ตำรวจกองปราบเปิดปฏิบัติการใหญ่ 30 จุดใน 11 จังหวัด รวบผู้ต้องหา 30 ราย เครือข่ายสแกมเมอร์มี “บอสจีน” คุมอยู่เบื้องหลัง แบ่งหน้าที่เป็นระบบ หลังหลอกหญิงชาวกาฬสินธุ์สูญเงินเก็บกว่า 12.2 ล้านบาท พบเชื่อมโยงร้องทุกข์อีก 20 เคส เงินหมุนเวียนกว่า 200 ล้านบาท ก่อนแปลงเงินเป็น USDT ส่งเข้ากระเป๋าดิจิทัลปลายทางในกัมพูชา
19 สิงหาคม 2569 - พล.ต.ต.พัฒนศักดิ์ บุบผาสุวรรณ ผบก.ป. พ.ต.อ.สุริยศักดิ์ จิราวัสน์ ผกก.3 บก.ป. และ พ.ต.ท.ศราวุธ ทองน้อย สว.กก.3 บก.ป. พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาเครือข่ายสแกมเมอร์ 30 ราย ตามหมายจับในความผิดฐานร่วมกันเป็นอั้งยี่ ร่วมกันเป็นซ่องโจร ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนโดยแสดงตนเป็นบุคคลอื่น ร่วมกันปลอมและใช้เอกสารปลอม ร่วมกันปลอมเอกสารราชการและใช้เอกสารราชการปลอม รวมถึงความผิดเกี่ยวกับการนำข้อมูลอันเป็นเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งน่าจะก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชน
คดีดังกล่าวสืบเนื่องจากศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ (ACSC) วิเคราะห์สถานการณ์อาชญากรรมออนไลน์และพบว่า ขบวนการหลอกลวงได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้ “บัญชีม้า” อย่างต่อเนื่อง จากเดิมที่มักว่าจ้างบุคคลเปิดบัญชี ซื้อขายบัญชี และโอนเงินต่อกันหลายทอดเพื่อหลีกเลี่ยงการติดตามของเจ้าหน้าที่
ภายหลังศูนย์ฯ ร่วมกับสถาบันการเงินยกระดับมาตรการป้องกันและปราบปรามบัญชีม้า ทั้งการอายัดและจำแนกบัญชีม้าดำ-ม้าเทา พบว่ากลุ่มคนร้ายปรับวิธีการใหม่ โดยยืมใช้บัญชีเพียงครั้งเดียว แล้วควบคุมให้เจ้าของบัญชีเป็นผู้ถอนเงินสดออกมาด้วยตนเอง จากนั้นจะมีบุคคลในขบวนการเข้ารับเงินสด ก่อนนำเข้าสู่กระบวนการฟอกเงินหรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินในรูปแบบต่างๆ เพื่อให้ยากต่อการติดตาม
เจ้าหน้าที่จึงนำข้อมูลธุรกรรมมาวิเคราะห์หาพื้นที่ที่มีการรวบรวมบัญชีและถอนเงินจากเครือข่ายหลอกลวงออนไลน์ในปริมาณสูงผิดปกติ กระทั่งพบความเคลื่อนไหวสำคัญในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งมีการถอนเงินสดสูงถึงหลายสิบล้านบาทต่อวัน จึงสั่งการให้ตำรวจในพื้นที่ตรวจสอบ
จากการตรวจสอบพบกลุ่มบุคคลทำหน้าที่จัดหาบัญชีและควบคุมเจ้าของบัญชีให้ถอนเงิน ก่อนขยายผลเชื่อมโยงไปถึงบุคคลที่อยู่เบื้องหลังการสั่งการ และนำไปสู่การจับกุมดำเนินคดีในพื้นที่ สภ.เมืองระยอง
ต่อมาเจ้าหน้าที่ยังพบผู้เสียหายในจังหวัดกาฬสินธุ์ ถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกจนสูญเงินกว่า 12 ล้านบาท เมื่อตรวจสอบเส้นทางการเงินพบว่า เงินดังกล่าวถูกถอนออกในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตเช่นเดียวกัน จึงเชื่อว่าอาจเกี่ยวข้องกับขบวนการเดียวกัน และมอบหมายให้ กก.3 บก.ป. สืบสวนขยายผล
