
‘ชนนพัฒฐ์’ ยื่นร้องขอความเป็นธรรมอัยการ 9 ประเด็น หลังDSIนำตัวส่งฟ้อง คดีเว็บพนัน-อาชญากรรมข้ามชาติ นัดฟังคำสั่ง 28 ก.ย. เจ้าตัวมองเป็นเพียงพายุโหมที่ต้องแก้ไข ยินดีเข้ากระบวนการยุติธรรม
24 ส.ค. 2569 – ที่สำนักงานอัยการคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุดถนนรัชดาภิเษก เมื่อเวลา 10.30 น. พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ นำสำนวนพร้อมตัว นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา เขต 4 พรรคกล้าธรรม พร้อมความเห็นสมควรสั่งฟ้องในความผิดฐาน “ร่วมกันจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์โดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน สมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน ร่วมกันฟอกเงิน ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และร่วมกันเป็นอั้งยี่”
โดยวันนี้พนักงานสอบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นำสำนวน 6 ลัง 30 แฟ้ม กว่า 12,000 หน้า มายื่นต่อพนักงานอัยการคดีพิเศษ

จากนั้น 10.40 น. นายชนนพัฒฐ์ เดินทางมาถึงสำนักงานอัยการคดีพิเศษ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ตนมีความตั้งใจเดินทางมาเพื่อเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม จึงมารับทราบข้อกล่าวหาในชั้นอัยการ พร้อมเตรียมยื่นหนังสือขอความเป็นธรรม จำนวน 9 ประเด็นหลักๆ เป็นเรื่องของพฤติการณ์การกระทำความผิด โดยเฉพาะในข้อหาขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติ ว่าตนเองไปมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไร โดยคาดหวังว่าจะได้รับความเป็นธรรม ซึ่งการร้องขอความเป็นธรรม เคยยื่นไปในชั้นสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แต่ไม่ได้รับความชัดเจน
ส่วนประเด็นเรื่องการใช้เอกสิทธิ์คุ้มครอง สส. เนื่องจากวันที่ 25 สิงหาคม จะมีการเปิดสมัยการประชุมสภานั้น นายชนนพัฒฐ์ กล่าวว่า การสั่งฟ้องไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง สส. การคุ้มครองเป็นในชั้นสอบสวนและการออกหมายเรียกเท่านั้น ยืนยันตนไม่ได้มีอะไรเหนือกว่าคนอื่น
“ผมถูกดำเนินคดีในหลายท้องที่ทั้งที่อยู่ในชั้นอัยการและชั้นศาลในเวลาไล่เลี่ยกัน ผมไม่ได้มองว่าเป็นนัยทางการเมือง แต่เปรียบเสมือนพายุฝนที่โหมกระหน่ำเข้ามา แต่ด้วยความเป็นนักสู้ก็ต้องค่อยๆ แก้ปมไปทีละเปราะ และถือเป็นข้อดีที่ผมจะได้พิสูจน์ตัวเอง เพื่อให้หมดข้อครหาจากสังคมว่า ผมใช้เอกสิทธิ์ ส.ส.คุ้มครอง ซึ่งจริงๆ แล้วผมไม่เคยใช้เลย ผมเป็นเพียงประชาชนคนหนึ่งที่อยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน” นายชนนพัฒฐ์ ระบุ
โดยภายหลังส่งตัวนายชนนพัฒฐ์ ผู้ต้องหาได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่ออธิบดีอัยการสำนักงานคดีพิเศษ ได้มีการจ่ายสำนวนไปยังพนักงานอัยการคดีพิเศษ 4 พิจารณา และนัดฟังคำสั่งทางคดีวันที่ 28 ก.ย.
สำหรับคดีดังกล้าวมีที่มาจาก ก่อนหน้านี้มีการจับกุม เครือข่ายเว็บพนันรายใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ เงินทุนหมุนเวียนกว่า 1,000 ล้านบาท โดยพบว่ามีเส้นทางการเงินเชื่อมโยงกับนายชนนพัฒฐ์ และจากการเปิดปฏิบัติการตรวจค้นของดีเอสไอ เมื่อวันที่ 5 มี.ค. 69 ชื่อ “Operation Gameflow” เจ้าหน้าที่ดีเอสไอได้ทำการตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย จำนวน 10 จุด ใน 4 จังหวัด ประกอบด้วย จ.สงขลา 5 จุด นนทบุรี 2 จุด ปทุมธานี 1 จุด กรุงเทพมหานคร 2 จุด เพื่อตรวจค้นและจับกุมเครือข่ายเว็บพนันจากหมายจับศาลอาญา จำนวน 26 หมาย พร้อมยึดอายัดทรัพย์สินหลายรายการ โดยเชื่อว่าเป็นทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิด อาทิ รายการทรัพย์สินที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ กระเป๋าแบรนด์เนม รถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลพาร์ด รวมมูลค่ากว่า 10 ล้านบาท
