'เต้ อาชีวะ' นำทีมไทยไม่ทน ล่อซื้อไอติมแก๊งอาบัง ตร.อึ้งเจอตั๋วส่วยเพียบ

28 ส.ค. 2569 – ผู้สื่อข่าวจังหวัดสมุทรปราการรายงานว่า ช่วงค่ำวันที่ 27 ส.ค. ที่ผ่านมา นายอัครวุธ บุรณพนธ์ หรือ “เต้ อาชีวะ” พร้อมด้วยคณะกลุ่มไทยไม่ทน พากันไปดักโบกล่อซื้อไอศกรีมจากชาวต่างชาติที่ขี่รถจักรยานยนต์ตะเวนขายในพื้นที่ของอำเภอบางพลี โดย เต้ อาชีวะ พร้อมด้วย เจ้าหน้าที่ กอ.รมน. จังหวัดสมุทรปราการ เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางพลี เดินทางไปยังชุมชนแห่งหนึ่งใน หมู่ที่ 3 ตำบลบางโฉลง อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ หลังจากที่ได้รับแจ้งว่าเป็นแหล่งกบดานและพักพิงของกลุ่มชาวต่างชาติ สัญชาติอินเดียจำนวนมากที่มาเช่าบ้านพักเป็นหลัง เพื่อใช้เป็นที่พักพิงและออกตะเวนขายไอศกรีมบังหน้า รวมถึงปล่อยเงินกู้นอกระบบผิดกฎหมาย โดยมีนายทุนชาวต่างชาติเป็นผู้กว้างขวางและเคลียร์เจ้าหน้าที่เพื่อเปิดทางให้ต่างชาติชุดนี้ออกมาแย่งอาชีพคนไทย

จากการลงพื้นที่ดังกล่าว พบว่ากลุ่มชาวต่างชาติกลุ่มนี้ กำลังพากันทยอยเดินทางกลับเข้าบ้านพัก เจ้าหน้าที่จึงเรียกจอดและทำทีเพื่อขอซื้อไอศกรีมก่อนจะควบคุมตัว ซึ่งจากการตรวจสอบผู้ค้าทุกรายไม่พบว่ามีการพกพาพาสปอร์ตติดตัวแต่อย่างใด มีเพียงบัตรคูปองที่ถูกทำขึ้นมา โดยมีการเขียนวันเดือนปีกำกับรายเดือนเอาไว้ ซึ่งมีหลากหลายรูปแบบที่ถูกทำขึ้นเป็นสัญญลักษณ์ในการจ่ายส่วยต่อเจ้าหน้าที่รัฐ

จากการสอบถามของเจ้าหน้าที่ เบื้องต้นผู้ค้าทุกรายยอมรับว่า คูปองหรือตั๋วที่เห็นคือใบเบิกทางในการค้าขาย ซึ่งแลกกับการจ่ายรายเดือนเฉลี่ยหัวละ 2,500 บาท ต่อคนต่อเดือน และจะจ่ายให้กับหัวหน้าใหญ่สัญชาติเดียวกันที่คอยดูแลกลุ่มพ่อค้าชาวอินเดียวกลุ่มนี้ ส่วนพาสปอร์ตจะถูกหัวหน้าแก๊งยึดเอาไว้เพื่อป้องกันการหลบหนี ขณะที่เจ้าหน้าที่พบชายชาวอินเดียวที่ผู้ต้องหาอ้างว่าเขาคือบอสใหญ่ที่คอยดูแลพวกเขา ตำรวจจึงเชิญตัวมาสอบปากคำ ซึ่งเจ้าตัวอ้างว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกลุ่มนี้แต่อย่างใด แต่ยอมรับว่ารู้จักคุ้นเคยด้วยกันทั้งหมด ตำรวจจึงคุมตัวพร้อมของกลางทั้งหมดไปสอบสวนขยายผลดำเนินคดีตามกฎหมาย