จากการสืบสวนพบว่า ตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 ขบวนการดังกล่าวมีการวางแผนและแบ่งหน้าที่กันอย่างเป็นขั้นตอน โดยมีผู้สั่งการชาวจีน หรือ “บอส” คอยควบคุมอยู่เบื้องหลัง ทำหน้าที่จัดหาหมายเลขโทรศัพท์ บัญชีม้า และผู้รับแลกเปลี่ยนเงินสดเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล
ขบวนการจะใช้โทรศัพท์และแอปพลิเคชันไลน์ติดต่อหลอกผู้เสียหาย โดยแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ทำให้ผู้เสียหายหวาดกลัวว่าตนเองมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีอาญาและการฟอกเงิน ก่อนหลอกให้โอนเงินโดยอ้างว่าเพื่อนำไปตรวจสอบทรัพย์สิน
จากการตรวจสอบพบว่า ผู้เสียหายถูกหลอกให้ทยอยโอนเงินรวมกว่า 12.2 ล้านบาท โดยเงินจะถูกส่งผ่านบัญชีม้าหลายบัญชี ก่อนสั่งให้เจ้าของบัญชีถอนออกมาเป็นเงินสด แล้วนำกลับเข้าสู่ระบบผ่านบุคคลในเครือข่าย จากนั้นรวบรวมส่งให้กลุ่มผู้รับแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลเพื่อซื้อ USDT และโอนไปยังกระเป๋าเงินดิจิทัลตามคำสั่งของผู้สั่งการ เพื่อปกปิดและอำพรางแหล่งที่มาของเงิน
ชุดสืบสวนขยายผลทั้งจากเส้นทางการเงิน การติดต่อสื่อสาร และการสอบปากคำ จนสามารถระบุรูปแบบและหน้าที่ของบุคคลในเครือข่ายได้ 8 ส่วน ประกอบด้วย 1. บอสชาวจีน 2. คนโทรหลอก 3. ล่าม 4. คนจัดหาบัญชี 5. นายหน้าจัดหาบัญชี 6. เจ้าของบัญชีม้า 7. คนจัดหาผู้รับแลกคริปโต และ 8. คนรับแลกคริปโต
เจ้าหน้าที่ระบุว่า บุคคลแต่ละส่วนในเครือข่ายจะได้รับส่วนแบ่งเป็นเปอร์เซ็นต์ตามสัดส่วนที่ตกลงกัน ก่อนที่เงินของผู้เสียหายจะถูกแปลงเป็นคริปโตและส่งไปยังกระเป๋าเงินดิจิทัลที่ผู้สั่งการชาวจีนจัดหาไว้
จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า กลุ่มบุคคลดังกล่าวมีการแจ้งความในระบบรับแจ้งความออนไลน์ (TPO) เชื่อมโยงถึง 20 เคส มูลค่าความเสียหายรวมกว่า 20 ล้านบาท ขณะที่บัญชีของกลุ่มเครือข่ายมีเงินหมุนเวียนมากกว่า 200 ล้านบาท ทำให้เจ้าหน้าที่เชื่อว่าอาจยังมีผู้เสียหายรายอื่นอีก
กระทั่งตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กก.3 บก.ป. สนธิกำลังตำรวจ กก.1-6 บก.ป. เปิดปฏิบัติการตรวจค้นเป้าหมาย 30 จุด ในพื้นที่ 11 จังหวัด อาทิ ภูเก็ต นนทบุรี สระบุรี นครราชสีมา และกรุงเทพฯ สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 30 ราย