ซึ่งในคดีนี้ ก่อนหน้านี้ดีเอสไอได้ส่งสำนวนคดีสั่งฟ้องกับอัยการคดีพิเศษ พร้อมติดตามจับกุมผู้ต้องหาส่งฝากขังศาลอาญารัชดาได้แล้ว 2 ราย ประกอบด้วย น.ส.นารีรัตน์ (สงวนนามสกุล) และ น.ส.ศิริวรรณ (สงวนนามสกุล) จากทั้งหมด 26 หมายจับ ส่วนผู้ต้องหาที่เหลืออีก 24 ราย ยังอยู่ระหว่างหลบหนีหมายจับศาล กบดานอยู่ประเทศเพื่อนบ้าน
ต่อมา คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้พิจารณาแยกสำนวนการสอบสวนออกมาอีกคดี เป็นคดีพิเศษที่ 87/2569 เพื่อสอบสวนกรณีคดีเว็บไซต์พนันออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับนายชนนพัฒฐ์ โดยตรง เนื่องด้วยอัยการสูงสุดเห็นว่าในคดีดังกล่าวนี้ มีความผิดส่วนใดส่วนหนึ่งอาจเกิดขึ้นนอกราชอาณาจักร เป็นเหตุให้อัยการสูงสุดใช้อำนาจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 20 มอบหมายให้อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม 2 ฐานความผิด แก่นายชนนพัฒฐ์ ได้แก่ ความผิดฐานเป็นอั้งยี่ ตามมาตรา 209 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี และปรับไม่เกิน 140,000 บาท และความผิดฐานมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พ.ศ. 2556 ซึ่งมีโทษจำคุกตั้งแต่ 4-15 ปี หรือปรับตั้งแต่ 80,000-300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
โดยนายชนนพัฒฐ์ ได้เดินทางเข้ารับทราบข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับดีเอสไอตามที่อัยการสูงสุดมีคำสั่ง เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 69 และได้เข้าให้ปากคำชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาแล้วนั้น พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ จึงได้สรุปสำนวนพร้อมความเห็นสั่งฟ้อง และนัดหมายให้นายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว เดินทางไปพบพนักงานอัยการคดีพิเศษ ในวันนี้.
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ตั้งกก.สอบข้อเท็จจริง เจ้าหน้าที่ดีเอสไอเอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น จ.ศรีสะเกษ
"ดีเอสไอ" รับลูก กมธ.ป.ป.ช. ตั้งกรรมการสอบเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ เอี่ยวโกงสอบ ยันยังไม่พบหลักฐานโยงถึง 3 นักการเมือง ชี้เป็นเพียงข่าว น้ำหนักไม่พอ โดย กมธ.แนะเชิญ “โรม” ให้ข้อมูล
กมธ.ปปช. ชี้ชาวอิสราเอลได้สัญชาติไทยตั้งชุมชนเฉพาะกลุ่ม ต้องแก้กฎหมายมีช่องโหว่
"อาสพลธ์ " ถกดีเอสไอสกัดปัญหานอมินีสมุย-พะงัน จี้แก้ระเบียบ มท. ปมต่างชาติคดีศาลสั่งรอลงอาญาแล้วเนรเทศไม่ได้ ชี้บางรายถือสัญชาติไทยถูกต้องแต่สร้างชุมชนเฉพาะกลุ่ม มองว่าเป็นช่องว่างทางกฎหมายต้องหาทางแก้ไขต่อไป
DSI ขยายผลคดีเว็บพนัน 'ชนนพัฒฐ์' จับสาวแอดมินคนสำคัญคาสงขลา
'ดีเอสไอ' ขยายผลทลายเครือข่ายเว็บพนัน 'ชนนพัฒฐ์' บุกรวบสาวแอดมินคนสำคัญคาเมืองสงขลา พบพฤติการณ์ตั้งทีมฟอกเงิน-ตัดเส้นทางบัญชีม้า เร่งประสานล่าตัวอีก 24 ผู้ต้องหาหนีกบดานเพื่อนบ้าน
สส.ปชน.ภูเก็ต พร้อมแจงDSI นอมินีต่างชาติ
"ดีเอสไอ” ออกหมายเรียกพยาน “สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน" เข้าชี้แจง 31 ส.ค.69
ดีเอสไอ ออกหมายเรียก สส.พรรคส้ม ชี้แจงปมถือหุ้นบริษัทเอี่ยวนอมินี
ดีเอสไอ ออกหมายเรียก สส.ภูเก็ต พรรคประชาชน เข้าชี้แจง 31 ส.ค.69 ปมเป็นกรรมการ-ถือหุ้นบริษัทเอกชน หลังถูกตั้งข้อสังเกตถือครองอสังหาริมทรัพย์แทนคนต่างชาติ ส่อเข้าข่ายนอมินีตามประมวลกฎหมายที่ดินหรือไม่ ด้านพนักงานสืบสวน ยืนยันให้ความเป็นธรรม เปิดพื้นที่ให้เจ้าตัวนำเอกสารหลักฐานเข้าชี้แจง ระบุ จะเข้าพบพนักงานสืบสวนก่อนนัดหมายกำหนดก็ได้
สส.ส้มภูเก็ตโผล่แล้ว! ยืดอกลั่นพร้อมให้ดีเอสไอตรวจสอบ
สส.ภูเก็ต เขต 1 โต้ข้อกล่าวหา 'นอมินีต่างด้าว' ยื่นหนังสือ DSI ยืนยันความบริสุทธิ์ใจ พร้อมให้ตรวจสอบ