ด้าน เต้ อาชีวะ เปิดเผยว่า การลงพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ในครั้งนี้ สืบเนื่องจากมีการร้องเรียนจากชาวบ้านและพ่อค้าแม่ขาย ที่ถูกอาบังขายถั่วหรือขายไอศรีมต่างๆ และยังเป็นเจ้าพ่อเงินกู้รายวัน ซึ่งมีการข่มขู่และคุกคามลูกหนี้หากหามาจ่ายไม่ทัน อีกทั้งยังพบว่าเป็นการแย่งอาชีพสงวนของคนไทย จึงส่งสายลับลงพื้นที่เก็บข้อมูลกระทั่งพบเบาะแสตามที่ผู้ร้องจริง จึงประสานเจ้าหน้าที่เข้าจับกุม

โดยหลังจากนี้ตนเองและทีมงานจะติดตามผลการขยายผลถึงหัวหน้าใหญ่ที่อยู่ในขบวนการดังกล่าว ซึ่งอาจจะเข้าข่ายเป็นการค้ามนุษย์ด้วยหรือไม่นั้นต้องรอดูผลงานการขยายผลของทางเจ้าหน้าที่ แต่ที่แน่ๆ คือมีความผิด ตามพระราชกำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดว่า มาตรา 8 คนต่างด้าวที่ทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน หรือทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิจะทำได้ ฝ่าฝืนมีโทษปรับตั้งแต่ 5,000 – 50,000 บาท และถูกส่งกลับประเทศต้นทาง รวมถึงห้ามขอใบอนุญาตทำงานเป็นเวลา 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ได้รับโทษ.

เพิ่มเพื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

สภาเดือด!เด็กส้มสอนประธานเรื่องข้อบังคับ 'โสภณ' สวนไม่อยากเอาตำรวจสภามาลากออกไป

เดือดตั้งแต่เปิดสมัยประชุมสัปดาห์แรก 'โสภณ-ปกรณ์วุฒิ' ปะทะคารมเรื่องข้อบังคับการประชุมกระทู้ถามสด 'ประธานสภา' บอกไม่อยากเอาตำรวจสภาฯมาลากออกไป หวั่นภาพพจน์สมาชิก - สภาไม่ดี

บึ้มย่านสำโรง! หนุ่มวัย 27 ปี สาหัส เพื่อนเจ็บอีก 1 ตร.เร่งหาสาเหตุ

เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สำโรงเหนือและศูนย์วิทยุกู้ชีพสมุทรปราการ รับแจ้งเหตุชายถูกระเบิดยังไม่ทราบชนิด ได้รับบาดเจ็บบริเวณหน้าบ้านพัก

มหาดไทยผนึกตำรวจ 17 จังหวัดเหนือ ยก 'ทีมอำเภอ' ลุยยาเสพติด ปืนเถื่อน ซีลชายแดน

“เจเศรษฐ์” เปิด Workshop ภาคเหนือ รวมฝ่ายปกครอง-ตำรวจ 17 จังหวัด วาง “ทีมอำเภอ” เป็นกลไกหลักขับเคลื่อนความมั่นคงเชิงรุก ใช้ One Data-โต๊ะข่าว

หนีหมายแดงซุกเรือประมงสัตหีบ! ตม.รวบเขมรคดีค้ามนุษย์ โทษสูงสุดคุกตลอดชีวิต

ตม.ชลบุรี ตามรวบชายกัมพูชาวัย 41 ปี ผู้ต้องหาหมายแดงอินเตอร์โพล หลังหนีมาทำงานในเรือประมงที่สัตหีบ ตามหมายจับคดีค้ามนุษย์ ล่อลวงเห

7 เดือนปี 69 ต่างชาติลงทุนในไทย 2.19 แสนล้านบาท

7 เดือนปี ‘69 ต่างชาติลงทุนในไทย 2.19 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี ‘68 ถึง 5.97 หมื่นล้านบาท หรือ 37% สิงคโปร์ ขึ้นแท่นลงทุนอันดับหนึ่ง 6.11 หมื่นล้านบาทตามด้วย ญี่ปุ่น 4.50 หมื่นล้านบาท และจีน 3.86 หมื่นล้านบาท