ตม.4 รวบพ่อเลี้ยงเฒ่าเยอรมัน หนีหมายจับสากลคดีล่วงละเมิดเด็กไทย

ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองภาค 4 จับกุมชายชาวเยอรมันวัย 74 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับตำรวจสากล คดีล่วงละเมิดทางเพศลูกเลี้ยงชาวไทยนานกว่า 5 ปี หลังหลบหนีคดีจากเยอรมนีเข้ามากบดานใน จ.บุรีรัมย์ ก่อนถูกเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร เตรียมส่งตัวกลับไปดำเนินคดี พร้อมขึ้นบัญชีดำห้ามเข้าประเทศไทยอีก

11 กรกฎาคม 2569 - พล.ต.ต.ไพรัช พุกเจริญ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 (ผบก.ตม.4) พร้อมด้วย พ.ต.อ.ชยุต นิลประเสริฐ ผู้กำกับการสืบสวน บก.ตม.4, พ.ต.ต.วัชรพงศ์ ศิรินทร์วงศ์ สารวัตร กก.สส.บก.ตม.4 และ พ.ต.ท.รัฐนริศวร บัวแก้ว สารวัตรตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดบุรีรัมย์ นำกำลังชุดสืบสวน บก.ตม.4 เข้าจับกุม นาย K.B. ชาวเยอรมัน อายุ 74 ปี (ผู้ต้องหาไม่ยินยอมให้เปิดเผยชื่อ) ภายในบ้านพักแห่งหนึ่งใน ต.หลักเขต อ.เมือง จ.บุรีรัมย์

การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามปฏิบัติการกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติ ตามนโยบาย Zero Tolerance ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการปราบปรามคนต่างด้าวที่มีพฤติกรรมเป็นภัยต่อสังคม หลังพบว่าผู้ต้องหารายดังกล่าวหลบหนีหมายจับตำรวจสากล (INTERPOL Red Notice) และเข้ามาซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย

พล.ต.ต.ไพรัช กล่าวว่า หลังสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองได้รับการประสานจากทางการเยอรมนี พร้อมข้อมูลว่าผู้ต้องหารายนี้หลบหนีหมายจับตำรวจสากลและกบดานอยู่ในประเทศไทย จึงสั่งการให้ชุดสืบสวนเร่งติดตามตัวทันที เนื่องจากเป็นคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็ก ซึ่งถือเป็นความผิดร้ายแรงในประเทศเยอรมนี

จากการสืบสวนพบว่า ผู้ต้องหาอาศัยอยู่ในบ้านพักกลางทุ่งนา มีรั้วล้อมรอบ และแทบไม่ออกจากบ้าน เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกติดตาม กระทั่งเจ้าหน้าที่เข้าปิดล้อม แสดงตัวเป็นตำรวจตรวจคนเข้าเมือง พร้อมแจ้งคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร และแสดงหมายจับตำรวจสากล ก่อนควบคุมตัวมาสอบสวนที่กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 จังหวัดขอนแก่น

สำหรับพฤติการณ์ในคดี พบว่า ผู้ต้องหาได้แต่งงานกับหญิงชาวไทย ซึ่งพาบุตรชายย้ายไปอาศัยอยู่ที่ประเทศเยอรมนี ต่อมาผู้ต้องหาอาศัยช่วงที่ภรรยาไม่อยู่บ้าน ก่อเหตุล่วงละเมิดทางเพศลูกเลี้ยงชาวไทยซึ่งขณะนั้นมีอายุเพียง 10 ปี หลายครั้งตลอดระยะเวลาประมาณ 5 ปี ก่อนเรื่องจะถูกเปิดเผยและเข้าสู่กระบวนการดำเนินคดีของทางการเยอรมนี แต่ผู้ต้องหาหลบหนีการขึ้นศาลหลายครั้ง และหลบหนีเข้ามาซ่อนตัวในประเทศไทย

พล.ต.ต.ไพรัช กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นผลจากความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างทางการเยอรมนีกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองของไทย ภายใต้นโยบาย Zero Tolerance ที่มุ่งปราบปรามอาชญากรข้ามชาติ โดยเฉพาะคดีล่วงละเมิดเด็กและการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นภัยคุกคามร้ายแรงในระดับสากล

ภายหลังการสอบสวน เจ้าหน้าที่ได้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของผู้ต้องหา เตรียมส่งตัวกลับไปดำเนินคดีที่ประเทศเยอรมนี และขึ้นบัญชีดำห้ามเดินทางเข้าประเทศไทยอีกต่อไป.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

บก.น.1 สั่งยกเลิกอาร์มรูปมังกร สน.ห้วยขวาง หลังถูกวิจารณ์หนัก

ตามที่มีการเผยแพร่ภาพและข้อมูลผ่านสื่อสังคมออนไลน์ กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจงานป้องกันและปราบปราม (สายตรวจ) ของสถานีตำรวจนครบาลห้วยขวาง ติดเครื่องหมายอาร์มรูปมังกรบริเวณแขนเสื้อเครื่องแบบปฏิบัติราชการ จนเกิดข้อวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมนั้น

บุกทลาย 'ม้ารับถอนเงิน' เครือข่ายรัสเซีย กลางภูเก็ต

จังหวัดภูเก็ตสนธิกำลังตำรวจหลายหน่วย เปิดปฏิบัติการตรวจค้น 3 จุด ทลายเครือข่ายชาวรัสเซียทำหน้าที่ถอนเงินสดจากบัญชีม้าในคดีหลอกลวงอ