พร้อมกันนี้ เจ้าหน้าที่ตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ 30 เครื่อง สมุดบัญชีธนาคาร 15 บัญชี และอายัดบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดอีก 18 บัญชี รวมมูลค่าประมาณ 7 ล้านบาท โดยพบว่าเส้นทางการเงินส่วนใหญ่ถูกเปลี่ยนเป็นสินทรัพย์ดิจิทัล และส่งต่อไปยังกระเป๋าเงินดิจิทัลปลายทางที่เปิดในประเทศกัมพูชา
จากการสอบถามเบื้องต้น ผู้ต้องหาส่วนใหญ่ให้การรับสารภาพว่าได้รับเงินเข้าบัญชีจริง และได้รับส่วนแบ่งตามที่ตกลงกัน แต่อ้างว่าไม่ทราบว่าเงินดังกล่าวมาจากการหลอกลวงของขบวนการสแกมเมอร์
เจ้าหน้าที่จึงนำตัวผู้ต้องหาทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน กก.3 บก.ป. เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเดินหน้าขยายผลติดตามบุคคลและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายต่อไป
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
ผอ.สำนักทดสอบฯ มศว เข้าพบกองปราบ แจ้ง 7 ข้อหาคดีโกงสอบท้องถิ่น ส่วนอธิบดี สถ. ขอเลื่อน
นายเรืองเดช ศิริกิจ ผอ.สำนักทดสอบทางการศึกษาและจิตวิทยา มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว) ได้เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา คดีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หลังถูกพนักงานสอบสวนออกหมายเรียก พร้อมพวก 13ราย โดยเจ้าตัวเดินทางเข้าหลังอาคารศูนย์รับแจ้งความ บช.ก. เพื่อหลีกเลี่ยงกับสื่อมวลชน
บริษัทรับเหมา ร้องกองปราบ โรงเรียนนานาชาติ เบี้ยวค่าก่อสร้าง 57 ล้าน
นายอัฐพล ส่งพุ่ม พร้อมทนายความ รับมอบอำนาจจาก นายเจนณรงค์ เรืองสุวรรณ เจ้าของบริษัทรับเหมาก่อสร้างแห่งหนึ่ง เข้าร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อกล่าวโทษ บริษัทชื่อดังแห่งหนึ่ง ย่านศรีนครินทร์ และนางไมตรี (สงวนนามสกุล) กรรมการผู้มีอำนาจลงนาม กรณียืมเงินจำนวนประมาณกว่า 57 ล้านบาท เ
ฝากขัง 'ศตพร' จิ๊กซอว์สำคัญคดี 'โกงสอบท้องถิ่น' ทำหน้าที่ประสานงานในแต่ละพื้นที่
กองปราบคุมตัว "ศตพร" ฝากขังคดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น พบเป็นระดับปฏิบัติการประสานงานในแต่ละพื้นที่
กองปราบจ่อเรียก 'มศว.-สถ.-โรงพิมพ์-10 ขรก.' คดีโกงสอบท้องถิ่น
กองปราบเตรียมเรียก 'มศว.-สถ.-โรงพิมพ์-10 ขรก.' สอบคดีโกงสอบท้องถิ่น ตั้งคณะทำงานร่วมกับ บก.ปปป. ดึงข้อมูลประกอบสำนวน
ยังรอดคุก! ศาลให้ประกัน 'อัจฉริยะ' คดีตบทรัพย์เซียนพระดัง
ตำรวจกองปราบหิ้ว 'อัจฉริยะ' ตบทรัพย์เซียนพระดังชลบุรี เรียกรายเดือนรวม 1.3 ล้าน ข่มขู่ยัดคดีบุหรี่ไฟฟ้า ศาลอาญาให้ประกัน 4 เเสน กำชับทำตามเงื่อนไขเคร่งครัด
กองปราบบุกเมืองคอน จับ 2 ผู้ต้องหา วางยาไก่ชนเดิมพัน 1 ล้าน
ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) ร่วมกันจับกุม นายนิคมฯ อายุ 63 ปี ตามหมายจับศาลจังหวัดปากพนัง ที่ 90/2569 และ นายเอกชัยฯ อายุ 38 ปี

