบคุณรูปภาพจากเพจ "จ่าวีหาดใหญ่"
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
4 นักดำน้ำต่างชาติรอดระทึก! สูญหายกลางทะเล ก่อนลอยคอขึ้นหาดน้ำใส
ระดมค้นหา 4 นักดำน้ำต่างชาติ หลังขาดการติดต่อระหว่างฝึกดำน้ำลึก 40-50 เมตร บริเวณเกาะโรงโขน-โรงหนัง อ.สัตหีบ
“รมว.สุชาติ” แสดงความเสียใจ พบนักท่องเที่ยวเยอรมันสูญหายจากเหตุจมน้ำหาดฟรีดอมภูเก็ต หลังระดมค้นหาต่อเนื่อง
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์นักท่องเที่ยวชายชาวเยอรมันประสบเหตุจมน้ำและสูญหายบริเวณป่านันทนาการหาดฟรีดอม จังหวัดภูเก็ต
“รมว.สุชาติ” สั่งกรมป่าไม้ระดมกำลังค้นหานักท่องเที่ยวชาวเยอรมันสูญหาย หลังประสบเหตุทางน้ำบริเวณป่านันทนาการหาดฟรีดอม จ.ภูเก็ต
นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 ได้รับรายงานจากนายนิกร ศิรโรจนานนท์ อธิบดีกรมป่าไม้ กรณีนักท่องเที่ยวชายชาวเยอรมันสูญหายภายหลังประสบเหตุทางน้ำบริเวณป่านันทนาการหาดฟรีดอม จังหวัดภูเก็ต
พบร่างหนุ่มไอร์แลนด์ลอยขุมน้ำรีสอร์ตภูเก็ต เร่งคลี่ปมเสียชีวิต
ตำรวจเชิงทะเลเร่งสอบปมหนุ่มชาวไอร์แลนด์วัย 28 ปี เสียชีวิตในขุมน้ำภายในโครงการรีสอร์ตขนาดใหญ่ จ.ภูเก็ต ตรวจกล้องวงจรปิด-สอบพยาน พร้อมส่งร่างชันสูตรหาสาเหตุที่แน่ชัด ประสานสถานทูตแจ้งครอบครัวแล้ว
เช็คลิสต์ 5 ไฮไลต์เด็ด! มางาน 'OSS & SMEs Grow Together Fair 2026' ต้องเก็บตกให้ครบ!
📌 เช็คลิสต์ 5 ไฮไลต์เด็ด! มางาน “OSS & SMEs Grow Together Fair 2026” ต้องเก็บตกให้ครบ! ✨

